ในวัยเด็กทุกคนล้วนมีความฝัน บ้างอยากเป็นนักฟุตบอล นักดนตรี ดารา นักร้อง แต่สุดท้ายฝันนั้นจะเป็นจริงไม่ได้หากไม่ลงมือทำ
การทำงานในวงการภาพยนตร์ก็ถือเป็นหนึ่งในความฝันของใครหลายคน ที่อยากจะมีชื่ออยู่บนเครดิตท้ายเรื่องภาพยนตร์ และความฝันสูงสุดของพวกเขาเหล่านั้นคงเป็นการได้ทำงานอยู่ในวงการภาพยนตร์ระดับสากลอย่าง “ฮอลลีวูด”
ปัจจุบันภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือแนวซุปเปอร์ฮีโร่ โดยเฉพาะค่าย “มาร์เวล” ที่ทำรายได้ถล่มทลายและได้รับกระแสตอบรับดีทุกครั้งที่ได้นำผลงานลงจอ
ในปีล่าสุดนี้คงต้องยกบัลลังก์ให้กับภาคต่อของค่ายมาร์เวล อย่าง Avengers: Infinity War ผสานความเป็นแอ๊กชั่นกับซุปเปอร์ฮีโร่สุดมัน ที่หลายคนใฝ่ฝันเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก
ความสำเร็จเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ทั้งเวลา ความปราณีต การลงทุน เทคโนโลยี ซึ่งจะขาดคนกลุ่มหนึ่งไปไม่ได้ นั่นก็คือ นักทำคอมพิวเตอร์กราฟิก (CG) ผู้บันดาลสรรค์สร้างภาพการ์ตูนให้ออกมาสมจริงได้
หนึ่งในทีมที่สร้างผลงานไว้ในภาพยนต์อเวนเจอร์ส รวมถึงภาพยนตร์อีกหลายเรื่องของค่ายมาร์เวลที่ผ่านสายตาผู้ชมจำนวนมากมีนักทำคอมพิวเตอร์กราฟิกชาวไทยอยู่ด้วย
ทิฆัมพร ทีปะปาล หรือบัว แอนิเมเตอร์สัญชาติไทย วัย 31 จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะวิศวกรรมมัลติมีเดียและเอนเตอร์เทนเมนต์ จากความชื่นชอบดูหนัง ดูการ์ตูนตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะการ์ตูนซุปเปอร์ฮีโร่อย่างสไปเดอร์แมนและไอรอนแมน
เขาฝากผลงานไว้ในแอนิเมชั่นไทยหลายเรื่อง เช่น เบิร์ดแลนด์ แดนมหัศจรรย์, เก้าศาสตรา และเชลล์ดอน
ก่อนก้าวสู่การทำแอนิเมชั่นในภาพยนต์ฮอลลีวูดอีกหลายเรื่อง คือ King Arthur: Legend of the Sword, Guardian of the Galaxy Vol.2, Thor: Ragnarok, Avengers: Infinity War
และล่าสุดที่เพิ่งลาโรงไปคือ Solo: A Star Wars Story และ Jurassic World: Fallen Kingdom
ก่อนจะมาถึงจุดนี้ไม่ใช่ง่าย เริ่มจากเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งที่ไม่หยุดทำตามความฝันของตัวเอง

ยืนยันความฝัน ฝ่าค่านิยม
ทิฆัมพรอธิบายว่า งานของแอนิเมเตอร์คือการสร้างภาพแอนิเมชั่น เป็นการสร้างชีวิตชีวาแก่ตัวละคร ทุกการเคลื่อนไหวของร่างกาย การเดิน อารมณ์และสีหน้าของตัวละคร
แอนิเมเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของแผนกคอมพิวเตอร์กราฟิก (ซีจี) ที่ต้องมีคุณสมบัติในการสังเกตตัวละครว่ามีบุคลิกและนิสัยอย่างไร คอยศึกษาทุกองค์ประกอบเพื่อให้การเคลื่อนไหวต่างๆ ถ่ายทอดให้ผู้ชมรับรู้ความเป็นตัวละครตัวนั้น
ทิฆัมพรเปรียบเทียบงานของเขาว่า หากเป็นรถยนต์ยี่ห้อ “ซีจี” การทำซีจีด้านอื่นคือตัวรถ เครื่องยนต์ กระจก แต่หน้าที่ของเขาคือล้อรถที่จะทำให้รถเคลื่อนไหวได้ ถ้าล้อไม่ดี การเคลื่อนไหวก็ไม่ลื่นไหล
เขาเผยว่าเดิมเป็นคนรักสบายและอยากทำงานห้องแอร์ ย้อนไปในวัยเด็กเขาจำฝังใจจากการถูกพาให้ไปกรีดยางและถูกส่งให้ไปทำงานในโรงพยาบาล เพราะครอบครัวอยากให้เป็นหมอ
“นิยามของผู้ใหญ่สมัยก่อนรู้จักแต่อาชีพหมอ ทนาย ตำรวจ ครู ตอนจบ ม.6 ผมบอกว่าอยากเรียนด้านคอมพิวเตอร์ แต่เขาไม่เข้าใจ ก็ถูกส่งไปฝึกงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พอเจอเลือด เจอหนอง คนมาผ่าตัด ทำใจไม่ได้สุดท้ายก็เลิก”
หลังสมัครเข้าเรียนที่คณะวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ได้เทอมเดียว เขาก็รู้สึกไม่สนุกกับการเรียน เพราะต้องเขียนโค้ดสร้างซอฟต์แวร์ ซึ่งไม่ตรงกับสิ่งที่อยากทำ
“ตอนนั้น ม.กรุงเทพ เปิดคณะวิศวกรรมมัลติมีเดีย พอได้ไปเรียนก็ตอบโจทย์ทุกอย่างที่ทำให้ผมก้าวสู่การได้ทำแอนิเมชั่นเรื่องแรก”


20 วินาทีเปลี่ยนชีวิต
หลังเรียนจบเขาเข้าทำงานที่ Anya Animation ซึ่งเคยฝึกงานตั้งแต่ตอนยังเรียนอยู่ มีผลงานเรื่องแรกคือ เบิร์ดแลนด์ แดนมหัศจรรย์ และ เชลล์ดอน โดยกำความฝันว่าอยากทำแอนิเมชั่นระดับสากลไว้ตลอด
พอผ่านมาหลายปีเขาเริ่มถอดใจและคิดว่า “ฝันก็คือฝัน” และผันตัวไปเล่นดนตรีตามผับบาร์ตอนกลางคืนทุกวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ชื่นชอบสมัยเรียนมัธยม
แต่คล้ายว่าเส้นทางนักดนตรีไม่ต้อนรับเขา เมื่อประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ล้มเอ็นข้อมือฉีกขาด จึงต้องกลับมาทำแอนิเมชั่น จนสักพักมีรุ่นพี่มาเสนอให้ทำแอนิเมชั่นเรื่อง “เก้าศาสตรา”
“ตอนนั้นไม่ได้คาดหวังอะไร แต่กลับกลายเป็นการจุดไฟในตัวผมอีกครั้ง การทำแนวแอ๊กชั่นสนุกมาก เหมือนได้ทำแอนิเมชั่นและดนตรีร็อคแอนด์โรลไปพร้อมกัน หลังจบโปรเจ็กต์ผมนึกสนุกอยากลองทำในแบบของตัวเอง จนได้ออกมาหนึ่งชิ้น ความยาวประมาณ 20 วินาที เอาไปโพสต์เล่นๆ ลงไปบนโซเชียล ซึ่ง 20 วินาทีนั้นกลายเป็นใบเบิกทางให้ได้ก้าวเข้าสู่วงการฮอลลีวูด
“บริษัทที่ลอนดอนส่งอีเมล์มาหาผม บอกว่ามีโปรเจ็กต์ ‘King Arthur: Legend of the Sword’ ซึ่งทำให้เราค้นพบว่าการทำงานระดับสากลนั้นเหนือกว่าเราหลายชั้นมาก เพราะกว่างานแต่ละชิ้นจะถึงมือผู้กำกับจะมีการปรับแก้ตลอดในทุกขั้นตอน ต้องผ่านการกลั่นกรอง เพื่อที่จะให้งานมีคุณภาพ ซึ่งสุดท้ายการตัดสินใจจะอยู่ที่ผู้กำกับอีกที”
หลังจากนั้นเขาได้รับมอบหมายให้ทำเรื่อง Guardian of the galaxy Vol.2 ซึ่งเป็นแนวซุปเปอร์ฮีโร่ที่เขาชื่นชอบตั้งแต่เด็ก
“ตอนนั้นรู้ว่าจะมีอเวนเจอร์สภาคใหม่ ก็เลยแอบหวังนิดๆ ว่าจะมีโอกาสได้ทำ และพอจบโปรเจ็กต์เรื่องนี้ เรื่องต่อไปที่ได้ทำก็คือ ‘Thor: Ragnarok’ ซึ่งตามกันมาแบบภาคต่อภาค นาทีนั้นทำให้ผมคิดเลยว่ามันต้องมาแน่ๆ”
หลังโปรเจ็กต์ Thor เขาก็ได้ร่วมงานในอเวนเจอร์สภาคต่อจริงๆ
“ตัวแบบโมเดลไอรอนแมนและสไปเดอร์แมนของ ‘Avengers: Infinity War’ ถูกส่งมาให้ผม การได้ทำไอรอนแมนและสไปเดอร์แมนมันเหมือนเป็นความฝันสูงสุดที่ชาตินี้เราก็คงไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ผมใช้เวลาประมาณ 4 เดือนอยู่กับฉากเหล่านั้นที่ทำออกมา 15-20 วิ ถึงแม้จะน้อยนิดแต่มันเป็นการทำงานที่มีแต่ความสุขจริงๆ”
นอกจากนี้ ฑิฆัมพรยังบอกว่าก่อนจะอยู่จนจบโปรเจ็กต์อเวนเจอร์ส เขาได้มีโอกาสย้ายไปร่วมงานกับภาพยนตร์ของค่ายอื่นอย่าง Solo: A Star Wars Story และ Jurassic World: Fallen Kingdom ที่เพิ่งลาโรงไปไม่นานนี้ ซึ่งคล้ายเป็นของแถมในชีวิตเขา

อุปสรรคจะสร้างคนให้แข็งแกร่ง
แอนิเมเตอร์ชาวไทยบอกว่าการทำงานที่อังกฤษมีอุปสรรคที่สำคัญคือภาษาและการใช้ชีวิต เพราะพบว่าภาษาอังกฤษที่เรียนในไทยกลับไม่เหมือนที่คนอังกฤษใช้กัน
“โชคดีว่าคนที่นั่นยินดีต้อนรับและรู้ว่าต้องมีปัญหาด้านการสื่อสาร เพราะที่ลอนดอนก็มีคนจากหลายประเทศทั้งอิตาลี ฝรั่งเศส ที่ก็มีปัญหาเหมือนกัน นอกจากนี้ยังมีเรื่องการปรับตัวกับความเข้มในการทำงาน ซึ่งต้องแก้ซ้ำแล้วซ้ำอีกและปรับอยู่หลายครั้งกว่าจะได้ฉากและองค์ประกอบที่ผู้กำกับพอใจ”
ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เขาท้อ กลับทำให้เขาสนุกกับการทำงานมากขึ้น
“ผมรู้สึกสนุกมากกว่า เหมือนคนที่ชอบสักและโดนเข็มทิ่มบ่อยๆ ยิ่งเจ็บยิ่งรู้สึกว่าแข็งแกร่ง ผมรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร และสิ่งที่เราทำมันจะพัฒนาและทำให้เราแข็งแกร่ง” ทิฆัมพรกล่าว

คนไทยไม่แพ้ชาติอื่น แต่ขาดโอกาส
การทำคอมพิวเตอร์กราฟิกหรือซีจีในไทย มักจะมีกระแสโจมตีละครหรือภาพยนตร์ที่ถูกสร้างโดยคนไทยเสมอว่าทำไม่สมจริง โดยเฉพาะละครที่มีเนื้อหาแนวแฟนตาซี พลังเหนือมนุษย์ จนถูกเปรียบเทียบกับงานของต่างชาติว่าเหมือนงานของมืออาชีพกับงานนักศึกษา
แต่ขณะเดียวกันก็มีคนเห็นต่างในเรื่องนี้ โดยเฉพาะคนในวงการภาพยนตร์ของไทย หรือแม้แต่ฑิฆัมพรเองที่เป็นตัวอย่างความสำเร็จของคนไทยในการทำคอมพิวเตอร์กราฟิก
“คนไทยที่เก่งๆ มีเยอะนะครับ หลายคนมีส่วนร่วมในการทำงานระดับสากล แต่ไม่มีคนรู้เท่านั้น ผมว่าประเด็นนี้ไม่ได้อยู่ที่คน แต่อยู่ที่สภาพแวดล้อมมากกว่า เพราะภาพยนตร์ต่างประเทศสามารถขายได้ทั่วโลก แต่หนังไทยมักจะขายในระดับสากลไม่ได้ คนสร้างหนังในไทยจึงไม่มุ่งหวังลงทุนไปกับคอมพิวเตอร์กราฟิก เพราะกลัวไม่คุ้ม คนเก่งๆ เลยไม่ได้แสดงศักยภาพที่ดีให้คนไทยได้เห็น
“อย่างเรื่อง 9 ศาสตรา ก็ดีไซน์ออกมาได้เป็นเอกลักษณ์และมีความเป็นสากล แต่ก็ยังไม่ได้มีเงินลงทุนเยอะมากนัก ซึ่งเราก็ทำดีที่สุดแล้วเท่าที่ทำได้ เท่าที่มีเวลา งบประมาณ และเทคโนโลยี แน่นอนว่าจะไปทำให้อลังการเหมือนของเขาก็เป็นไปไม่ได้ ซึ่งสิ่งที่คนทำซีจีในไทยพอจะทำได้คือหาโอกาสและสร้างเส้นทางของตัวเองเพื่อไปให้ไกลที่สุด” ทิฆัมพรกล่าว
เขาเชื่อว่าหากมีความฝันแล้วพยายามทำสิ่งที่เรารักอย่างสม่ำเสมอ สิ่งนั้นจะให้ความรักกลับมา
“ผมก็คือคนหนึ่งที่วิ่งไล่ตามความฝันมาโดยตลอด สมัยเด็กผมก็มีความฝันหลายอย่างไม่ใช่การเป็นแอนิเมเตอร์อย่างเดียว ขอเพียงแค่ทุกคนตั้งมั่นและทำตามฝันของตัวเอง พยายามทำในสิ่งที่เรารัก และเชื่อว่าสิ่งที่เรารักมันจะรักเราตอบ
“ทำให้เต็มที่ ทุ่มเท ใส่ใจ ไม่ต้องทุ่มมากจนเกินไป แต่ให้ค่อยเป็นค่อยไป เหมือนคนที่วิ่งมาราธอน ถ้าค่อยๆ วิ่งไปเราจะไม่เหนื่อย ค่อยๆ ก้าวให้สม่ำเสมอและอย่าหยุด อย่าใส่แรงมากเกินไป พอรู้จังหวะการวิ่ง รู้วิธีหายใจ สุดท้ายก็จะถึงเส้นชัยที่หวังไว้ ซึ่งหลังจากนั้นคุณก็จะขอบคุณตัวเอง ขอบคุณคนที่กล้าออกล่าฝันเมื่อวันก่อน”
ส่วนคนที่อยากเดินในเส้นทางอาชีพแอนิเมเตอร์หรือคอมพิวเตอร์กราฟิก ฑิฆัมพรฝากไว้ว่า “ถ้าเชื่อว่าตัวเองเก่งในระดับหนึ่งแล้ว แต่อยู่มาตั้งนานเงินเดือนก็ไม่ขึ้น งานก็ไม่เวิร์ก อยากให้คนที่คิดอย่างนั้น หันมาดูว่าตัวเองทำดีหรือยัง ถ้าดีจริงคุณต้องไปได้ไกลกว่านี้ ไม่ใช่ย่ำอยู่ที่เดิม”
เป็นข้อคิดจากบุคคลที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพที่ตัวเองรัก
คำพูดดังกล่าวไม่ใช่เพียงย้ำเตือนให้แต่คนที่อยากก้าวสู่อาชีพนี้ แต่เป็นข้อความที่ฝากไว้กับทุกคนที่กำลังมีความฝันและกำลังรู้สึกท้อกับงานที่ตัวเองทำอยู่


