คอลัมน์โลกสองวัย: ไหว้ครู รำลึกถึงครู

12.07.18 | 16:12 น.

วันนี้ พฤหัสบดี สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา และอีกสองสามสัปดาห์จากนี้ เมื่อสถาบันการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย เมื่อเปิดการเรียนการสอนแล้ว ถึงวันพฤหัสบดีใดพฤหัสบดีหนึ่ง ต้นๆ ของการเปิดเรียน จะจัดให้มีพิธี “ไหว้ครู”

ก่อนหน้านี้มีข่าวโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่งเผยแพร่พิธีไหว้ครูผ่านสื่อ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม มติชน หน้า 13 สุวรรณภูมิในอาเซียน มีรายงานของคุณพี่สุจิตต์ วงษ์เทศ เรื่อง เข้าทรงและไหว้ครู มาจากพิธีเลี้ยงผีหลายพันปีมาแล้ว

ส่วนของพิธี “ไหว้ครู” คุณพี่รายงานไว้ว่า

ไหว้ครู หมายถึงแสดงคารวะหลักการทางนามธรรมที่แสดงออกด้วยพิธีเลี้ยงผีครูที่ตายแล้วได้รับการยกย่องเป็นผีขวัญบรรพชนครู ซึ่งสิงอยู่ในเครื่องมือต่างๆ เป็นประเพณีทางนาฏศิลป์และดนตรีไทย

บรรดาครูมนุษย์ (หรือครูปัจจุบัน) กับเหล่าลูกศิษย์ ร่วมกันแสดงคารวะ ครูผี, เจ้า, เทพ, เทวดา (เช่น พระอิศวร) ผู้เป็นครูในอดีตที่ตายไปแล้ว หรืออีกนัยหนึ่งรวมกันแสดงคารวะหลักการทางนามธรรมอย่างหนึ่ง โดยยกย่องครูอาวุโสคนหนึ่งทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารระหว่างครูผีขวัญกับผู้เข้าร่วมพิธีด้วยภาษาร่าย (คือคำคล้องจองที่ยกย่องเป็นภาษาพิเศษ)

Advertisement

พิธีไหว้ครูอย่างนี้สืบเนื่องจากพิธีเลี้ยงผีของชุมชนดั้งเดิม แต่ปรับเข้ากับวัฒนธรรมหลวง (ซึ่งจำลองพิธีพราหมณ์พื้นเมืองของรัฐจารีต) พบเก่าสุดยุคต้นรัตนโกสินทร์ สมัย ร.4

มีข้อความล้อมกรอบไว้ว่า

ไหว้ครูไม่ควรไหว้ สมัยปัจจุบัน

ไหว้ครูสมัยปัจจุบันเป็นประเพณีเพิ่งสร้างขึ้นใหม่ไม่นานนี้

กำหนดให้ศิษย์ปัจจุบันไหว้ครูมนุษย์ปัจจุบัน ด้วยกิริยาอาการยกย่องเทิดทูนสูงส่งอย่างยิ่ง โดยไม่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับประเพณีดั้งเดิม เพื่อครอบงำและกล่อมเกลาให้ยอมจำนนต่อความเหลื่อมล้ำทุกอย่างจนไม่กล้าแสดงความคิดต่างๆ แล้วไม่สร้างสรรค์ความคิดได้ด้วยตัวเอง

ครูปัจจุบันส่วนมากยังถูกครอบงำด้วยอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตน ซึ่งเป็นมลทินอย่างยิ่ง เป็นที่รู้เห็นของศิษย์และของสาธารณชน เช่น คอร์รัปชั่นทุกอย่างที่ขวางหน้า กระทั่งงบอาหารกลางวันเด็กนักเรียนก็ถูกเบียดบังไปเป็นส่วนตน เป็นต้น

ไหว้ครูที่ไม่ควรไหว้สมัยปัจจุบัน จึงต้องทบทวนว่าสมควรทำต่อไปหรือไม่ ? ถ้าจำเป็นต้องทำจะทำแบบไหน ? อย่างไร ?

หยิบยกเรื่อง “ไหว้ครู” เพื่อนำไปสู่การไหว้ครูของกลุ่มนักเรียนเก่า “นวล รุ่น 03” หมายถึงนักเรียนโรงเรียนวัดนวลนรดิศที่เข้าเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1 (ม.1) ปีการศึกษา 2497 แล้วสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 6 (ม.6) ปีการศึกษา 2503 กับเพื่อนรุ่นเดียวกันที่เรียนหลังจากนั้นปีหนึ่ง หรือขึ้นมาเรียนตามทันกับในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือ ม.ศ.4 และเพื่อนที่ย้ายมาเรียนชั้นเตรียมอุดมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2504

เมื่อสำเร็จการศึกษาในชั้นดังกล่าว แยกย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือทำงาน หลายปีต่อมา ในงานชุมนุมศิษย์เก่าโรงเรียนวัดนวลนรดิศ พบกันพูดคุยเฮฮาสนุกสนาน คิดถึงความหลังเมื่อครั้งยังนุ่งกางเกงขาสั้นเรียนที่นี่ ที่สุด วันหนึ่งจึงนัดประชุมหารือเพื่อรวมรุ่นเดียวกัน สังสรรค์ต่างหากจากงานโรงเรียน

ที่สุด จึงมีงานพบกันปีละสองสามครั้ง ครั้งหนึ่งคืองานเรียนเชิญครูที่เคยประสิทธิ์ประสาทวิชาทั้งที่ยังสอนโรงเรียนเดิม หรือย้ายไปโรงเรียนใหม่ ทั้งที่ออกไปทำกิจการอื่น เพื่อทำพิธี “ไหว้ครู” ครั้งหนึ่ง

เชิญชวนเพื่อนร่วมรุ่นมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนที่ล่วงลับไปแล้ว มีตั้งแต่เพื่อนเพิ่งจบการศึกษาใหม่ๆ ถึงรุ่นปัจจุบัน นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้น ขณะที่ครูซึ่งเคยประสิทธิ์ประสาทวิชาเสียชีวิตไปทีละคนสองคน

และในรอบปีหนึ่ง จะรวมรุ่นเดียวกันครั้งหนึ่ง เป็นความผูกพันระหว่างศิษย์กับครูและเพื่อนกับเพื่อน