กระจุกดาวลูกไก่ (Pleiades) เป็นวัตถุท้องฟ้าที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี (ดูภาพที่ 1)
แผ่นทองแดง Nebra sky disk เป็นวัตถุโบราณที่ถูกค้นพบที่ประเทศเยอรมนี มีอายุเก่าแก่ถึง 1,600 ปีก่อนคริสตกาล จุดประสงค์ที่แผ่นทองแดงนี้ถูกสร้างขึ้นมายังไม่ชัดเจนนัก นักประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งเชื่อว่าคนในสมัยนั้นสร้างมันขึ้นมาสำหรับพิธีทางความเชื่อบางอย่าง แต่ที่แน่ๆ คือมันเป็นโบราณวัตถุเก่าแก่ที่สุดที่แสดงให้เห็นการสังเกตการณ์ท้องฟ้าและดวงดาว
วงกลมขนาดใหญ่อาจเป็นดวงอาทิตย์หรือจันทร์วันเพ็ญ ส่วนที่มีลักษณะเป็นเสี้ยวอาจเป็นดวงจันทร์เสี้ยว ส่วนที่เห็นเป็นจุดเล็กๆ นั้นคือดวงดาว แต่มีดาวอยู่ 7 ดวงที่กระจุกอยู่ระหว่างวงกลมกับจันทร์เสี้ยว ซึ่งน่าจะเป็นกระจุกดาวลูกไก่
คนในสมัยก่อนรู้ดีว่าผู้ที่สายตาดีสามารถมองเห็นดาวฤกษ์ 6-7 ดวงเกาะเป็นกลุ่มได้ด้วยตาเปล่า
(ดูภาพที่ 2)

ต่อมา กาลิเลโอ ใช้กล้องโทรทรรศน์ที่เขาประดิษฐ์ส่องไปยังกระจุกดาวลูกไก่จึงพบว่า แท้จริงแล้วดาวฤกษ์ในกระจุกดาวนี้มีมากกว่าที่ตาเห็น เหตุที่เรามองไม่เห็นดาวฤกษ์อื่นๆ เพราะมันอ่อนแสงเกินกว่าจะเห็นได้ด้วยตาเปล่า กาลิเลโอบันทึกลงในหนังสือของเขาว่ากระจุกดาวลูกไก่มีดาวฤกษ์อยู่ถึง 36 ดวง
นั่นหมายความว่ากล้องโทรทรรศน์นั้นช่วยในการศึกษาสรวงสวรรค์ได้จริงเพราะมันช่วยให้มนุษย์มองเห็นในสิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็นได้
ปัจจุบัน ด้วยกล้องโทรทรรศน์ที่มีประสิทธิภาพสูง นักดาราศาสตร์พบว่ากระจุกดาวลูกไก่มีดาวฤกษ์อยู่นับพันดวง
นอกจากนี้ กาลิเลโอยังได้ค้นพบหลักฐานสำคัญมากพอจะสร้างความสั่นคลอนความเชื่อที่ว่าโลกเป็นศูนย์กลางของเอกภพ นั่นคือ การค้นพบดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสฯ 4 ดวง ที่โคจรไปรอบๆ ดาวพฤหัสฯ
นั่นหมายความว่า แนวคิดที่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างโคจรรอบโลกนั้นไม่ถูกต้องเพราะอย่างน้อยๆ ก็มีดวงจันทร์ของดาวพฤหัสฯ 4 ดวงนี้ที่ไม่ได้โคจรรอบโลก
ปัจจุบัน นักดาราศาสตร์รู้ว่าดวงจันทร์ที่กาลิเลโอค้นพบนั้นเป็นดวงจันทร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของดาวพฤหัสฯ เรียกดวงจันทร์ของกาลิเลโอ (Galilean moons)
(ดูภาพที่ 3)

หลักฐานสำคัญที่ทำให้กาลิเลโอไม่เชื่อว่าทุกอย่างโคจรรอบโลกคือ การค้นพบเสี้ยวของดาวศุกร์
กล่าวคือ เมื่อกาลิเลโอใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องไปยังดาวศุกร์ ที่ช่วงเวลาต่างๆ เขาพบว่าดาวศุกร์นั้นปรากฏเป็นเสี้ยวได้อย่างดวงจันทร์ข้างขึ้นข้างแรม โดยจะมีบางช่วงที่ดาวศุกร์ปรากฏใหญ่เกือบเต็มดวง นั่นหมายความว่าดาวศุกร์โคจรรอบดวงอาทิตย์โดยในขณะที่มันปรากฏใหญ่เกือบเต็มดวง มันเยื้องไปทางด้านหลังของดวงอาทิตย์
หากแบบจำลองของโทเลมีที่ว่าดาวศุกร์โคจรรอบโลกเป็นจริง มันจะต้องโคจรไปรอบจุดจุดหนึ่งจนไม่สามารถปรากฏให้เห็นในลักษณะเกือบเต็มดวงได้
นั่นทำให้กาลิเลโอยิ่งเชื่อมั่นว่าแนวคิดโบราณที่ว่าโลกเป็นศูนย์กลางของเอกภพผิด และ สนับสนุนแนวคิดของโคเปอร์นิคัสที่ว่าดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของเอกภพ

