ความฝันใหม่ของ‘หมูป่า’ โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

22.07.18 | 13:00 น.

ต้องบอกว่าการนั่งฟังน้องๆ หมูป่าอะคาเดมี่ ทั้ง 13 ชีวิต แถลงเปิดใจเป็นครั้งแรกต่อสาธารณะ เป็นเรื่องที่ทำให้เราๆ ท่านๆ แปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะน้องๆ ทั้ง 13 คน มีความแข็งแกร่งทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจเป็นอย่างดี

พวกเขามีสติ

ไม่ตกใจ

มิหนำซ้ำ ยังไม่ได้เฝ้ารอแต่ให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือเพียงฝ่ายเดียว พวกเขากลับช่วยกันเพื่อหาทางออกและหาทางรอด หลังจากประชุมและประเมินกันแล้วว่า การที่จะออกไปทางปากถ้ำน่าจะเป็นไปไม่ได้แล้ว

เพราะน้ำท่วมสูงมาก

Advertisement

เราน่าจะไปหาทางออกอื่นๆ

สิ่งสำคัญกว่านั้นคือจิตใจ เด็กๆ ทุกคนปลุกปลอบให้กำลังใจตัวเอง พยายามรักษาชีวิตให้รอด และพยายามเชื่อในสิ่งที่โค้ชเอก เอกพล จันทะวงษ์ สอนทุกอย่าง เสมือนโค้ชเป็นเสาหลักแห่งความหวังเดียวที่มีอยู่

ผมเคยคุยกันในกลุ่มเล็กๆ ว่าหากงานนี้ไม่มี “โค้ชเอก” อะไรจะเกิดขึ้น?

คำตอบจากการแถลงข่าววันนี้เป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่สิ่งที่เหนือกว่าคือ “โค้ชเอก” ไม่ได้เป็น “ผู้นำ” แต่เพียงอย่างเดียว หากเขายังเป็น “ผู้ฟัง” ด้วย ผู้ฟังที่พร้อมจะเป็น
“ผู้ตาม” และ “ผู้ตาม” ที่ยอมช่วยเหลือกันและกัน เพื่อเช็กทางข้างหน้าว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่อาจจะมีทางออกอื่นๆ อีก

ผมว่าการที่เด็กๆ มิจิตใจอย่างนี้ได้ น่าจะมาจากพื้นฐานทางครอบครัวประการหนึ่ง อีกหลายๆ ประการ น่าจะมาจากความชอบในกีฬาฟุตบอล เพราะฟุตบอลสอนเรื่องของทีมเวิร์ก

สอนเรื่องการรวมใจเป็นหนึ่ง

ทั้งฟุตบอลยังช่วยทำให้ร่างกายของพวกเขาแข็งแรง

จนที่สุด ร่างกายของพวกเขาจึงต่อสู้กับความหิวโหย และความอ่อนแรงมาได้ถึง 17-18 วัน

ผมว่าไม่ธรรมดาเลย

สำคัญไปกว่านั้น การแถลงเปิดใจน้องๆ หมูป่าอะคาเดมี่ครั้งนี้ ยังทำให้เราเห็นถึงความเป็นครอบครัวเดียวกันกับพี่ๆ หน่วยซีลทั้ง 4 คนด้วย เพราะนอกจากเขาจะมีความผูกพันกัน หากพี่ๆ บางคนยังหากิจกรรมทำเพื่อให้น้องๆ ผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นหมากฮอส

การเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟัง

หรือการยอมเสียสละผ้าฟอยล์ เพื่อให้น้องๆ ทุกคนห่มกันหนาว รองกันความชื้น เพื่อจะได้นอนหลับสบายขึ้น จนทำให้ตัวเองเหลือกางเกงชั้นในเพียงตัวเดียว จนกลายเป็นที่ขบขันของน้องๆ หมูป่าทุกคน

กระทั่งพวกเขารู้สึกว่าช่วงวันท้ายๆ ก่อนออกจากถ้ำ…เร็วเกินไปด้วยซ้ำ

พวกเขาบอกว่ายังไม่อยากออก… รู้สึกสนุก เพราะพี่ๆ หน่วยซีลเปรียบเสมือนพ่อ

ที่ให้ความอบอุ่น และความผูกพัน

สำคัญอีกอย่าง ในสิ่งที่เราทราบข่าวจากภายนอกว่าพวกเขาไปฉลองวันเกิดกันในถ้ำนั้น ไม่เป็นความจริงเลย พวกเขาแค่วางแผนอยากเข้าไปเที่ยว ไปสำรวจถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนเท่านั้น เพราะมีบางคนในทีมไม่เคยไป

ส่วนเรื่องที่บอกว่าเด็กๆ เหล่านี้ว่ายน้ำไม่เป็น ก็ไม่เป็นความจริง

ทุกคนว่ายน้ำเป็น อาจจะว่ายแข็งบ้างไม่แข็งบ้างก็เท่านั้นเอง รวมถึงเรื่องการนำน้องๆ หมูป่าออกจากถ้ำ ที่บอกว่าต้องเอาคนแข็งแรง หรืออ่อนแอออกมาก่อน ก็ไม่เป็นความจริงเลย เพราะพวกเขาใช้วิธีว่าใครบ้านไกลให้ออกมาก่อน เมื่อออกมาแล้วช่วยมาบอกที่บ้านให้ทำกับข้าวรอด้วย

เพราะอยากกินเมนูโปรดมากๆ

โดยที่เขาไม่รู้มาก่อนว่าเมื่อออกมาจากถ้ำแล้ว จะต้องมาอยู่โรงพยาบาล ต้องมาตรวจสภาพร่างกายเพื่อหาเชื้ออุบัติใหม่ แสดงว่าพวกเขาไม่รู้อะไรจากโลกภายนอกเลย สิ่งสำคัญอีกอย่างที่เห็นได้จากการแถลงข่าวครั้งนี้ คือความกตัญญูกตเวที

เด็กๆ พวกนี้รู้สึกเสียใจ ที่เป็นต้นเหตุทำให้ “จ่าแซม” น.ต.สมาน กุนัน เสียชีวิต พวกเขาจึงตกลงกันเองว่าหลังจากกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวสักระยะ พวกเขาจะบวชอุทิศส่วนกุศลให้กับ “จ่าแซม” ที่เขาเคารพรัก

ที่ผมชอบอีกอย่างคือเด็กๆ พวกนี้ แม้จะมีความฝันในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ อยากเรียนหนังสือสูงๆ แต่ความฝันใหม่ของพวกเขากลับเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่ติดอยู่ในถ้ำ คือพวกเขาอยากเป็นซีลด้วย

พวกเขาอยากช่วยชีวิตคนแบบพี่ๆ หน่วยซีล

ผมฟังแล้วก็เข้าใจ เพราะพี่ๆ เหล่านี้ช่วยทำให้พวกเขากลับมามีชีวิตใหม่ ชีวิตใหม่ที่ต่อไปจะไม่ประมาท ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนอีกแล้ว ทั้งยังจะต้องเป็นชีวิตใหม่ที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไปในภายภาคหน้าด้วย

ขอให้ทุกคนจดจำสิ่งเหล่านี้ไว้ให้ดี

เพราะน้องๆ ทุกคน ช่วยทำให้เราเห็นมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติบนโลกใบนี้อย่างอิ่มใจจริงๆ