หน้าแรก ประชาชื่น หลวงพระบาง เม...

หลวงพระบาง เมืองมรดกโลกที่มีชีวิต (2)

13.04.16 | 17:12 น.

เมื่อลงเครื่องบินจากสนามบินนานาชาติหลวงพระบางซึ่งตั้งอยู่กลางหุบเขาที่มีเทือกเขาสูงชันรายล้อม จะได้เห็นถนนตัดใหม่และบ้านเรือนที่กำลังก่อสร้างเรียงรายกันอยู่ตลอดเส้นทาง จนข้ามสายน้ำคานเข้าสู่เขตเมืองมรดกโลก บ้านเรือนเหล่านี้เป็นของผู้คนมากมายทั้งคนลาวในพื้นที่หลวงพระบาง คนลาวจากต่างแขวง ตลอดจนชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจที่หลวงพระบางแห่งนี้

นอกเขตเมืองมรดกโลกลงไปทางใต้ สถานีรถโดยสารขนาดใหญ่เป็นชุมทางการสัญจรของผู้คนที่จะต่อรถไปยังนครหลวงเวียงจันทน์

หรือแขวงอื่นทางเหนือขึ้นไป ตลอดจนข้ามไปถึงตอนใต้ของจีนและตอนเหนือของเวียดนาม ผู้คนมากมายในรอบนอกของหลวงพระบางเข้ามาทำงานในเขตเมืองมรดกโลกในตอนกลางวัน ไม่ว่าจะเป็น

แม่บ้านทำความสะอาด แม่ครัว เด็กเสิร์ฟ พนักงานขายทัวร์ รถรับจ้าง หรือร้านขายผ้าทอลายพิเศษของหลวงพระบางจน

ยามเย็นย่ำ แล้วกลับไปพักผ่อนที่บ้านเรือนของตนเองในยามค่ำคืน

Advertisement

pra05130459p2

นอกจากนี้ ความสดใสมีชีวิตชีวาส่วนหนึ่งของหลวงพระบาง เกิดจากประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมาก ที่เข้ามาศึกษาต่อทั้งในระดับมัธยมศึกษา และมหาวิทยาลัย โดยห่างเมืองออกไปไม่กี่กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยสุพานุวง มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพหลวงพระบาง วิทยาลัยศิลปะหลวงพระบาง และวิทยาลัยครูหลวงพระบาง ทำให้มีนักศึกษาอยู่ในเมืองรวมมากกว่าห้าพันคน ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นที่ได้รับการศึกษาเหล่านี้ ได้รับอิทธิพลและสามารถใช้สื่อสมัยใหม่ต่างๆ ได้ดีขึ้น เมื่อประกอบกับเงินทุนและโครงการสนับสนุนจากฝรั่งเศสและญี่ปุ่น รวมถึงจากมูลนิธิต่างๆ แล้ว ทำให้เมืองหลวงพระบางเปี่ยมไปด้วยศิลปะและวัฒนธรรมโบราณผสมผสานศิลปะและวิถีชีวิตทันสมัยได้อย่างลงตัว

ในอีกมุมหนึ่ง การลงทุนจากชาวตะวันตกที่มาพักอาศัยหรือ

อาจถึงกับสมรสกับชาวลาวที่หลวงพระบาง ก็นำเอาแนวคิดธุรกิจแปลกใหม่และทันสมัยมาอยู่ร่วมกับเมืองได้อย่างลงตัว เช่น ธุรกิจการล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกที่มีบริการเครื่องดื่มและอาหารบนเรือ แปลกไปจากการล่องเรือตามลำน้ำโขงชมถ้ำของชาวเรือท้องถิ่น

แต่เดิม หรือธุรกิจร้านหนังสือ คาเฟ่ ที่ตกแต่งให้เข้ากับบรรยากาศของเมืองแต่ให้รูปลักษณ์ทันสมัยไปพร้อมกัน

เมื่อตะวันลับฟ้าลงไป แหล่งบันเทิงของหลวงพระบางที่อยู่นอกเขตมรดกโลกก็ตื่นจากหลับใหล ร้านอาหารและบาร์เปิดไฟแสงสีประชันกัน แม้จะไม่โดดเด่นเหมือนเช่นนครหลวงเวียงจันทน์

ยามราตรี แต่สถานบันเทิงของหลวงพระบางได้ชื่อว่าให้สัมผัสแบบลาวดั้งเดิมได้เป็นอย่างดี การเต้นรำบั๊ดสโล้บ และเต้นลีลาศด้วยเพลงลาวย้อนยุคและเพลงลาวร่วมสมัยที่บาร์เก่าแก่อย่าง

ราตรีเมืองซวา ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวลาวและชาวต่างชาติ

ให้มาชม ในขณะที่เขตเมืองมรดกโลกเริ่มสงบและหลับใหลไปภายหลังที่ตลาดมืดเริ่มวาย

บรรยากาศเชื่องช้าของหลวงพระบางที่เริ่มต้นตั้งแต่ยาม

รุ่งเช้า ที่พระภิกษุสงฆ์ออกบิณฑบาต ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเรียงรายกันใส่บาตรข้าวเหนียว จนถึงยามเย็นย่ำ ตรึงตราให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาเยี่ยมชมเมืองมรดกโลกแห่งนี้ในแต่ละปีมากถึงปีละ 400,000 คน โดยทั้งเมืองหลวงพระบางมีประชากรเพียงประมาณ 50,000 คน สร้างรายได้ให้แก่เมืองปีละมากกว่า 120 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติของ สปป.ลาว (รายงานสถิติการท่องเที่ยว ปี 2014, กรมพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวแห่ง สปป.ลาว)

โดยงานวิจัยของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว (ก้องฟ้า พูมมะสักและคณะ, 2014) พบว่า การท่องเที่ยวได้ส่งผลกระทบทางบวกอย่างมากต่อสังคมและวัฒนธรรมของเมืองหลวงพระบาง ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดการประกอบธุรกิจของคนในท้องถิ่น และสร้างเสริมความกระตือรือร้นของพนักงานรัฐในทางที่ดีอย่างมาก