อยากรู้อะไรลึกซึ้ง ต้องลงมือทำ! นี่คือสิ่งที่ทำให้ “มอร์แกน สเปอร์ล็อค” นักทำหนังสารคดีอเมริกัน พาหนังสารคดี Super Size Me (2004) เป็นดาวเด่นในเทศกาลหนังซันแดนซ์ และออสการ์เมื่อ 13 ปีก่อน กับการสร้างสารคดีที่นำตัวเองเป็น “หนูทดลอง” ใช้ชีวิตกว่าเดือนในการกินอาหารฟาสต์ฟู้ดขนาดเมนูพิเศษ หรือซุปเปอร์ไซซ์ ผลคือ ผู้ชมได้เห็นการอาเจียน หน้ามืด ลงพุง เหนื่อยง่าย และลงเอยที่ “สเปอร์ล็อค” ได้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาอีก 11 กิโลกรัม และภาวะไตที่เริ่มมีปัญหา
สารคดีนี้ได้ทั้งเงินและกล่อง เป็นความสำเร็จของ “สเปอร์ล็อค” ในการตั้งคำถามกับการกินอาหารฟาสต์ฟู้ด ผลกระทบหลังสารคดีเรื่องนี้ออกฉาย ทำให้บริษัทธุรกิจอาหารแบรนด์ใหญ่ในสหรัฐที่ถูกพูดถึงในหนังต้องหันกลับมาสำรวจเมนูของตัวเอง กระทั่งปรับนโยบายเมนูซุปเปอร์ไซซ์ของตัวเอง
ความสำเร็จของสารคดี Super Size Me ที่ได้เข้าชิงภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยมเวทีออสการ์ แม้จะพ่ายไป แต่ถือเป็นสารคดีที่เข้าถึงคนดูวงกว้างและยังมีผู้คนได้ชมและกล่าวขวัญถึง
ผ่านมา 13 ปี “สเปอร์ล็อค” ย้อนรอยความสำเร็จตัวเองอีกครั้ง แต่หนนี้ทำให้ลึกซึ้งขึ้น มอง “ภาพรวม” นำมาสู่หนังสารคดีเรื่องใหม่ Super Size Me 2: Holy Chicken!
ชื่อก็บอกว่าเกี่ยวกับ “ไก่” ในยุคที่ผู้คนทั่วโลกบริโภคไก่คนละ 27 ปอนด์ต่อปี และนับวันความนิยมบริโภคไก่พุ่งขึ้นเรื่อยๆ
มาหนนี้ “สเปอร์ล็อค” ยังคงใช้วิธีนำเสนอแบบ “หนูทดลอง” เริ่มจากเปิดร้านป๊อปอัพสโตร์ (ร้านเฉพาะกิจเคลื่อนที่) ของตัวเองขึ้นมา ตั้งชื่อร้านว่า Holy Chicken! ขายเมนู Chicken sandwich
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของหนังสารคดีที่จะเล่าในบรรทัดถัดจากนี้ คือการรวบรวมนานาทรรศนะจากบรรดานักวิจารณ์ต่างประเทศที่ได้ดูไปเมื่อปีก่อน เพราะการได้ดูหนังเรื่องนี้ในวงกว้าง ต้องร้องเพลงรอกันอีกนาน เมื่อยูทูบซื้อลิขสิทธิ์เตรียมเผยแพร่ผ่านช่องยูทูบ เรด บริการวิดีโอสตรีมมิ่งแบบเสียเงิน แต่หนังถูกพับเก็บเข้าลิ้นชักมาเกือบปี หลังสเปอร์ล็อคเผชิญข้อหาคุกคามทางเพศ และตัวเขาออกมายอมรับสำนึกผิด ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญและอ่อนไหวในวงการบันเทิงสหรัฐ
แต่ด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจของหนังสารคดีที่พาเราไปรู้จักวัตถุดิบสำคัญอย่าง “ไก่” โดย “สเปอร์ล็อค” ซื้อโรงเลี้ยงไก่มาเพื่อทำตัวเป็นผู้ผลิตตั้งแต่เริ่มแรก ตั้งชื่อว่า Morganic Farms ต้องการผลิตไก่ในแนวทางอินทรีย์มีความเป็นธรรมชาติสูง
อย่างไรก็ดี เมื่อลงมือทำ จึงรู้ซึ้งว่า “ยากลำบาก” เพราะต้นทุนแพงเกินไป หนังจึงพาไปดูที่คนส่วนใหญ่เขาทำกันจริงๆ ในห่วงโซ่นี้ ตั้งแต่ล่างจนถึงบน และถึงมือผู้กิน ในส่วนหลังนี้ หนังจิกกัดไปที่แคมเปญการตลาด “สุขภาพดี” ที่ชวนให้หลงใหล ผ่านชื่อเมนูที่เหมือนจะมีกลิ่นอายสุขภาพ อาทิ คำว่า “ทอด” ถูกแทนที่ด้วยคำว่า “กรอบ” หรือมีคำว่า “ธรรมชาติ” อยู่ในเมนู ทั้งที่เบื้องหลังไก่ถูกเลี้ยงในฟาร์มปิดที่ควบคุมแสงและอุณหภูมิ เป็นต้น
สารคดีเรื่องนี้ ยังสวมครองบทบาทสื่อสารมวลชน พาไปสำรวจอุตสาหกรรมไก่จาก 4 บริษัทบิ๊กของสหรัฐ และยังสะท้อนความเห็นจากตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบาย และระบบผูกขาด
ปัญหาของพวกเขา มีแก่นกลางคล้ายคลึงกับอีกหลายประเทศที่เป็นผลมาจากธุรกิจแบบ “จ้างเลี้ยงไก่” ทำให้เกษตรกรในสหรัฐต้องเข้าสู่ “ระบบแข่งขัน” จำยอม เพื่อแข่งกันเลี้ยงไก่ให้ได้น้ำหนักมาก ขนาดตัวใหญ่ราวกับแข่งประกวดส่งให้บริษัทยักษ์ใหญ่
จุดมุ่งหมายของหนังสารคดีเรื่องนี้ “สเปอร์ล็อค” เลือกใช้วิธีนำเสนอปัญหา ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งของปัญหานั้น เพื่อได้เห็น “ปัญหา” อย่างถ่องแท้
Super Size Me 2: Holy Chicken! เป็นผลงานที่น่ารอดู แต่เมื่อตัวผู้สร้างมีชนักปักหลังจากพฤติกรรมฉาวโฉ่ส่วนตัวจนหนังถูกแบน คนดูจึงไม่อาจสัมผัสหนังเรื่องนี้เต็มที่ ตัวหนังอาจจะสร้างพลังสะเทือนเฉกเช่นผลงานเก่าของเขาเมื่อ 13 ปีก่อน
แต่วันนี้ความสำเร็จนั้นก็เป็นไปไม่ได้แล้ว


