ทั่วไทยรวมพลัง “สามัคคี” จิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ”

จากพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่อยากให้คนไทยร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะ ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดโครงการสัปดาห์จิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ในการขุดลอกคูคลองที่ตื้นเขิน กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ทำความสะอาดและปรับภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณประโยชน์ต่างๆ บริเวณโดยรอบพระราชวังดุสิต

ด้วยประสบความสำเร็จ ภายหลังจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นโครงการจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ ขยายขอบเขตงานไปทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต่อมาขยายไปยังทุกจังหวัดที่มีเขตพระราชฐาน และปัจจุบันขยายไปทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ

ไม่เพียงเป็นโครงการที่ปลุกจิตสำนึกให้คนไทยมีจิตสาธารณะ โครงการยังเป็นอีกหนึ่งพลังที่ช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ไม่น้อย

 

จังหวัดเหนือสุด’รวมพลัง’จิตสาธารณะ

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า คนเชียงรายไม่เพียงแต่ที่อยู่อาศัยพื้นราบ ยังมีชาวเชียงรายบนพื้นที่สูง กลุ่มชาติพันธุ์กว่า 30 กลุ่ม ที่มาร่วมกันสมัครเป็นจิตอาสา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและต้องการดูแลรักษาแผ่นดินเกิด ซึ่งเราต่างมีความมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานในการสร้างชุมชนและสังคมให้มีความเป็นสุข สร้างคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น เพื่อพัฒนา จ.เชียงราย และประเทศชาติให้เจริญยิ่งขึ้นไป

“โครงการจิตอาสาของ จ.เชียงราย เริ่มต้นตั้งแต่งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งแบ่งเป็น 8 ประเภทงาน ตอนนั้นทุกคนต่างทำกันอย่างทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ จนงานพระราชพิธีผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย จากนั้นเราได้รวมจิตอาสาเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้ชื่อ ‘จิตอาสาเราทำความ ดี ด้วยหัวใจ’ ออกไปปฏิบัติงานพัฒนาและช่วยเหลือต่างๆ จนหลายคนเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วม อีกหลายคนก็ปฏิญาณจะขอเป็นจิตอาสาไปตลอดชีวิต”

ผู้ว่าฯ อธิบายถึงกิจกรรมจิตอาสาของ จ.เชียงราย จัดภายใต้แนวคิด “รักษ์ป่า รักษ์น้ำ รักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรักษาความเรียบร้อยสวยงามให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่”

ที่ผ่านมาบรรดาจิตอาสาได้ลงพื้นที่ 18 อำเภอ เข้าไปทำกิจกรรม อาทิ

จิตอาสาทำฝายกั้นน้ำตามรอยพ่อ โดยเป็นการน้อมนำแนวทางพระราชดำริในหลวง รัชกาลที่ 9 มาขยายผลสร้างฝายในทุกพื้นที่ โดยใช้เศษวัชพืช ไม้จากธรรมชาติ และสิ่งเหลือใช้จากการเกษตรมาใช้เป็นอุปกรณ์ในการสร้างฝายขนาดเล็ก นำไปสู่ความยั่งยืนในการบริหารจัดการน้ำ

จิตอาสาปลูกป่า บริเวณพื้นที่ธรรมชาติ โดยนำเยาวชนเข้าไปร่วมกิจกรรมด้วย สร้างสำนึกให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ร่วมกันฟื้นฟูธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมให้มีความสมบูรณ์

จิตอาสาแก้ไขปัญหาขยะ โดยจัดทำเสวียนรอบต้นไม้ภายในศาลากลางจังหวัดทุกต้น และริมฝั่งแม่น้ำกก เพื่อให้เสวียนเป็นสถานที่เก็บกิ่งไม้ ใบไม้ รวมทั้งขยะเปียกให้เป็นปุ๋ยของต้นไม้ ซึ่งวิธีการนี้เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น และเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการขยะของทุกอำเภอ

จิตอาสา รักน้ำ รักป่า รักแผ่นดิน ร่วมกันกำจัดวัชพืชน้ำ จอก แหน และผักตบชวา เพื่อฟื้นคืนความสมบูรณ์ให้กับแม่น้ำลำคลอง อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“ต้องถือว่าโครงการจิตอาสา มีส่วนสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าในจังหวัด ภายหลังเราได้จัดอบรมให้ความรู้กับจิตอาสา เพื่อให้เขาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามสถานการณ์ แจ้งข่าวสาธารณภัย และแก้ไขปัญหาร่วมกับทีมประชารัฐเฝ้าระวังไฟป่าและหมอกควันปี 2561 ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น ปรากฏว่าพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ของ จ.เชียงรายลดลง และจำนวนวันที่คุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานก็ลดลงอย่างมาก ถือเป็นความความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจมาก” นายประจญกล่าว

ทั้งนี้ จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภารกิจช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยเฉพาะเรื่องงานบริการ อาทิ ทำอาหารแจก ตัดผม ยังรวมไปถึงข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ ตลอดจนภาคประชาชนที่หลั่งไหลไปยังจุดนั้น ทุกคนต่างร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ในเครื่องแบบและหัวใจจิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจเป็นหนึ่งเดียว

กระทั่งภารกิจสำเร็จเสร็จสิ้น จากนั้นยังก็ได้เหล่าจิตอาสาอีกกว่า 4,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชาชนในพื้นที่ ต่างเข้ามาช่วยทำความสะอาดในกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ถ้ำหลวง คืนความสมบูรณ์ของวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

จิตอาสากำลังทำเสวียนรอบต้นไม้

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

 

‘โคราช’จิตอาสามากที่สุด

ถัดมาที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนเป็นจิตอาสามากที่สุดในประเทศ จำนวน 206,748 คน

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เราได้เริ่มดำเนินกิจกรรมจิตอาสาตั้งแต่งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตอนนั้นจิตอาสาได้เข้ามาช่วยทุกขั้นตอนร่วมกับข้าราชการ จนทำให้การจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในจังหวัดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เรายังให้ความสำคัญกับโครงการจิตอาสา โดยกำหนดว่าทุกวันพุธที่ 2 ของเดือน ส่วนราชการในจังหวัดตั้งแต่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัดนายอำเภอ ตลอดจนประชาชนจิตอาสา จะมาร่วมกันทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ในการพัฒนา แก้ไข และป้องกัน ตั้งแต่ทำความสะอาดซ่อมแซมถนน ปลูกต้นไม้ เก็บวัชพืช ดูแลสิ่งแวดล้อม ดูแลวัดวาอาราม ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ และกิจกรรมตามความถนัด ในลักษณะที่รัฐสนับสนุนงบประมาณและเครื่องมือ ส่วนจิตอาสามาลงแรง แต่บางพื้นที่ก็ทำมากกว่านั้น อย่างทำทุกวันอาทิตย์ ทำทุกวันพระ เพราะเห็นความสำคัญของกิจกรรมสาธารณประโยชน์

ผู้ว่าฯอธิบายถึงงานจิตอาสาใน จ.นครราชสีมา แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ

1.จิตอาสาพัฒนา ซึ่งเป็นจิตอาสาส่วนใหญ่ ทำหน้าที่บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ อาทิ อำนวยความสะดวกประชาชน ดูแลด้านสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข

2.จิตอาสาภัยพิบัติ ทำหน้าที่เฝ้าเตือน เตรียมการ และรองรับหลังเกิดภัยพิบัติ อาทิ เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบความเดือดร้อนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ตั้งแต่เข้าไปดูแลเรื่องความเป็นอยู่ ช่วยฟื้นฟูต่างๆ หลังเกิดเหตุการณ์

3.จิตอาสาเฉพาะกิจ เป็นการดำเนินกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ อาทิ งานพระราชพิธี และงานรับเสด็จต่างๆ

“ทุกวันนี้ในแอพพลิเคชั่นไลน์ของผม มีรายงานกิจกรรมจิตอาสาเข้ามาว่าทำกันทุกวัน จริงๆ ต้องถือว่าจิตอาสาตอนนี้เป็นกลุ่มหนึ่งที่พร้อมจะช่วยเหลือราชการและสังคม อย่างเมื่อมีภัยพิบัติต่างๆ ในพื้นที่ ก็ได้จิตอาสาเหล่านี้นี่แหละที่คอยเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน ซ่อมแซมบ้าน ช่วยขนของให้ จากเดิมที่เราต้องขอนายอำเภอ ตอนนี้ไม่ต้องทำอย่างนั้นแล้ว ฉะนั้นถือว่าการดำเนินโครงการจิตอาสาของ จ.นครราชสีมา จนถึงวันนี้ ค่อนข้างประสบความสำคัญ”

นายวิเชียรกล่าวอีกว่า กิจกรรมจิตอาสาได้สร้างความสามัคคีให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก จากเดิมเวลาจังหวัดจะชวนคนมาร่วมทำอะไรเพื่อประโยชน์สาธารณะแล้วรวมคนไม่ค่อยได้ แต่ตอนนี้พอชวนมาในชื่อจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรจะมีจิตอาสาเข้ามาร่วมกิจกรรมมาก ฉะนั้นถือว่าการที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานโครงการจิตอาสามา ได้สร้างกลุ่มคนที่มีหัวใจเพื่อสาธารณประโยชน์ สร้างความสามัคคีแก่พื้นที่ จ.นครราชสีมา ได้เป็นอย่างดี ขณะที่ตัวจิตอาสาเองก็ต่างรู้สึกภาคภูมิใจ เพราะเป็นกิจกรรมที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ที่ได้สวมใส่เครื่องแบบพระราชทานออกปฏิบัติหน้าที่

“จากการที่ผมได้ลงพื้นที่ปฏิบัติจิตอาสาได้เห็นบรรยากาศการร่วมลงมือลงแรงแล้วก็รู้สึกประทับใจ ที่ประชาชนได้รวมเป็นกลุ่มก้อนในการทำความดี เสมือนว่าทุกคนรู้หน้าที่ของตนเอง รู้ว่าตนเองเป็นจิตอาสา เมื่อชวนออกมาทำเพื่อสาธารณประโยชน์ ก็พร้อมจะออกมาได้ทุกเมื่อ ขณะเดียวกันผมหวังว่าจะทำให้โครงการจิตอาสามีความต่อเนื่องยั่งยืน เริ่มจากปฏิบัติตนเองในการเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาตลอด ให้ความสำคัญและชักชวนประชาชนให้ร่วมทำกิจกรรมส่วนคนที่มาแล้วเราก็จะให้กำลังคอยแนะนำแนวทางไม่ให้เกิดความเสื่อมเสีย”

“ที่สำคัญจะปลุกจิตการทำประโยชน์สาธารณะให้เข้าไปในหัวใจ เหมือนชื่อโครงการจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจจริงๆ และจะเปลี่ยนความคิดว่าการแก้ปัญหาต่างๆ จะมารอราชการอย่างเดียวไม่ได้ ทุกคนก็สามารถออกมาร่วมช่วยแก้ปัญหาได้ในลักษณะจิตอาสา”

ส่วนกิจกรรมของ จ.นครราชสีมา เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม ผู้ว่าฯได้จัดเตรียมกิจกรรมไว้ อาทิ ชวนจิตอาสามาร่วมกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่ 80 ไร่ ริมแม่น้ำมูล เพื่อรักษาป่าต้นน้ำสำคัญแห่งหนึ่งในภาคอีสาน, ระดมจิตอาสาครั้งใหญ่ในการทำความสะอาดแหล่งน้ำต่างๆ กำจัดวัชพืชอีกครั้ง, ชวนพสกนิกรมาร่วมสวดมนต์ถวายพระพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา

 

ต่อยอด’โครงการจิตอาสา’ให้ยั่งยืน

นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้ จ.ปทุมธานี ดูแลแม่น้ำลำคลองให้สะอาด ประการหนึ่งเพื่อเป็นต้นน้ำ กลางน้ำของคลองเปรมประชากรที่ไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ และนำมาทำน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคในเมืองหลวง ประการที่สองคือเพื่อความสวยงาม สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ และประการที่สามคือเพื่อป้องกันน้ำเหนือที่จะไหลเข้าท่วมกรุงเทพฯ ฉะนั้นโครงการจิตอาสาของปทุมธานีส่วนใหญ่จึงเน้นไปที่เรื่องคลอง

ผู้ว่าฯอธิบายถึงลักษณะทางกายภาพของ จ.ปทุมธานี ว่ามีพื้นที่เหมือนสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่เหนือกรุงเทพฯและ จ.นนทบุรี มีคลองหลักๆ ที่ต้องดูแล 15 คลอง ประกอบด้วย คลองเปรมประชากร คลองรังสิตประยูรศักดิ์แบ่งเป็นคลอง 1-14 และมีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน ซึ่งเวลามีน้ำเหนือลงมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถระบายออกทางคลองฝั่งซ้ายคือ คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ให้ไหลออกไปทาง จ.ปราจีนบุรี ลงแม่น้ำบางปะกง และระบายออกทางคลองฝั่งขวาไปทาง จ.นครปฐม ลงแม่น้ำท่าจีน ฉะนั้นน้ำจึงไม่ลงมาที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรีมาก เพราะน้ำไหลออกด้านข้างตลอด เหล่านี้เป็นระบบที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 5

นายพินิจกล่าวว่า จ.ปทุมธานีได้น้อมนำแนวพระราชดำริและโครงการจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ มาปฏิบัติตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 เป็นต้นมา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และอยากทำถวายเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 28 กรกฎาคม 2561 โดยตั้งแต่ต้นปีเราได้ดำเนินการในรูปแบบประชารัฐ คือมีเจ้าหน้าที่รัฐตั้งแต่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมถึงภาคเอกชนในพื้นที่ นักโทษชั้นดี นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนจิตอาสา มาร่วมกันทำความสะอาดและขุดลอกคูคลอง โดยภาครัฐจะเป็นฝ่ายสนับสนุนเครื่องมือ อาทิ มีรถขนน้ำ เรือเก็บผักตบชวาให้ ขณะที่ประชาชนมาร่วมลงแรง โดยใน จ.ปทุมธานีมีประชาชนมาลงทะเบียนจิตอาสาแล้ว 50,000 กว่าคน

“เราได้ต่อยอดโครงการจิตอาสาด้วยหลักคิดว่าทำแล้วต้องอยู่ยั่งยืน ฉะนั้นเวลาลงพื้นที่แต่ละครั้ง นอกจากไปลงมือทำความสะอาดแล้ว เรายังชวนให้ชาวริมคลองมาร่วมรักษาดูแล ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ หากมีขยะไหลตามน้ำมาอยู่ใต้ถุนบ้านให้ช้อนเก็บขึ้นมา อย่าปล่อยให้ขยะไหลไป จากนั้นจะมีจิตอาสาหรือ อบต.ไปเก็บขยะนั้นต่อจากท่านอีกที”

“สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ เราแบ่งเจ้าภาพดูแลคลองชัดเจน อย่างคลองเปรมประชากรที่มีความยาว 50.8 กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ปทุมธานี 20 กิโลเมตรกว่าๆ เราแบ่งช่วงคลองออกเป็น 10 โซน โซนหนึ่งจะมีเจ้าภาพ อาทิ หมู่บ้านจัดสรร ตลาดไทย บริษัทเวิร์คพอยท์ ที่ตั้งอยู่ริมคลองรับเป็นเจ้าภาพดูแลความสะอาดขยะ เก็บผักตบชวา หากโซนไหนมีสะพานข้ามคลองด้วย ก็ขอให้ช่วยปรับปรุงให้ดีขึ้น เหล่านี้พยายามสร้างให้เป็นระบบรับผิดชอบ เพื่อในอนาคตชาวบ้านจะได้ดูแลกันเอง ไม่ต้องรอผู้ว่าฯ ไม่รอหน่วยพระราชทานมาทำ”

ผู้ว่าฯยืนยันว่าตอนนี้คลองสะอาดขึ้นมาก โดยเฉพาะคลองเปรมประชากร ซึ่งจากความสำเร็จดังกล่าวได้ส่งรายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบ ปรากฏว่าได้รับเสียงชื่นชมจากนายกฯ และนำไปพูดว่าเป็นจังหวัดที่ควรเอาเป็นแบบอย่าง คือทำให้คนข้างคลองมาทำด้วยกัน ไม่ใช่รอรัฐมาทำให้อย่างเดียว

“เชื่อว่าคนปทุมธานีคงรู้สึกภูมิใจ เพราะเราไม่ใช่ทำเพื่อตัวเราเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำเพื่อเมืองหลวง ทำเพื่อประเทศ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และด้วยความปีติยินดีอย่างยิ่ง” นายพินิจกล่าว

นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

นายพินิจ ร่วมกิจกรรมจิตอาสา

นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

ทั่วทั้งประเทศน้อมใจรวมพลัง “จิตอาสา” ทำดีเพื่อตัวเรา สังคม และประเทศด้วยหัวใจ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon