มีโอกาสได้ดูภาพยนตร์โฆษณาชิ้นหนึ่งที่ให้ภาพเด็กผู้ชายเล่นบอลกับเพื่อนแล้วเตะไม่เข้าโกล หนูน้อยกลับบ้านด้วยความผิดหวัง ขว้างรองเท้าทิ้ง พร้อมกับตะโกนว่า “เลิก ไม่เล่นแล้ว”
ภาพตัดมาที่หมาพันธุ์บีเกิลคาบรองเท้ามาให้เจ้านายตัวน้อย แต่เขาหยิบรองเท้าขว้างทิ้งอีกครั้ง พร้อมกลับขึ้นห้องไปนอนแผ่หราบนเตียง
แต่บีเกิลไม่ละความพยายาม คาบรองเท้าขึ้นบันไดตามไปวางไว้อย่างเบามือที่ขอบเตียง พร้อมกับมองด้วยความหวัง รอยยิ้มค่อยจุดขึ้นที่มุมปาก เด็กน้อยลืมความเศร้า แล้วคนทั้งคู่ก็ลงไปเตะฟุตบอลเล่นที่สนาม ความสุขกลับมาเหมือนเดิม…
ความผูกพันระหว่างเด็กกับหมาเป็นเรื่องที่พบเห็นเป็นประจำ ต่างคนต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เด็กจะมีพัฒนาการทางอารมณ์มากขึ้น เป็นเด็กที่อ่อนโยน รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ตลอดจนมีความรับผิดชอบมากขึ้น
มีการศึกษาหนึ่งพบว่า การเลี้ยงสุนัขโดยผู้เลี้ยงที่ใช้เวลาอยู่กับสุนัขบ่อยๆ เล่นด้วยกัน มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน รวมทั้งเอาใจใส่ในกิจวัตรประจำวัน เช่น การขับถ่าย ให้อาหาร การออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ ระดับฮอร์โมนอ๊อกซิโตซิน (oxytocin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาททั้งในคนและสุนัขสามารถเพิ่มระดับมากขึ้นได้เมื่อทั้งคู่ใช้เวลาร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ
ฮอร์โมนชนิดนี้รู้จักกันในชื่อ “เลิฟ ฮอร์โมน” (love hormone) หรือทรัสต์ ฮอร์โมน (trust hormone) เป็นฮอร์โมนที่ทำให้เกิดพฤติกรรมของแม่ที่มีต่อลูก
ผลดีคือ เมื่อร่างกายหลั่งฮอร์โมนตัวนี้ออกมา เราจะมีความสุขจากการได้รับความรัก รู้สึกว่าปลอดภัย ช่วยลดความกังวลและลดความเครียดได้
จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดคนเลี้ยงสุนัขจึงรัก ใส่ใจดูแลและปฏิบัติต่อเพื่อนสี่ขาราวกับเลี้ยงลูก และยิ่งไม่ต้องสงสัยด้วยว่า ความรักที่สุนัขมีให้กับเจ้าของนั้นก็เป็นความรักที่ปราศจากเงื่อนไข
สพ.ญ.มธุรวันต์ ทัฬหิกรณ์ อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายถึงผลดีของการเลี้ยงสุนัข ในงาน “”เพดดิกรี ฮีโร่ด๊อก อวอร์ด”” (เพดดิกรี Hero Dog Awards) ยอดหมาเปลี่ยนชีวิต ซึ่งจัดขึ้นที่ Barkyard ซอยสุขุมวิท 26 เมื่อเร็วๆ นี้ว่า
ในแง่ของสุขภาพจิต คนเลี้ยงสุนัขจะได้รับความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขจากสุนัขที่เลี้ยง ไม่ว่าเราจะอยู่ในอารมณ์แบบไหน หรือแม้แต่เราจะมีการปฏิบัติบางอย่างที่ไม่ควรทำกับสุนัข เช่น อาจเผลอไปตีหรือเตะ หรือใช้เสียงดัง สุนัขก็ยังคงแสดงพฤติกรรมใกล้ชิดกับเจ้าของ คอยอยู่ใกล้ๆ เลียหน้าตา หรือนั่งนิ่งๆ และมองเจ้าของราวกับจะบอกว่า ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ขอให้รู้นะว่าเจ้านายยังมีเขาอยู่ใกล้ๆ
นั่นเป็นผลมาจากระดับฮอร์โมนแห่งความรักความผูกพันที่เพิ่มขึ้นอยู่เสมอระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยงโดยแท้ เพราะความรักเป็นพลังบำบัดที่ดี ผู้สูงวัยและเด็กเล็กจึงเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลดีในการเลี้ยงสุนัขไว้ในบ้าน

สำหรับเด็กเล็กๆ การเลี้ยงสุนัขจะสอนให้เด็กรู้จักความรับผิดชอบ โดยการเลี้ยงดูสุนัขของเด็กจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของพ่อแม่ด้วย เช่น กำหนดหน้าที่ให้เด็กรับผิดชอบการให้อาหารประจำวัน ให้เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเลี้ยงสุนัขได้ในหลายๆ ด้าน เช่น ช่วยถือสายยางเมื่อต้องอาบน้ำให้สุนัขหากเด็กยังอายุไม่มาก หรือเมื่อเด็กโตขึ้นแล้วสามารถอาบน้ำให้สุนัขได้เองก็มอบหมายหน้าที่นั้นให้ทำ เป็นต้น
ผลดีอีกอย่างสำหรับเด็กคือ การได้เรียนรู้การรับมือกับอารมณ์ของตนเอง เด็กเล็กๆ จะไม่รู้จักอารมณ์หากพ่อแม่ไม่พร่ำบอกว่าความรู้สึกอย่างนี้ลูกกำลังโกรธ อย่างนี้ลูกกำลังเศร้า ลูกกำลังไม่พอใจ น้อยใจ เสียใจ เป็นต้น เด็กๆ สามารถเรียนรู้การจัดการอารมณ์ต่างๆ ของตัวเองได้ผ่านสุนัขที่เลี้ยงไว้ในบ้าน และสิ่งที่ผู้เลี้ยงสุนัขไม่อาจเลี่ยงได้คือช่วงเวลาแห่งการพรากจากเด็กๆ สามารถเรียนรู้ “วัฏจักรชีวิต” จากความรู้สึกสูญเสียและสามารถผ่านมันไปได้อย่างเข้มแข็ง
ในแง่ของพัฒนาการด้านสังคม การเลี้ยงสุนัขจะสอนให้เด็กรู้จักเคารพผู้อื่น เคารพในสิทธิของการมีชีวิตของสัตว์เลี้ยง จะไปทำร้ายหรือเบียดเบียนเค้าไม่ได้ แม้จะเป็นสัตว์ที่เราเลี้ยงแต่เราก็ไม่มีสิทธิไปทำให้เค้าเจ็บปวดด้วยการดึงหู ดึงหาง หรือแกล้งให้เค้าเจ็บปวด ถ้าพ่อแม่ไม่สอนให้เด็กเคารพในสิทธิของผู้อื่น ไม่สอนให้ลูกอย่าทำร้ายสัตว์ สุนัขก็อาจเป็นอันตรายกับเด็กได้
นอกจากนี้ การเลี้ยงสุนัขยังทำให้เด็กมีเพื่อนมีสังคมที่ชอบในสิ่งเดียวกัน เพราะกิจวัตรที่ต้องพาสุนัขไปออกกำลังกายหรือไปเดินเล่นเป็นประจำจะทำให้เด็กมีโอกาสได้พบปะเพื่อนใหม่อยู่เสมอ สุนัขจึงเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างมนุษย์ด้วยกันได้
ด้วย “เลิฟ ฮอร์โมน” นี่เอง ผู้เลี้ยงสุนัขจึงมักจะได้รับประสบการณ์ดีๆ จากเพื่อนซี้สี่ขาที่มาช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเองได้ และพร้อมที่จะแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ของสุนัขฮีโร่ที่ดูเหมือนจะรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของเจ้าของได้ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์สนุก เศร้า หรือแม้แต่เมื่อเจ้าของอยู่ในภาวะตึงเครียดเหน็ดเหนื่อย สุนัขก็จะมีพฤติกรรมที่แปลกไปจากปกติ
เช่น จากที่ชอบวิ่งเล่นไม่อยู่นิ่ง ก็กลับนิ่งและเดินเข้ามาใกล้เจ้าของ คอยเลียหน้าตา หรือกระโดดขึ้นนั่งตักประหนึ่งต้องการปลอบประโลมใจให้เจ้าของรู้สึกดีขึ้นได้
สำหรับผู้ที่ต้องการจะแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ในชีวิต และยังได้ลุ้นเป็นเจ้าของถ้วยรางวัลชิ้นเดียวในโลก เข้าร่วมกิจกรรม “เพดดิกรี ฮีโร่ด๊อก อวอร์ด” ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 24 เมษายน รับข้อมูลเพิ่มเติมคลิกที่ www.pedigree.co.th/herodogawards ประกาศผลในงาน Pet Expo Thailand 2016 และที่หน้าเว็บไซต์ วันที่ 3 พฤษภาคม 2559

