ใครตกข่าวปฏิญญามหาสารคามบ้างเอ่ย
ต้นเรื่องมีครู 100 กว่าท่าน แสดงจุดยืนขอให้รัฐบาลพักหนี้ให้ โดยยืมหลักการพักหนี้เกษตรกร ประเด็นนี้คนวิพากษ์วิจารณ์กันเยอะ มีคำศัพท์นักวิชาการที่สะดุดหูสะดุดตาคำหนึ่ง เขาบอกว่า มนุษย์ลูกหนี้จะต้องมี “จริยวินัย” ในการชำระหนี้
คำว่าจริยวินัย ความจริงก็เป็นคำพื้นๆ แยกได้เป็นสองคำหลักคือ “จริย” กับ “วินัย” ซึ่งย่อมหมายถึง เป็นลูกหนี้แล้วต้องมีจริยธรรมในฐานะลูกหนี้ เป็นหนี้แล้วก็ต้องจ่าย และจ่ายแบบมีวินัยอย่างเคร่งครัด
ไซด์เอฟเฟ็กต์หรือผลกระทบทางอ้อม
ที่หลายคนกลัวนักหนา คือถ้ารัฐบาลยินยอมให้มีการพักหนี้ครูเหมือนกับพักหนี้เกษตรกร ประเทศนี้คงได้เห็นวัฒนธรรมเบี้ยวหนี้ระบาดทั่วเมืองแน่นอน
เกริ่นพอหอมปากหอมคอ วกกลับเข้ามาวงการอสังหาริมทรัพย์ วัฒนธรรมเบี้ยวหนี้มีให้เห็นอยู่ทุกขุมขน บอกเลย
ยุคคอนโดมิเนียมบูมจัดๆ เพราะรัฐบาลสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่พร้อมกันทีละ 5-6 สายทาง เกิดแฟชั่น me too ซื้อลงทุนเก็งกำไร ความอับโชคดันไปเจอทำเลโอเวอร์ซัพพลาย ขอเงินดาวน์คืนเขาก็ไม่ให้ ไปร้องให้ “สคบ.-สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค” ช่วย เพราะไม่ยอมรับโอนตอนเขาสร้างเสร็จ
แบบนี้ เรียกว่านักเก็งกำไรอสังหาฯ ไม่มีจริยวินัย
คนที่ซื้อบ้าน-คอนโดฯ ไปแล้ว รับโอนไปแล้ว เป็นผู้อยู่อาศัยจริง ในวงการเขาเรียกว่าเป็นลูกค้าเรียลดีมานด์ แต่เอาเข้าจริงก็มีบางรายเบี้ยวจ่ายค่าส่วนกลางรายเดือน
การค้างค่าส่วนกลางแบบนี้ เรียกว่า
ลูกบ้าน-เจ้าของห้องชุด ไม่มีจริยวินัย
ต่อมา บ้าน-คอนโดฯ จับพลัดจับผลูกลายเป็นทรัพย์ NPA หรือทรัพย์ยึด ติดแหง็กอยู่ในแบงก์บ้าง กรมบังคับคดีบ้าง ตามประสาผู้บริหารก็อยากสร้างผลงาน ไปสะดุดตออยู่เรื่องหนึ่ง ว่าทรัพย์ยึดทั้งหลายมีเจ้ากรรมนายเวรคือหนี้ค่าส่วนกลาง ทำให้คนไม่อยากประมูล เพราะบางแปลงค่าส่วนกลางแพงกว่าตัวบ้านเสียอีก
ก็คิดไอเดียขอแก้กฎหมาย ให้การประมูลทรัพย์ยึด ไม่ต้องรับผิดชอบหนี้ค่าส่วนกลางเดิม ปล่อยตามยถากรรมให้นิติบุคคลไปเคลียร์กันเอาเอง โห้ ถ้าทำแบบนั้นจริง “อีแอบ” วงการอสังหาฯทั้งหลายคงได้เฮทั้งประเทศ เพราะสร้างวัฒนธรรมเบี้ยวหนี้ไม่ต้องจ่ายค่าส่วนกลางก็ได้
เรื่องนี้จบลงพบกันครึ่งทาง ทรัพย์ยึดที่มีหนี้ค่าส่วนกลางติดตัวมา หลังจากประมูลได้แล้ว กรมบังคับคดีจะติดประกาศ 30 วัน ให้เจ้าหนี้ค่าส่วนกลาง หรือพูดชัดๆ ก็คือนิติบุคคลบ้านจัดสรร-คอนโดฯนี่แหละ มาแสดงตัวเพื่อขอเคลียร์หนี้เป็นก้อนแรก ถ้าไม่มาถือว่าฟาวล์
ขออนุญาตฟันธงว่า แบบนี้หน่วยงานรัฐไม่ช่วยสร้างจริยวินัยให้กับผู้บริโภคอสังหาฯ
อีกเรื่องหนึ่งที่ขำกลิ้งมากไปกว่านี้อีก เคยจับเข่าคุยดีเวลอปเปอร์บางราย “คุณพี่กอล์ฟ-ณัฏฐพร กลั่นเรืองแสง” ผู้บริหารค่ายเรียล แอสเสทฯ บ่นกระปอดกระแปดให้ฟังตอนจะโอนคอนโดฯ ย่านสถานีเตาปูน รถไฟฟ้าสายสีม่วง
ลูกค้าเรียลดีมานด์รับโอนดิบดีตั้งแต่ไก่โห่ แต่นักเก็งกำไรเปิดเผยตัวชัดเจนมาก ทำวิธีสารพัดยื้อโอน บางคนดูหน้าตาไม่รู้อีโหน่อีเหน่แต่มีเทคนิคตรวจรับมอบไม่เสร็จสักที จนเจ้าของโครงการตงิดๆ ว่าแปลกแต่จริง ก็เลยไปสืบทราบมาว่าเป็นเพราะไปร่ำเรียนวิชากับโค้ชสอนการลงทุนอสังหาริมทรัพย์
สอนลงทุนเล็งผลเลิศไม่พอ ผลลัพธ์ผิดคาด ขายต่อไม่ออก-เก็งกำไรไม่ได้
มีการสอนวิชามารยื้อโอน ตรวจมอบห้องไปเถอะ ทำให้ตายก็ยังมีดีเฟกต์ไม่แล้วไม่เลิก
แบบนี้ โค้ชวิชามารไม่มีจริยวินัยล้านเปอร์เซ็นต์
ปีนี้ได้ข่าวว่าห้องชุดสร้างเสร็จพร้อมโอนมี 2 แสนกว่าล้านบาท ขายได้ ยังต้องลุ้นโอนให้ได้ด้วย ดีเวลอปเปอร์ทำแทบตาย ดีไซน์สารพัดสมาร์ทโซลูชั่นเป็น “อสังหา 4.0” แต่มาเจอลูกเล่นตื้นๆ “ยื้อโอน 0.4” เป็นเพราะขาดจริยวินัยตัวเดียวแท้ๆ
สรุปบรรทัดสุดท้าย เจ้าของโครงการถึงกับขำไม่ออกกันเลยทีเดียว

