เริงโลกด้วยจิตรื่น : พ้นเสียจาก‘จิตพร่อง’ : โดย จันทร์รอน

29.07.18 | 13:00 น.

เมื่อมีเรื่องราวหนึ่งใดเกิดขึ้นกับชีวิต จะตามมาด้วยทุกข์หรือสุข ขึ้นอยู่จิตที่สัมผัสกับเรื่องนั้นตั้งอยู่กับทรรศนะใด

อย่างเช่น เมื่อเราเกิดการเจ็บไข้ได้ป่วย
ต้องการพักผ่อน หรือจิตใจต้องการความช่วยเหลือดูแลจากคนรอบข้าง

แต่ปรากฏว่าไม่มีแม้กระทั่งความเห็นอกเห็นใจ หรือแสดงความห่วงใย

ถ้าทรรศนะที่ครอบงำความคิดเราคือ ความน้อยอกน้อยใจ หมดหวังกับสัมพันธภาพของมนุษย์ที่ขาดความเห็นอกเห็นใจที่มีต่อกัน

ยิ่งเป็นมนุษย์คนที่มีความสัมพันธ์แบบพิเศษ จนคาดว่ามีความหวังว่าจะได้รับน้ำใจมากเท่าไร ความน้อยใจจากการผิดคาดจะเกิดขึ้นเท่านั้น

Advertisement

เมื่อเป็นเช่นนี้ ความทุกข์ที่เกิดจากความเจ็บป่วยทางกายจะเป็นเรื่องหนึ่ง แต่จะซ้อนมาด้วยความทุกข์ที่เกิดจากทัศนคติที่มาครอบงำความคิด

เป็นไปได้ที่ความทุกข์ทางใจนั้นอาจจะส่งผลรุนแรงเสียยิ่งกว่าทุกข์ที่เกิดขึ้นจากการเจ็บป่วย

อาการเจ็บไข้ได้ป่วยนั้น วิธีจัดการไม่ซับซ้อน กินยา หาหมอ รักษาไปตามอาการ ตามความร้ายแรงของโรค

แต่การเยียวยาความเจ็บปวดทางใจนั้น เป็นเรื่องซับซ้อนกว่า

เพราะเอาเข้าจริงแล้ว ผู้ที่จะต้องจัดการให้บรรเทาเบาบางลงคือ “ตัวเอง”

คนอื่นอาจจะให้คำปรึกษา ให้ความคิด แนวทางได้ แต่ที่จะต้องจัดการให้เกิดคือ “ตัวเอง”

หนทางที่จะเยียวยาก็มีอยู่ทางเดียวคือ เปลี่ยนแปลงทรรศนะ

จะพ้นจาก “ความน้อยอกน้อยใจ” ซึ่งเป็นอีกด้านหนึ่งของ “ความโกรธ” ได้

จะต้องสร้างความเข้าใจใหม่ให้เกิดขึ้น

เช่นจากความคาดหวังว่าจะได้รับความเห็นอกเห็นใจ อันว่าไปแล้วก็คือ การไปฝากความปรารถนาจะให้เป็นอย่างโน้นไว้กับคนอื่น

ความเชื่อบางอย่างทำให้เกิดความคาดหวังนั้น

และก่อให้เกิดทุกข์เพราะที่เกิดขึ้นจริงไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง

หนทางที่ตรงที่สุดสำหรับการเดินให้พ้นมาจากความน้อยอกน้อยใจ คือ “เลิกการเอาความปรารถนาของตัวเราไปฝากไว้กับการกระทำของคนอื่น”

มองคนรอบข้างอย่างเข้าใจ ว่าทุกคนมีเรื่องราวที่มากำหนดความคิดความอ่านแตกต่างกันไป และความคิดนั้นเป็นเรื่องที่เปลี่ยนไปเรื่อย ตามแรงเสียดทานของปัจจัยอื่นๆ ที่เข้าผสมกระทบ

บางทีคนที่เราไปคาดหวังว่าจะได้รับความเห็นอกเห็นใจจากเขานั้น หากเรามองเห็นรายละเอียดของปัจจัยต่างๆ ที่เข้าไปเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนึกคิดเขาแล้ว เขาอาจจะเป็นผู้ที่น่าจะได้รับความเห็นใจจากเราเสียด้วยซ้ำ

ทรรศนะที่พร้อมจะเข้าใจคนอื่นเช่นนี้ หากทำให้มีขึ้นกับตัวเองเสมอ จะบรรเทาความทุกข์ร้อนได้มากทีเดียว

ความเข้าใจเป็นขุดเริ่มต้นของเมตตา อันหมายถึงความปรารถนาดีต่อคนอื่น

จะเปลี่ยนจิตใจของเราจากคนที่โหยหาให้คนอื่นช่วยเหลือ หรือเห็นอกเห็นใจ อันเป็นการนำความสุขของตัวเองไปฝากไว้กับการแสดงออกของคนอื่น

มาเป็นการเป็นผู้ที่ให้ความเห็นอกเห็นใจคนอื่น

ซึ่งเป็นจิตใจที่ไม่ขาดพร่องมากกว่า

เรื่องอย่างนี้ต้องฝึก

ทันทีที่เกิดความรู้สึกน้อยใจใคร ให้พิจารณาที่คนนั้น มองว่าอะไรทำให้เขาดูแล้งน้ำใจ

เมื่อมองเห็นแล้ว ตั้งใจที่จะอยู่ในความเห็นอกเห็นใจที่เขามีเหตุทำให้เป็นเช่นนั้น

จิตเราก็จะพ้นจากความพร่อง