ประสานักดูนก : กองหน้านกอพยพ โดย : นสพ.ไชยยันต์ เกษรดอกบัว

5.08.18 | 13:13 น.
เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น เพศผู้

ฝนยังไม่ซาแม้จะเพิ่งเข้าพรรษา นกอพยพระลอกแรกก็เดินทางจากถิ่นอาศัยในฤดูผสมพันธุ์จากไซบีเรียและประเทศจีน มาถึงประเทศไทยแล้วปลายเดือนกรกฎาคม นกอพยพชนิดแรกที่พบเห็นในบ้านเรา คือ นกเด้าลมหลังเทา มักจะพบเดินกระดกหาง ส่ายไปมา เดินอยู่บนพื้นถนนหรือทางเดินในป่าเป็นรายตัว แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา นกกระเต็นน้อยธรรมดา นกอพยพชนิดที่ 2 ก็ปรากฏตัวแล้ว จะเห็นว่าขนาดของนกไม่ใช่อุปสรรคในการอพยพระยะไกลแม้แต่น้อย ยิ่งน่าทึ่ง ถ้านึกได้ว่านกอพยพเหล่านี้ต้องเดินทางไกลเป็นประจำทุกปี ปีละ 2 ครั้ง นับจากนี้เป็นต้นไป ฤดูกาลอพยพต้นหนาวจะย่างกรายเข้าใกล้ประเทศไทยมากขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อวันเวลาเคลื่อนเข้าใกล้วันออกพรรษา ฝูงนกอพยพนับร้อยชนิด กว่า 1 ล้านตัว จะพากันย้ายถิ่น ใช้ประเทศไทยเป็นสะพานแผ่นดิน หรือ land bridge มุ่งหน้าไปถิ่นอาศัยในฤดูหนาวที่คาบสมุทรมลายู จรดหมู่เกาะต่างๆ ของประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

ด้วยภูมิประเทศรูปร่างยาว กินพื้นที่แตะตั้งแต่ปลายเขตอบอุ่นทางทิศเหนือเชื่อมระหว่างภูมิภาคอาเซียนตอนบนที่เชื่อมต่อกับประเทศจีน จรดขอบบนของเขตร้อนชื้นใกล้เส้นศูนย์สูตรทางทิศใต้ อันเป็นส่วนหนึ่งของคาบสมุทรมลายู ภูมิลักษณ์ของประเทศไทยจึงเอื้อต่อการอพยพทางไกลของนกอพยพทั้งตัวใหญ่ ตัวเล็ก ตลอดรายทางมีป่าไม้ แหล่งอาหาร แหล่งน้ำให้นกอพยพแวะพักเหนื่อย หรือหลบเลี่ยงอันตรายหากต้องบินข้ามผืนน้ำนานๆ เช่น อ่าวไทย ด้วยการบินเลาะลัดเลียบชายทะเลอ่าวไทยแทน ยิ่งเมื่อมีลมส่งท้ายจากลมเหนือ หรือลมหนาวจากประเทศตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป ยิ่งหนุนเสริมให้นกอพยพเบาแรง บินได้เร็วขึ้น ด้วยเหตุนี้ เดือนตุลาคมจึงเป็นเดือนแห่งเหยี่ยวอพยพที่จะพากันผ่านประเทศไทยหลายแสนตัว ส่วนกองหน้าของนกนักล่าเป็นเหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น ซึ่งทำรังวางไข่ที่ไซบีเรีย จีน เกาหลี และญี่ปุ่น จะเดินทางมาถึงประเทศไทยอีกครั้งใน 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ แต่จะพบเห็นเป็นรายตัวและเป็นนกตัวเต็มวัยที่ผละจากรังและลูกเหยี่ยวแล้ว ปล่อยให้ลูกๆ ของมันต้องถูกกระตุ้นด้วยสัญชาตญาณการอพยพที่ฝังอยู่ในสายเลือด หรือจริงๆ คือ ดีเอ็นเอที่อยู่ในนกอพยพทุกตัวไม่มีเว้น เมื่อความยาวของวันเปลี่ยนไปในต้นฤดูหนาวก็จะถูกสั่งให้เดินทางลงใต้ แม้ว่านกตัวนั้นจะเป็นนกวัยเด็กที่ไม่เคยเดินทางเลยในชีวิตก็ตาม ปรากฏการณ์นกอพยพจึงเป็นความมหัศจรรย์ประการหนึ่งของธรรมชาติ สื่อสัญลักษณ์ของวิวัฒนาการที่ผ่านการคัดเลือกสายพันธุ์มานานกว่าสหัสวรรษมากมายนัก นอกจากการอพยพจะเป็นไปเพื่อความอยู่รอดของนกแต่ละตัวที่ผละจากแดนเกิดที่จะแห้งแล้ง หนาวเย็น ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ไปยังดินแดนแปลกใหม่ที่มันไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิตแล้ว กระบวนการอพยพย้ายถิ่นนี้ ยังเป็นบททดสอบสำคัญของนกอพยพ ที่จะคัดเลือกนกที่แข็งแรง มีความพร้อมที่จะเผชิญภยันตรายนานา และปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติที่หลากหลายบนเส้นทางอพยพจนกว่าจะไปถึงเป้าหมาย

และเมื่อนกตัวนั้นสามารถย้ายถิ่นกลับไปแดนเกิดได้อีกครั้ง ก็จะมีโอกาสถ่ายทอดสายเลือดหรือพันธุกรรมของมัน ที่ได้รับการพิสูจน์ในชีวิตจริงแล้วว่า พร้อมจริงๆ