คอลัมน์ เดินไปในเงาฝัน : ห่วงน้ำท่วมโบราณสถานบ้าง

12.08.18 | 11:03 น.

แม้สถานการณ์โดยรวมเกี่ยวกับอุทกภัยในจังหวัดเพชรบุรีดูจะไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่นัก เพราะหลังจาก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมผ่านมา
พร้อมกับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปในทำนองว่า…ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่สาหัสอย่างที่คิด

ผมฟังแล้วก็พอสบายใจขึ้นบ้าง

เพราะเราเองในฐานะลูกหลานคนเมืองเพชร ที่มีพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงอยู่ในตัวจังหวัดหลายคน ก็ต่างเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลาว่า…น้ำจะท่วมไหม

เนื่องจากตลอด 4-5 วันผ่านมาก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะลงสำรวจพื้นที่บริเวณเขื่อนเพชร อ.ท่ายาง และวัดคุ้งตำหนัก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ผมเองอ่านไลน์จากกลุ่มเพื่อนสมัยเรียน ต่างล้วนแสดงความคิดเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า…ท่วมแน่

ผมเองก็เชื่อเช่นนั้น

Advertisement

ผลเป็นอย่างไรทุกคนคงทราบจากข่าวบ้างแล้ว

บ้านเรือน ร้านค้ารอบๆ ตลาดท่ายาง ตัว อ.บ้านลาด และตัวเมืองเพชร ระเรื่อยไปจนถึง อ.บ้านแหลม ต่างก่ออิฐฉาบปูนเพื่อกันน้ำเข้าบ้านเรือนกันอย่างวิตกกังวล

เพราะจากประสบการณ์ปี 2560 พวกเขาเคยเจอมาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้จึงไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก

สำคัญไปกว่านั้น ทุกคนคงทราบดีว่าช่วงระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม เป็นวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลวันแม่ ถ้าสถานการณ์ปกติคงมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชะอำ-หัวหินกันค่อนข้างเยอะ

แต่พอทราบจากข่าวว่าน้ำจะท่วมเพชรบุรี ปรากฏว่าผู้คนต่างยกเลิกห้องพักกันอย่างพร้อมใจ

เพราะข่าวที่นำเสนอออกมา ต่างพร้อมใจกันประโคมข่าวออกมาในทางนี้ทั้งสิ้น แต่กระนั้น ในอีกมิติหนึ่งที่ไม่มีใครพูดถึงเลย คือวัดวาอารามต่างๆ ใน จ.เพชรบุรี

ใครก็ตามที่เคยไปเที่ยวเมืองเพชร หรือรู้จักเมืองเพชรพอสมควร คงทราบดีว่าจังหวัดนี้มีวัดวาอารามเก่าแก่อยู่เป็นจำนวนมาก และหลายวัดอายุมากกว่าหลายร้อยปี

บางวัดถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน

หากเกิดน้ำท่วมเพชรบุรีจริงๆ ความเสียหายย่อมมาเยือนแน่

แต่กลับไม่มีใครพูดถึงแนวทางในการป้องกันน้ำท่วมให้กับวัดต่างๆ เหล่านี้เลย

ผมจะเล่าให้ฟังสั้นๆ พอสังเขปว่ามีวัดอะไรบ้างที่อยู่ใกล้แม่น้ำเพชร และอยู่ในเขต จ.เพชรบุรีที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

วัดแรกคือ วัดท่าไชยศิริ ตั้งอยู่บริเวณ ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี วัดนี้อยู่ติดกับแม่น้ำเพชรเลย ดังนั้น หากน้ำท่วมจริง วัดนี้ต้องโดนแน่ๆ

ความสำคัญของวัดนี้นอกจากจะไม่ปรากฏหลักฐานในการสร้าง แต่จากบันทึกข้อมูลบางแห่งระบุว่าวัดนี้ได้รับพระราชวิสุงคามสีมาครั้งแรกปี 1910 ตรงกับรัชสมัยแผ่นดินของพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท)

ดังนั้น วัดท่าไชยศิริจึงมีเจดีย์โบราณสมัยอยุธยา และพระประธานในพระอุโบสถปางประทานพร ซึ่งเป็นศิลปะสมัยลพบุรี ที่น่าจะมีอายุมากกว่า 700 ปี

ความสำคัญอีกอย่างของท่าน้ำวัดนี้คือเป็นที่ตักน้ำใช้ในพิธีบรมราชาภิเษก ทั้งยังเป็นที่ตักน้ำเสวยทั้งหมด 3 รัชกาล คือ รัชกาลที่ 3, รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6

อีกวัดหนึ่งคือ วัดกำแพงแลง ตั้งอยู่ในเขต ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี วัดนี้อยู่ห่างจากแม่น้ำเพชรเพียง 1 กม. ไม่ปรากฏหลักฐานในการสร้างเช่นกัน ส่วนสาเหตุที่เรียกว่าวัดกำแพงแลง หรือวัดเทพปราสาทศิลาแลง เพราะภายในวัดมีปราสาทเขมรก่อด้วยศิลาแลง ทั้งยังมีกำแพงศิลาแลงล้อมรอบ

กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนวัดกำแพงแลงเป็นโบราณสถานตั้งแต่ปี 2478

อีกวัดหนึ่งที่ต้องเล่าคือ วัดสระบัว ตั้งอยู่ใน ต.คลองกระแชง อ.เมือง จ.เพชรบุรี ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับเขาวัง และห่างจากแม่น้ำเพชรราวสัก 1 กม.เห็นจะได้

วัดนี้สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย อายุราวๆ 400 กว่าปี ที่นอกจากจะมีพระประธานเก่าแก่ภายในพระอุโบสถ หากยังมีภาพเขียนลายดาว และลวดลายต่างๆ บนเพดานอย่างสวยงาม

สำคัญไปกว่านั้นรอบๆ พระอุโบสถมีพัทธสีมาเก่าแก่ทั้งหมด 8 ฐาน แต่ละฐานมีลวดลายปูนปั้นตั้งแต่ฐานขึ้นไปจนเกือบถึงยอด โดยชั้นล่างเป็นรูปยักษ์แบกทั้ง 4 ด้าน ชั้นที่ 2 เป็นรูปครุฑแบก ชั้นที่ 3 เป็นลายกระจัง ชั้นที่ 4 เป็นลายดอกบัว และชั้นสุดท้ายเป็นใบพัทธสีมาคู่ สูงโดยประมาณ 2 เมตรครึ่ง

อย่างที่บอก ผมยังไม่เห็นกรมศิลปากรออกมาให้ข่าวถึงแนวทางในการป้องกันเลย ทั้งๆ ที่วัดสระบัวถูกขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่อนุรักษ์ของกรมศิลปากรมาตั้งนานแล้ว

จริงๆ ยังมีวัดอื่นๆ อีกหลายวัดที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน

อยากให้ทุกคนนอกจากจะช่วยเพชรบุรีให้น้ำท่วมน้อยที่สุดแล้ว โปรดจงช่วยหันมาดูโบราณสถานสำคัญๆ อีกหลายแห่งในเมืองพริบพรีด้วย

อย่าลืมนะครับ