เมื่อ ‘คนรัก’ หาได้จาก ‘แอพพลิเคชั่น’ เวิร์กแค่ไหนกับรักออนไลน์

11.08.18 | 14:05 น.

การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคโลกาภิวัตน์ (globalization) จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การดำเนินชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปในทุกมิติ

ไม่เว้นแม่แต่เรื่องของ “ความรัก”

ในอดีตกว่าจะถูกตาต้องใจกับใครสักคน อย่างน้อยที่สุดก็ต้องผ่านการพบสบตากันสักครั้ง สองครั้ง หรือต้องพบปะพูดจาใกล้ชิดสนิทสนมกันสักระยะหนึ่ง การสานสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า ที่ไม่เคยพบกันมาสักครั้งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

แต่เดี๋ยวนี้ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยี โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่น ที่เปิดช่องทางให้พูดคุยกับคนแปลกหน้าเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย อีกทั้งเรายังสามารถระบุความสนใจและความต้องการของ “คู่” ที่ต้องการได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เพศ อายุ สถานที่อยู่ หรือไลฟ์สไตล์

ทำให้การพัฒนาความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าที่ “ถูกใจ” เป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น

Advertisement

ส่งผลให้ “แอพพลิเคชั่นหาคู่” ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายอย่างมากในขณะนี้

กระทั่ง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก ยังประกาศว่าเฟซบุ๊กจะมีฟีเจอร์ “ช่วยหาคู่” (Dating) เป็นฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งจะเปิดใช้ปลายปีนี้บนเวที Facebook F8 งานประชุมนักพัฒนาประจำปี 2018 ที่เมืองซานโฮเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา

เพราะจากฐานข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กที่มีมากกว่า 2.2 พันล้านคนทั่วโลกนั้น มีกลุ่มที่ระบุสถานะในโปรไฟล์ว่า “โสด” มากถึง 200 ล้านคน นับเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีขนาดใหญ่มาก โดยเฟซบุ๊กวางเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้งานหาคู่ครองระยะยาวได้

สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปในการหาคู่ของคนยุคไซเบอร์

อย่างไรก็ดี มีคู่รักไม่น้อย ที่ประสบความสำเร็จในการหาคู่ผ่านแอพพลิเคชั่น เเต่ก็ยังมีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งที่ดูไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก เพราะการทำความรู้จักพูดคุยผ่านบริการแอพพ์หาคู่ต่างๆ เสี่ยงต่อการพบเจอกับมิจฉาชีพ หรือหากเราไม่ระมัดระวังตัว อาจทำให้ถูกล่อลวงล่วงละเมิดทางเพศได้ นับเป็นอันตรายที่สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้คนทุกเพศทุกวัย

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก / AFP

ยิ่งไปกว่านั้นหากผู้ใช้บริการตั้งใจที่จะเปลี่ยนวิธีการใช้งานจากการหาคู่รัก มาเป็นหาคู่นอนแทนแล้ว อาจเสี่ยงกับโรคติดต่อร้ายแรงที่ตามมาด้วยก็ได้ หากไม่รู้จักการป้องกันตัวเองที่ดีพอ

ดร.รณภูมิ สามัคคีคารมย์ อาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า จุดเริ่มต้นของแอพพลิเคชั่นหาคู่ เริ่มจากการสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเพศทางเลือก ที่ในอดีตรูปแบบความสัมพันธ์ยังไม่เป็นที่ยอมรับ ทำให้ไม่มีพื้นที่ในการพบเจอหรือแสดงความรู้สึกต่างๆ แต่ในปัจจุบันแอพพ์หาคู่มีผู้ใช้บริการอย่างแพร่หลาย ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ยอดผู้ใช้บริการเติบโตขึ้นในช่วงปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นปีที่มีแอพพ์หาคู่งอกออกมาให้ใช้บริการกันมากหน้าหลายตา

ด้วยปัจจัยในเรื่องของเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงโลกออนไลน์และออฟไลน์ให้กลายเป็นโลกใบเดียวกันได้ ทำให้ผู้คนมีความใกล้ชิดกันมากขึ้นเเม้จะอยู่ห่างกันคนละมุมโลกก็ตาม ประกอบกับแอพพ์หาคู่ในปัจจุบันไม่ได้มีให้เราเห็นเพียงรูปภาพบางส่วน แต่ยังบ่งบอกชื่อ อายุ และรายละเอียดพื้นฐานต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีระบบการยืนยันตัวตนผ่านรูปถ่าย ที่สามารถสร้างความมั่นใจให้เราได้ในระดับหนึ่งว่า เราจะไม่โดนหลอกเรื่องรูปร่างหน้าตาแน่นอน

แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถการันตีให้ได้ว่าเราจะปลอดภัยหากมีการนัดเจอกัน ยิ่งเป็นโลกที่คนเดินสวนกันไปมา สามารถหยิบมีดมาจ้วงแทงกันได้ตลอดเวลาด้วยแล้ว ยิ่งอันตราย

“อีกหนึ่งปัจจัยคือ ทัศนคติที่เริ่มมองว่าการหาคู่ผ่านแอพพ์เป็นเรื่องธรรมดา ด้วยวิถีชีวิตของคนในปัจจุบันที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ รวดเร็ว ทำให้ไม่มีเวลาออกไปทานข้าว ดูหนัง ฟังเพลง เพื่อที่จะได้มีโอกาสเจอคนที่ถูกใจเหมือนแต่ก่อน จึงทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าแอพพ์เหล่านี้ตอบสนองต่อความต้องการและวิถีชีวิตของคนในปัจจุบันได้ดี” ดร.รณภูมิอธิบาย

และว่า ยังมีเรื่องของค่านิยมในเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องการการผูกมัดใดๆ เราสามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้โดยใช้เวลารู้จักกันไม่นาน ไม่ต้องเป็นอะไรกัน ความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวยเป็นรูปแบบที่พบเจอมากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้แอพพ์หาคู่ได้รับความนิยมมากขึ้น และเนื่องจากแอพพ์หาคู่สามารถใช้ได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ จึงก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทับซ้อนขึ้นมากมาย เพราะทุกคนสามารถสร้างความสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าเราจะอยู่กับแฟน แต่เราก็สามารถคุยกับคนอื่นได้ตอนที่แฟนนอนหลับ เป็นต้น

“ช่องทางนี้เป็นช่องทางหนึ่งของคนในยุคปัจจุบันที่จะสามารถหาความสุขในเรื่องเพศให้กับตัวเองได้ ถึงแม้ว่าตัวเองจะมีสถานะเป็นคนโสด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวเองจะไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับใครได้ เพราะเราสามารถสร้างความสัมพันธ์กับใครก็ได้ง่ายขึ้น ผมมองว่าแอพพ์หาคู่เป็นเครื่องมือที่สร้างมาเพื่อช่วยเหลือคนก็จริง แต่ในขณะเดียวกันเรื่องของการหลอกลวง หรือการฆาตกรรมมันก็ยังคงดำรงอยู่ เพราะอย่างที่บอกว่า ตัวเทคโนโลยีก็มักจะมีความอันตรายอยู่ในตัวของมันเอง เนื่องจากเทคโนโลยีที่สามารถทำให้เราเห็นหน้ากันและกันได้แล้ว ทำให้ระยะเวลาในการไว้วางใจกันลดน้อยลง

“ในรุ่นพ่อรุ่นแม่กว่าจะใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน ใช้เวลาคบหาดูใจกันเป็นปี แต่ในยุคนี้ที่การติดต่อสื่อสารมันง่ายขึ้นในทุกช่องทาง ทำให้กำแพงความไม่ไว้ใจถูกทลายลงได้อย่างง่ายดาย”

ดร.รณภูมิยังวิเคราะห์อีกว่า หากจะพูดกันตรงๆ แล้ว คนที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดคงหนีไม่พ้นผู้ผลิตแอพพลิเคชั่น ที่มีกำไรภายใต้ทั้งความสุขและความทุกข์ของผู้ใช้งาน เพราะว่าไม่มีกฎหมายหรืออะไรมารองรับเลยว่าหากผู้ใช้บริการแอพพ์หาคู่ของท่านถูกหลอกแล้ว จะเข้ามามีส่วนรับผิดชอบอย่างไร ยกตัวอย่างกรณี หากแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร ยังสามารถร้องเรียนได้ แต่หากผู้ใช้บริการแอพพ์หาคู่เกิดอันตรายอะไรขึ้น กลับไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้เลย

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือการเปลี่ยนวิธีการใช้งานจากแอพพลิเคชั่นหาคู่รักมาเป็นหาคู่นอนแทน เพราะสิ่งที่ตามมาคือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะโรคเอดส์ ทั้งตัวเลขของการตั้งครรภ์ไม่พร้อมที่จะพุ่งสูงขึ้นมาก และการเกิดความสัมพันธ์ทับซ้อนขึ้น เพราะการสร้างสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว ทำให้การใช้วิจารณญาณคิดไตร่ตรองลดน้อยลงตามไปด้วย ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นเองควรหันมาให้ความสำคัญในเรื่องนี้ อาจจะเพิ่มคำแนะนำหรือคำเตือนว่า หากใช้งานแอพพ์ในทางที่ผิดอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ การไม่ป้องกันตัวเองอาจทำให้ติดโรค หรือตั้งครรภ์ไม่พร้อมได้อีก ผู้ผลิตควรมีส่วนช่วยในเรื่องนี้ด้วย ไม่ใช่ทำนาบนหลังคนต่อไปแบบนี้”

นอกจากนี้ อาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ ยังระบุอีกว่า การที่กลุ่มคนทุกวัยสามารถเข้าใช้แอพพ์หาคู่ได้ โดยไม่จำกัดอายุหรือสามารถโกงอายุเข้าใช้งานได้ ทำให้มีกลุ่มผู้ใช้บริการที่น่าเป็นห่วงอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเด็กที่ยังไม่มีวุฒิภาวะหรือประสบการณ์ที่มากพอ ทำให้ถูกล่อลวงได้ง่าย ส่วนอีกกลุ่มคือ ผู้สูงอายุที่ต้องการเพื่อนหรือคนดูแลในช่วงบั้นปลายของชีวิต ที่หากไม่มีความรู้เท่าทันก็ถูกหลอกลวงได้ง่ายเช่นเดียวกัน

“ถึงแม้ว่าวัยทำงานจะมีการใช้บริการแต่ก็ยังไม่น่าเป็นห่วงเท่าคนสองกลุ่มที่กล่าวถึง เพราะวัยทำงานต้องอยู่กับคนในสังคมเป็นปกติ ทั้งยังมีสิ่งรบกวนอื่นอีกมากมาย ที่ทำให้วัยนี้รู้เท่าทันสื่อ จึงอยากฝากถึงผู้ใช้บริการแอพพ์หาคู่ว่า ให้คำนึงเสมอว่าคนที่เราคุยด้วยในแอพพ์หาคู่กับตัวจริงอาจจะไม่ใช่คนเดียวกันก็ได้ เพราะเดี๋ยวนี้การหลอกลวงสามารถทำได้หลากหลายวิธีการ

“และฝากถึงผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นหาคู่ต่างๆ คือตัวคุณเองก็สามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเตือนผู้ใช้ถึงความเสี่ยงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้ ในส่วนของภาครัฐเองก็ควรออกมาช่วยในเรื่อง การควบคุมเหตุอันตรายก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง เพราะบ้านเราก็มีกระทรวงไอที ที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้โดยเฉพาะ ส่วนในด้านวิชาการ นักวิชาการเองก็ควรที่จะทำสื่ออกมาให้คนทั่วไปสามารถเข้าใจง่าย โดยการใช้คำในเชิงปฏิบัติให้มากขึ้น ไม่ใช่ใช้คำในเชิงวิชาการที่เข้าใจยาก”

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แอพพลิเคชั่นหาคู่ก็ไม่ได้มีเพียงแค่ข้อเสียไปหมดเสียทีเดียว เพราะแอพพ์หาคู่ก็มาพร้อมข้อดีด้วยเช่นกัน โดยข้อดีของการใช้บริการแอพพลิเคชั่นประเภทนี้คือ ทำให้เราได้รู้จักเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้น แชร์เรื่องราวที่พบเจอระหว่างวันของกันและกัน ทั้งยังเป็นโรงเรียนสอนภาษาโดยที่เราไม่ต้องเสียเงินไปเรียนภาษาเพิ่มเลยก็ได้ เพราะเรามีโอกาสพบเจอเพื่อนชาวต่างชาติในแอพพ์หาคู่ได้ หรือหากเราพบเจอเพื่อนที่พูดคุยแล้วถูกชะตา ถูกจริต เราก็อาจจะได้เพื่อนที่ดีเพิ่มมาอีกคน

อาจสรุปได้ว่า การใช้บริการแอพพลิเคชั่นหาคู่ต่างๆ หากเราใช้งานด้วยความระมัดระวัง ก็จะสามารถสร้างประโยชน์ให้เราได้อย่างมากมาย แต่หากเราใช้บริการด้วยความประมาท ไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบก่อน ไว้ใจคนง่ายเกินไป ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายที่คาดไม่ถึงขึ้นได้

ดังนั้น หากอยากสานสัมพันธ์กับใครก็ตามก็ควรระมัดระวังตัวเองไว้ก่อน การนัดเจอกันควรอยู่ในสถานที่มีผู้คนพลุกพล่าน และหากรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยให้หาทางแยกตัวออกจากตรงนั้นทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้จนเกิดอันตรายใดๆ ขึ้นกับตัวเอง