ไฮไลต์ก่อนเชียร์ “ทัพนักกีฬาไทย” สู้ศึก-คว้าเหรียญทอง “เอเชี่ยนเกมส์ 2018”

18.08.18 | 13:54 น.

เป็นมหกรรมกีฬานานาชาติสุดยิ่งใหญ่ของทวีปเอเชียที่จัดขึ้นเป็นประจำทุก 4 ปี สำหรับ “เอเชี่ยนเกมส์” ที่รวบรวมการแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ กว่า 40 ชนิดกีฬา

นับได้ว่าเป็นมหกรรมที่มีการแข่งขันกีฬาหลากหลายชนิด โดยเป็นอันดับสองรองจากโอลิมปิกเท่านั้น

ปีนี้ ประเทศอินโดนีเซีย รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพประจำการแข่งขัน “เอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 18” ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงจาการ์ตาและเมืองปาเล็มบัง ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน

สำหรับประเทศไทย สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยได้จัดทัพกีฬาเข้าร่วมแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์จาก 43 สมาคม และ 2 กีฬาสาธิต โดยตั้งเป้าคว้าเหรียญทองไว้ที่ 20 เหรียญทอง

ประกอบด้วย ตะกร้อ 4 เหรียญทอง, กอล์ฟ, มวยสากล, ยกน้ำหนัก และเทควันโด ประเภทละ 2 เหรียญ ส่วนอีก 8 เหรียญ ได้แก่ ปันจักสีลัต, ยูยิตสู, ยิงเป้าบิน, กีฬาทางอากาศ, บริดจ์, เรือพาย, เรือใบ และเจ็ตสกี อย่างละ 1 เหรียญ

Advertisement

สำหรับผลงานในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ครั้งล่าสุด เมื่อปี 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้นั้น ทัพนักกีฬาไทยคว้าชัย 12 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน 28 เหรียญทองแดง รวม 47 เหรียญ ครองอันดับที่ 6 ของตารางรวม โดยเจ้าเหรียญทองในครั้งนั้นได้แก่ จีน ที่กวาดไปทั้งสิ้น 151 เหรียญทอง 109 เหรียญเงิน และ 85 เหรียญทองแดง รวมทั้งสิ้น 345 เหรียญ ทิ้งห่างเจ้าภาพเกาหลีใต้ ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยผลงาน 79 เหรียญทอง 70 เหรียญเงิน และ 79 เหรียญทองแดง รวม 228 เหรียญ

ทั้งนี้ จากการสำรวจของ KBU Sport Poll โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ม.เกษมบัณฑิต เปิดเผยว่า กีฬาที่ประชาชนติดตามเชียร์มากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ ฟุตบอลชาย, วอลเลย์บอลหญิง และเซปักตะกร้อ

“ทัพช้างศึกไทย” พร้อมลงสนามลุยศึก “เอเชี่ยนเกมส์”

สำหรับผลงานของฟุตบอลชายทีมชาติไทยในอินชอนเกมส์ 2014 ที่ประเทศเกาหลีใต้ มี “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง คุมทีมทำผลงานคว้าอันดับ 4 จากการพ่ายต่ออิรักไป 0-1 ในเกมนัดชิงเหรียญทองแดง ถือเป็นการคว้าอันดับ 4 เป็นสมัยที่ 4 ของขุนพลช้างศึก ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของทัพช้างศึก โดย 3 ครั้งก่อนหน้านั้นเกิดขึ้นในปี 1990 ที่ประเทศจีน, ปี 1998 ที่กรุงเทพมหานคร และครั้งสุดท้ายคือปี 2002 ที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้

“เสี่ยเช” วรพจน์ ยศะทัตต์ ที่ปรึกษาทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย กล่าวว่า ฟุตบอลเป็นกีฬายอดฮิตของคนไทยและมีแฟนกีฬาจำนวนมากคอยติดตาม ขณะที่ในทัวร์นาเมนต์นี้เราต้องเจอกับทีมคู่แข่งซึ่งเต็มไปด้วยนักเตะที่มีคุณภาพ โดยทางสมาคมตั้งเป้าว่าจะสู้อย่างเต็มที่ มุ่งมั่น และทุ่มเทอย่างถึงที่สุด ส่วนผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไรคงต้องมาติดตามและให้กำลังใจกันอีกที แต่ก็หวังจะพยายามเข้ารอบที่ลึกที่สุดให้ได้

โดยทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดลุยศึกเอเชี่ยนเกมส์ 2018 มี “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ เป็นกุนซือใหญ่นำทัพช้างศึกลงฟาดแข้ง ซึ่งมีนักฟุตบอลดาวรุ่งชื่อดังหลายรายตบเท้าเข้าแข่งขัน ได้แก่ ศุภชัย ใจเด็ด, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, สุภโชค สารชาติ และ สุริยา สิงห์มุ้ย เป็นต้น ซึ่งทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่มบีร่วมกับ อุซเบกิสถาน, บังกลาเทศ และกาตาร์

อย่างไรก็ตาม ในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ มีนักฟุตบอลที่น่าจับตามองจำนวนไม่น้อย หนึ่งในนั้นคือเป็นนักเตะจากเเชมป์เก่าเมื่อ 4 ปีที่เเล้ว ซอน เฮือง มิน นักเตะสตาร์ดังของเกาหลีใต้ วัย 26 ปี ซึ่งปัจจุบันเล่นฟุตบอลอาชีพให้กับ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สโมสรชื่อดังแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ขออนุญาตต้นสังกัดกลับมารับใช้ชาติในการลุยศึกเอเชี่ยนเกมส์ 2018 เพื่อหวังพาบ้านเกิดป้องกันแชมป์ให้ได้

ซึ่งหาก “ซอน เฮือง มิน” สามารถพาทีมป้องกันแชมป์และคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ จะได้รับข้อยกเว้นตามเงื่อนไขพิเศษ ไม่ต้องเข้ากรมเป็นทหารรับใช้ชาติ กรณี “บุคคลที่เป็นนักกีฬาทีมชาติเกาหลีใต้ที่ได้เหรียญทองจากการลงแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกและเอเชี่ยนเกมส์” และจะทำให้เจ้าตัวสามารถอยู่ค้าแข้งกับทีมดังแห่งเกาะอังกฤษได้อย่างราบรื่น หลังเพิ่งต่อสัญญาระยะยาวกับต้นสังกัด “ไก่เดือยทอง” ไปจนถึงปี 2023 แล้วนั่นเอง

ชอน เฮือง มิน

“สเปอร์ส” ต้องยอมพลาดใช้งานแข้งแดนกิมจิเพียง 1 เดือน ย่อมดีกว่าการไม่ได้ใช้งานเขาถึง 2 ปีเต็มจากการเข้ากรมตามกฎของประเทศเกาหลีใต้ ที่ชายทุกคนต้องปฏิบัติตามเมื่อมีอายุครบ 20 ปี แต่สามารถใช้สิทธิผ่อนผันได้จนถึงอายุ 30 ปี หากติดภารกิจตามหลักเกณฑ์

โดยผลงานล่าสุดของ “ซอน เฮือง มิน” กับทีมชาติในศึกฟุตบอลโลก 2018 คือการลงเล่น 3 นัด ยิงได้ 2 ประตู ซึ่ง 1 ในนั้นคือการยิงใส่เยอรมนีในนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม ฉุดอดีตแชมป์โลกปี 2014 ตกรอบไปด้วยกันชนิดช็อกโลก ด้านผลงานกับต้นสังกัดทีมปัจจุบันอย่าง “สเปอร์ส” ในฤดูกาล 2017-18 ที่ผ่านมา เขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีกทั้งสิ้น 37 นัด ซัดไปถึง 12 ประตู และส่งให้เพื่อนร่วมทีมยิงตุงตาข่ายอีก 6 ลูก ถือว่าฟอร์มดีมีมาตรฐานและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกแล้ว

เช็กความพร้อมกีฬายอดนิยม “วอลเลย์-ตะกร้อ”

สำหรับ “วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย” ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ 2014 ครั้งล่าสุดนั้น สามารถคว้าเหรียญทองแดงแรกในประวัติศาสตร์ของทัพลูกยางสาวในรอบ 48 ปี ด้วยการตบชนะญี่ปุ่นไปขาดลอย 3-0 เซต

ร.อ.จักรสุวรรณ โตเจริญ เลขาธิการสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ระบุว่า เอเชี่ยนเกมส์เป็นรายการที่สำคัญ เพราะคนไทยต่างคาดหวังให้นักกีฬาคว้าเหรียญกลับมาเพื่อเป็นความภาคภูมิใจ โดยทางสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลตั้งเป้าหมายครั้งนี้ว่าจะติด 1 ใน 3 ของรายการนี้ให้ได้ ซึ่งคู่แข่งที่สำคัญคือ จีน, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่ในขณะที่เกาหลีเหนือ หรือคาซัคสถาน ก็เป็นทีมที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน

โดยทัพนักวอลเลย์บอลสาวไทยได้บินไปเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นที่เมืองคาโนย่า ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนจะกลับมาเก็บตัวโค้งสุดท้ายในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยทีมผู้เล่นชุดปัจจุบันเป็นการผสมผสานระหว่างนักตบรุ่นเก๋าผสมดาวรุ่งไฟแรง เช่น ปลื้มจิตร์ ถินขาว, นุศรา ต้อมคำ, อัจฉราพร คงยศ และ ชุชชุอร โมกศรี เป็นต้น

สำหรับเส้นทางในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ 2018 รอบแรก นักตบสาวไทยอยู่ใน กลุ่มเอ ร่วมกับ อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, ฮ่องกง และฟิลิปปินส์ ส่วนกลุ่มบี ได้แก่ เกาหลีใต้, จีน, ไต้หวัน, คาซัคสถาน, เวียดนาม และอินเดีย

ในส่วนของ “เซปักตะกร้อทีมชาติไทย” เมื่อ 4 ปีที่แล้วทำผลงานไว้อย่างสวยหรู ด้วยการคว้าทั้งหมด 4 เหรียญทองจากการส่งแข่งขันทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ เซปักตะกร้อทีมชุดชาย, เซปักตะกร้อทีมชุดหญิง, เซปักตะกร้อทีมเดี่ยวหญิง และเซปักตะกร้อทีมเดี่ยวชาย

ไพโรจน์ อาชารุ่งโรจน์ ผู้จัดการทีมตะกร้อ สมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตอนนี้นักกีฬาพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่เหลือคือการรักษาความฟิตและระวังอาการบาดเจ็บเท่านั้น ซึ่งเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ส่งนักกีฬาเข้าร่วม 4 ประเภท จากทั้งหมด 6 ประเภท แบ่งเป็นชาย 2 ประเภท คือทีมชุด 3 คน และทีมชุด 2 คน นำโดย “พรชัย เค้าแก้ว” ตัวฟาดรุ่นเก๋าวัย 36 ปี ส่วนทีมหญิงอีก 2 ประเภท คือทีมชุด 3 คน กับทีมเดี่ยว 4 คน ซึ่งแน่นอนว่า พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ นายกสมาคมเซปักตะกร้อแห่งประเทศไทย ตั้งเป้าว่าจะต้องคว้าให้ครบทั้ง 4 ทอง ถ้าไม่ครบถือว่าล้มเหลว อย่างไรก็ตาม นักกีฬาไม่ได้มีความรู้สึกกดดัน เพราะทุกครั้งที่ไปแข่งก็มีเป้าหมายเช่นนี้อยู่แล้ว”สำหรับทีมชุด 3 คนชาย มาเลเซียไม่ส่งแข่งขัน ทำให้คู่แข่งไทยเหลือเพียงเกาหลีใต้ กับอินโดนีเซียเจ้าภาพเท่านั้น ส่วนทีมชุด 2 คนชาย ถือว่าค่อนข้างสูสีมี ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และพม่า แต่ก็ยังเชื่อว่าชนะได้ ขณะที่ผู้หญิงนั้นมีเวียดนามกับเกาหลีใต้ที่น่ากลัวเท่านั้น” นายไพโรจน์ ผู้จัดการทีมตะกร้อกล่าว

“อี-สปอร์ตไทย” กับการเข้ารอบของ 3 เกมดัง

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 นี้ คือกีฬา “อี-สปอร์ต” ถูกบรรจุลงในการแข่งขันกีฬาสาธิตด้วยโดยเกมที่ถูกเลือกมาในการแข่งขันล้วนเป็นเกมชื่อดังที่ได้รับความนิยมอย่างมากในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ RoV หรือ Arena of Valor, League of Legend หรือ LoL, PES 2018 หรือ Pro Evolution Soccer 2018 เกมฟุตบอลชื่อดัง, StarCraft II เกมแนววางแผน, Hearthstone แนวการ์ดเกม และ Clash Royale เกมแนวป้องกันป้อมปราการ โดยการแข่งขัน อี-สปอร์ตในครั้งนี้ถูกจัดอยู่ในประเภทกีฬาสาธิต ซึ่งจะไม่มีการนำเหรียญรางวัลไปนับรวมกับตารางคะแนนทั้งหมดแต่อย่างใด

สันติ โหลทอง

สันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การที่อี-สปอร์ตถูกบรรจุเข้าแข่งขันในมหกรรมกีฬาระดับใหญ่เช่นนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกภูมิใจอย่างมาก ทั้งต่อนักกีฬาและสมาคม รวมถึงสร้างความตื่นตัวให้กับวงการอี-สปอร์ตในประเทศไทยได้พอสมควร แม้ครั้งนี้จะเป็นเพียงกีฬาสาธิตก็ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง มั่นใจว่านักกีฬาทุกคนพร้อมสู้เต็มที่ เพื่อคว้าแชมป์กลับมาให้ได้

โดยทัพอี-สปอร์ตของไทย สามารถผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้ 3 เกม ประกอบด้วย “Arena of Valor” หรือที่คนไทยเรียกว่า RoV เกมแนว MOBA สุดฮิต โดยมีทีม “Diamond Cobra” จำนวน 6 คนเป็นตัวแทนประเทศไทย ต้องดวลการตีป้อมกับคู่ต่อสู้จาก 7 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย ลาว อินโดนีเซีย และคู่แข่งที่น่ากลัวอย่าง ไต้หวัน, ฮ่องกง, จีน โดยจะแข่งขันวันที่ 26 สิงหาคมส่วนเกม “StarCraft II” ซึ่งมี พิชญุตม์ ประเสริฐวิทย์ (Strike) เป็นตัวแทน มีคู่แข่งที่น่าจับตาอย่างไต้หวันและเกาหลีใต้ ซึ่งจะจัดแข่งขันในวันที่ 29 สิงหาคม และเกม “Hearthstone” มี วีฤทธิ์ โพธิ์พันธุ์ (Disdai) เป็นตัวแทนเข้าร่วมชิงชัยกับ 7 ชาติ ได้แก่ อินโดนีเซีย, ฮ่องกง, อินเดีย, ญี่ปุ่น, คีร์กีซสถาน, ซาอุดีอาระเบีย และเวียดนาม แข่งขันวันที่ 30 สิงหาคม

สำหรับแฟนกีฬาสามารถร่วมสนุกในแคมเปญ “ข่าวสด มติชน เอเชี่ยนเกมส์ 2018” จัดใหญ่ แจกจริง ผ่านกิจกรรมตัดคูปองจากหนังสือพิมพ์ข่าวสดและมติชน พร้อมทายผลว่า “นักกีฬาไทยจะได้เหรียญทองมากกว่า หรือน้อยกว่า 10 เหรียญทอง” ลุ้นรับรางวัลใหญ่มากมาย อาทิ รถยนต์, รถจักรยานยนต์, บัตรโดยสารเครื่องบิน และอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท โดยสามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม เป็นต้นไป