แชมป์ประเทศไทย ชิษณุพงศ์ กนกเนตรสกล เนรมิตชีวิตบนจังหวะ ‘บีทบ็อกซ์’

19.08.18 | 15:45 น.

หนุ่มวัย 24 ผู้หลงใหลในจังหวะบีทบ็อกซ์ สร้างชื่อเสียงโด่งดังในโลกออนไลน์ด้วยคลิปบีทบ็อกซ์ล้านวิว จำนวนนับไม่ถ้วน

ยังเป็นครูผู้สอน เป็นคณะกรรมการเเละผู้จัดการเเข่งขันดีกรีแชมป์ประเทศไทย เป็นตัวเเทนเข้าเเข่งในเวทีบีทบ็อกซ์ระดับโลกมาเเล้ว

“บีทบ็อกซ์คือความคิดสร้างสรรค์ คืองานศิลปะที่รังสรรค์ได้”

เป็นมุมมองของ มรรค ชิษณุพงศ์ กนกเนตรสกล แชมป์ BeatBox ประเทศไทย ปัจจุบันยังร่วมเเข่งขันเเละเป็นกรรมการในหลายเวที ทั้งยังสวมบทบาทครูเปิดสอนบีทบ็อกซ์ให้กับผู้สนใจอีกด้วย

ชิษณุพงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2537 เป็นลูกชายคนโตของ จรวยพร สีนา และ วสุเนตต์ กนกเนตรสกล มีน้องชายอายุห่างกัน 2 ปี คือ พสธร กนกเนตรสกล

Advertisement

จบปริญญาตรีสาขาเทคโนโลยีการศึกษาและสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และด้วยความรักในการสร้างจังหวะดนตรีด้วยฝีมือและฝีปากของตัวเอง “บีทบ็อกซ์” จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของชีวิต

ย้อนกลับไปในวัยเด็ก เขาเกิดมาในครอบครัวที่ยึดอาชีพซ่อมอะไหล่มอเตอร์ไซค์ เเละเป็นเด็กที่ซนมากคนหนึ่ง ชอบเตะฟุตบอลออกไปนอกถนนบ้าง หรือบางทีก็เดินเท้าเปล่าหายออกไปจากบ้านไปบ้าง เรียกได้ว่าสร้างวีรกรรมเอาไว้เยอะ

จนกระทั่งเข้าเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น เริ่มรู้สึกว่าสนใจดนตรี และอยากเรียนกลอง

“เริ่มจากการเคาะโต๊ะ เลยรู้ว่าตัวเองเป็นคนชอบจังหวะ แล้วก็ได้รับแรงบันดาลใจจากคอนเสิร์ตของ ไอซ์ ศรัณยู วินัยพานิช เราไปเกาะอยู่ขอบเวทีเเละที่ชอบที่สุดคือกลอง จำได้ว่าทำท่าเหมือนตีตาม เเล้วกลับมาขอที่บ้านเรียน แต่ที่บ้านก็ส่งไปเรียนกีตาร์เเทน เพราะเกรงว่ากลองจะส่งเสียงดังรบกวนข้างบ้าน แล้วใช้ทุนเรียนเยอะ”

เมื่อขึ้นมัธยมปลายที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ ก็ได้รับเเรงบันดาลใจด้านดนตรีเพิ่มขึ้นจากภาพยนตร์เรื่อง “ซักซี้ด ห่วยขั้นเทพ” ทำให้เขาพยายามฝึกกีตาร์ต่อเนื่อง เเต่ก็รู้สึกว่ายังไม่ใช่อยู่ดี จนกระทั่งได้มารู้จักกับ “บีทบ็อกซ์”

“เพื่อนในห้องเดียวกันคนหนึ่งเป็นคนนำเข้าสู่วงการฮิพฮอพ เเล้วเราก็ได้รู้จักบีทบ็อกซ์ได้เห็นคลิปบีทบ็อกซ์ของศิลปินต่างชาติ จนเลือกมาทางนี้เเต่ก็ไม่ได้บอกใคร จนถึงจุดหนึ่งที่มีเพื่อนเห็นว่าเราทำได้ จนพูดต่อๆ กันไปในโรงเรียน และเริ่มมีคนมาบอกให้ลองบีทบ็อกซ์ให้ฟัง ครั้งเเรกที่ต้องบีทบ็อกซ์ให้เพื่อนฟังตื่นเต้นมาก จำได้ว่ามือสั่น พอเล่นจังหวะเบสิกจบเพื่อนก็บอกว่าโคตรเจ๋งเลย ครั้งนั้นก็เป็นการเปิดโลกบีทบ็อกซ์ด้วย เหมือนเราไม่ได้เล่นอยู่คนเดียว เพราะมีเพื่อนคนหนึ่งเขาก็กำลังสนใจและกำลังฝึกฝนอยู่ด้วยเหมือนกัน”

หลังจากนั้นก็เริ่มค้นหาโลก “บีทบ็อกซ์” ผ่านสังคมออนไลน์ ซึ่งสมัยนั้นเว็บบอร์ดเริ่มเป็นที่นิยมในโลกโซเชียล

“พอรู้สึกชอบก็ค้นหาเรื่องราวของบีทบ็อกซ์ไปเรื่อยๆ ทำให้เจอชุมชนคนเล่นบีทบ็อกซ์ ได้รู้จักกับพี่คนหนึ่ง เปิดเว็บบอร์ดและสร้างกระทู้สอนบีทบ็อกซ์ตั้งแต่เบสิก ซึ่งมีคนอยู่ในกลุ่มนั้นเยอะมาก เลยเริ่มมีการอัดคลิปของเราลงไป การเจอชุมชนบีทบ็อกซ์ทำให้รู้ว่าในประเทศไทยมีอีกหลายคนนะ ไม่ใช่เราเล่นอยู่คนเดียวเเละไม่ใช่เราที่พยายามอยู่คนเดียว”

เเละดูเหมือนเส้นทางที่ชิษณุพงศ์ตัดสินใจเลือก ได้สร้างโอกาสต่างๆ ในชีวิตมากมาย เขากลายเป็นชายหนุ่มที่โด่งดังในโลกออนไลน์ มียอดวิวมากถึง 4 ล้านวิว เเละมีกลุ่มเเฟนคลับของตัวเองจำนวนมาก จากหลากหลายอาชีพไม่เว้นเเม้กระทั่งคุณหมอ เเละครั้งหนึ่งเขายังได้ไปเยือนเวทีระดับโลกและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาเเล้ว

ทั้งหมดเป็นความภูมิใจ เป็นเเรงขับเคลื่อนที่ทำให้เขาฝึกซ้อมเเละยืนหยัดที่จะเดินหน้าในเส้นทางนี้ พร้อมผลักดันรุ่นน้องในวงการบีทบ็อกซ์ให้มีโอกาสได้โชว์ศักยภาพในเวทีระดับโลกต่อไป

เรียนรู้และฝึกบีทบ็อกซ์อย่างไร?

ตอนนั้นเริ่มมียูทูบเข้ามา พอดูแล้วก็รู้สึกอึ้งเเต่ไม่รู้ว่าจะทำตามยังไง เลยเริ่มต้นจากฟังอย่างเดียวไม่ต่ำกว่าหมื่นรอบ ทั้งอัดเสียงไปนั่งฟังบนรถ เเละเวลาเข้าร้านเกมจากเดิมเข้าไปเล่นเกมก็เปลี่ยนเป็นเข้าไปเพื่อฟังคลิปบีทบ็อกซ์ เรียกได้ว่าคลั่งไคล้มาก เเละค่อยๆ ซึมซับไปเรื่อยๆ นานเป็นปี ก็พยายามลอกเลียนเเบบลองทำตามจนเริ่มทำได้

แล้วก็ได้เจอกับเว็บ “ฮิวแมน บีทบ็อกซ์” ของเยอรมัน ที่สอนผ่านออนไลน์ตั้งแต่เบสิก เป็นคลิปสั้นๆ ว่าต้องทำยังไง เราก็ได้ความรู้ใหม่ เเละเหมือนได้ก้าวข้ามจุดเดิมไปเรื่อยๆ จากนั้นก็ฝึกต่อเนื่อง

ครอบครัวสนับสนุนหรือเปล่า?

ช่วงเเรกที่บ้านไม่เห็นด้วย อย่างเพื่อนหลายคนก็อาจจะมองว่าเล่นน้ำลายเหรอ เเล้วเราเองก็ไม่คิดว่าจะทำได้ดีเหมือนทุกวันนี้ด้วยซ้ำ เเค่ทำมันเรื่อยๆ เพราะเราชอบ ก็เหมือนหลายคนที่มีงานอดิเรก

ตอนนั้นก็คิดนะว่าบีทบ็อกซ์มันเเปลก มันทำให้เราเป็นตัวตลก ก็มีช่วงหนึ่งที่คิดอยากจะเลิกเล่นเหมือนกัน เพราะเป็นสิ่งใหม่มาก คนไม่เข้าใจ พ่อเเม่ก็ไม่เห็นด้วยซึ่งมีอิทธิพลมาก ยิ่งในช่วง ม.ปลาย เป็นช่วงที่ทุกคนมองว่าต้องตั้งใจเรียน ต้องมีอนาคต เเต่กลับมานั่งทำอะไรที่มองไม่เห็นว่ารูปแบบของความสำเร็จมันเป็นยังไง

แต่ด้วยความที่ชอบบีทบ็อกซ์เเล้วรู้สึกดีกับมันจริงๆ เเล้วตอน ม.5 เริ่มไปเปิดหมวกที่ถนนข้าวสารที่บ้านเริ่มเห็นว่าเราทำได้ ก็เริ่มสนับสนุน เเม่ก็ไปซื้อลำโพงที่บ้านหม้อ ราคา 1,600 บาท ซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าท่านยอมรับการเล่นบีทบ็อกซ์หรือยัง แต่ใจลึกๆ ก็คิดว่าเขาคงจะรอดูเราอยู่ ให้เราได้พิสูจน์

บรรยากาศการบีทบ็อกซ์ริมถนนข้าวสารเป็นอย่างไร?

ครั้งแรกมีคุณพ่อไปให้กำลังใจด้วย บรรยากาศทุกอย่างเป็นแสงสีเสียงเหมือนเราก้าวเข้าดาร์กโซนรู้สึกกดดันมากๆ เพราะเรายืนอยู่คนเดียวกับลำโพงตัวเล็ก ไม่รู้ว่าจะสู้เสียงดังในถนนข้าวสารได้หรือเปล่า แต่ปรากฏว่ากระแสตอบรับดีมาก วันแรกที่เปิดหมวกได้เงิน 628 บาท ซึ่งเด็กอายุ 17 ปี จากที่ขอเงินพ่อแม่วันละ 40-50 บาท กลับหาเงินได้มากขนาดนี้จากบีทบ็อกซ์ ก็รู้สึกภูมิใจเเละรู้สึกว่าเงินที่ได้มามันดีมาก จนทุกวันนี้ก็ยังไปเปิดหมวกอยู่เเละเป็นการซ้อมไปในตัวด้วย

รายได้การเปิดหมวกเเต่ละครั้งก็ขึ้นๆ ลงๆ น้อยที่สุดที่เคยมีคือ 5 บาท ส่วนมากที่สุดก็ได้จับเงินแสน เป็นรายได้ที่เอามาช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านได้

จุดเปลี่ยนที่ทำให้เข้าแข่งขันอย่างจริงจัง?

ตอนที่เริ่มจะสอนคนอื่นได้บ้างแล้ว ก็รู้สึกว่าเราเองไม่ธรรมดานะ คิดว่าน่าจะพร้อมเเข่งเเล้ว ก็เริ่มเเข่งบีทบ็อกซ์ผ่านออนไลน์มาบ้าง จากเริ่มเเรกได้ที่โหล่ก็ขยับมาเป็นที่ 3 จนมาเป็นที่ 1 เเละประมาณ ม.6 ได้ขึ้นเวทีจริงครั้งเเรกของชีวิต ในรายการ “เค แบทเทิล” เทศกาลฮิพฮอพนานาชาติ ที่โคราช

ตื่นเต้นมากครับ เพราะเป็นครั้งเเรกที่จับไมค์ต่อหน้าคนเยอะมาก ไม่คิดว่าจะชนะเเต่ก็ได้ที่ 1 ในรายการนี้กลับมา

สิ่งที่เรียนรู้จากชัยชนะครั้งนั้น?

ตอนนั้นเราจมอยู่กับชัยชนะจนไม่พัฒนาตัวเองนานมาก คือเราซ้อมเหมือนเดิมเเต่เราไม่ได้คิดอะไรใหม่ น่าจะมีอีโก้กับตัวเองประมาณหนึ่งว่าชนะเเล้ว จนมาดูในโลกอินเตอร์เน็ตเห็นคนที่เก่งขึ้นมาเรื่อยๆ เเต่ทำไมเรายังอยู่ที่เดิม ทำให้รู้สึกว่าเราอยู่แบบนี้ไม่ได้ เรายังไปไม่สุดเลย

จากนั้นเราก็เลยซ้อม ซ้อม เเละซ้อม ก่อนจะมาเเข่งอีกครั้งในปีต่อมาในรายการเดิม เเต่ครั้งนี้เปิดเป็นระดับอาเซียน ได้เข้ารอบชิงไปเจอกับเวียดนามคะเเนนออกมาเสมอกัน จึงต้องทำการแข่งกันในนัดพิเศษเเละเราก็แพ้

ความพ่ายแพ้สอนอะไรกับเราบ้าง?

ทำให้เรารู้เลยว่า มันมีคนที่เก่งกว่าเรา เขามีเทคนิคที่เราไม่มี ก็ทำให้เราเปิดมุมมองใหม่ว่าต้องศึกษาคู่ต่อสู้ด้วยนะ

การเเพ้ครั้งนี้ก็เป็นเหมือนแรงผลักทำให้เราซ้อมหนักขึ้น เพราะว่ารู้สึกเสียใจมาก ตอนที่เเข่งเราเหมือนเป็นความหวัง ความรู้สึกเหมือนเราเเบกประเทศไทยไว้เราต้องชนะเเต่ปรากฏว่าเราเเพ้ เเต่ก็ต้องยอมรับความจริง และเดินหน้าต่อ พยายามหาเอกลักษณ์ของตัวเอง เหมือนเรามีพื้นฐานเเล้ว มีความรู้เรื่องบีทบ็อกซ์เเล้ว เหลือเเค่เราจะนำมันไปสร้างสรรค์ยังไง นอกจากนี้ยังทำให้เรารู้สึกว่าอยากจะไปแข่งระดับโลกด้วย ระหว่างนั้นก็เเข่งอีกหลายเวทีทั้งในประเทศเเละต่างประเทศ

ตัดสินใจเข้าแข่งขันเวทีระดับโลก?

ตอนเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ปี 2 ได้เข้าเเข่งขันเวทีใหญ่ระดับโลกที่จัดเเข่งขันทุก 3-4 ปี โดยคนเข้าเเข่งต้องเป็นที่หนึ่งของประเทศก่อนถึงมีสิทธิเข้าเเข่งในเวที “บีทบ็อกซ์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ” ที่ประเทศเยอรมนีจะเป็นเจ้าภาพ

ความรู้สึกคือ ตื่นเต้นมาก เพราะเป็นการรวมตัวกันของคนที่ได้ที่ 1 ของเเต่ละประเทศกว่า 100 ชีวิต เเล้วเราเป็นเหมือนคนนำร่องของประเทศไทย เพราะเป็นครั้งเเรกที่มีตัวเเทนจากประเทศไทยเข้าเเข่งเวทีนี้ ประกอบกับฝึกซ้อมน้อยมากๆ เพราะเป็นช่วงที่เรียนหนัก ความพร้อมตอนนั้นเลยมีอยู่ 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เลยทำให้เราประหม่าและกดดันมาก

เเต่เราก็ได้เห็นว่าสังคมของบีทบ็อกซ์โลก มีความเป็นกันเองมาก ในการเเข่งขันก็เลือกใช้บีทบ็อกซ์จังหวะสามช่า เพื่อพรีเซ็นต์ความเป็นไทย เเละเราก็ได้เสียงปรบมือ เเต่ก็เเพ้ไม่ได้เข้ารอบ 16 คนสุดท้าย

การร่วมเวทีระดับโลกทำให้เราได้ประสบการณ์ที่จะกลับมาผลักดันวงการบีทบ็อกซ์ในประเทศไทยต่อ เเละถ้ามีโอกาสก็คิดว่าอยากจะร่วมเเข่งอีก เเละตั้งใจจะให้ติด 1 ใน 4 เพราะประสบการณ์เราก็เยอะมากเเล้ว นอกจากนี้ยังวางแผนว่าจะไปอีกหลายเวทีมาก เเล้วก็เตรียมผลักดันน้องๆ ในประเทศด้วย

“…ตอนนั้นก็คิดนะว่าบีทบ็อกซ์มันแปลก มันทำให้เราเป็นตัวตลก
ก็มีช่วงหนึ่งที่คิดอยากจะเลิกเล่นเหมือนกัน เพราะเป็นสิ่งใหม่มาก
คนไม่เข้าใจ พ่อแม่ก็ไม่เห็นด้วย..”

เพราะพ่ายเเพ้หรือเปล่าเลยผันตัวมาเป็นผู้จัดการแข่งขันแทน?

จริงๆ ยังอยากแข่งขันอีกนะ แต่เรารู้สึกว่าบุคลากรที่จะให้ความรู้ในด้านนี้ของประเทศไทยมีน้อยมาก เป็นแรงผลักดันให้อยากเป็นผู้จัดการเเข่งขันเเละเป็นกรรมการ ทำด้านนี้มา 3 ปี สิ่งที่ได้คือได้เห็นอะไรใหม่ เห็นความเปลี่ยนเเปลงของเด็กรุ่นใหม่ เห็นภาพเราตอนที่ขยันซ้อมและยังได้แนะนำรุ่นน้อง

ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาวงการบีทบ็อกซ์ประเทศไทย ทำให้มีมุมมองเพิ่มเติม เรามองเห็นศักยภาพของหลายคนในการแข่งระดับประเทศหรือระดับโลก

ปัจจุบันเป็นครูสอนบีทบ็อกซ์ด้วย?

จริงๆ เริ่มจากการที่มีน้องหลายคนสนใจเเล้วถามเข้ามา ทำให้คิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่าง เราจะอยู่เพื่อตัวเองอย่างเดียวไม่ได้เเล้ว เหมือนเราได้รับมาเต็มที่เเล้ว เราได้รับคำเเนะนำจากพี่ในวงการมา ถึงเวลาที่เราจะต้องอธิบาย สอนน้องรุ่นใหม่ผ่านออนไลน์ เเละสอนส่วนตัวในโอกาสต่างๆ โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ตัวเอง

สอนศิลปิน-นักร้องดัง บีทบ็อกซ์ด้วย?

ครั้งหนึ่งได้สอน พี่ปั๊บ วงโปเตโต้ เนื่องจากทีมเขาอยากให้ศิลปินทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ก็เลยนึกถึงเราเเละติดต่อให้ไปสอนพี่ปั๊บบีทบ็อกซ์ ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน พี่ปั๊บขยันมากและถามตลอดว่าทำยังไง เนื่องจากพี่เขามีความเป็นศิลปิน รู้จังหวะ เเละซ้อมหนักมาก เราแค่ช่วยฝึกสกิล ผลที่ออกมาทำได้ดีเหมือนซ้อมมาเป็นปี รู้สึกประทับใจมาก โดยเฉพาะเรื่องความมีวินัย

ผลงานในตอนนี้?

มีร่วมทีมกับบีบอยวง SaCrew (สาครูว์) เข้าร่วมการเเข่งขัน เเละมีโปรเจ็กต์ใหม่กับพี่เก่ง ธชย นอกจากนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของวงดนตรีหนึ่งที่ยังไม่ได้เปิดตัวครับ กำลังเริ่มเรียนร้องเพลงด้วย เพราะการทำงานเราต้องมีทักษะเพิ่มขึ้น ดังนั้นน่าจะได้เห็นผมร้องเพลงในเร็วๆ นี้แน่นอน

สิ่งที่อยากเเนะนำสำหรับคนที่อยากเริ่มบีทบ็อกซ์?

น้องที่สนใจอยากจะเริ่มบีทบ็อกซ์ ก่อนอื่นจะต้องรู้สึกชอบก่อน บางคนที่เริ่มเเล้วอาจจะท้อ เเต่ผมมองว่าการท้อเป็นสิ่งสำคัญนะ ถ้าเราทำอะไรเเล้วไม่ท้อเลยเราคงไม่ภูมิใจกับสิ่งนั้นเเละทำมันได้ไม่นาน ผมก็เคยผ่านจุดนั้นมาเเล้ว ก็อยากเป็นกำลังใจให้ เเม้สุดท้ายอาจจะอกหักกับมันได้ ก็ไม่เป็นไร เเต่ถ้าลุกแล้วไปได้ต่อก็อย่าทิ้งมัน

มองอนาคตตัวเองบนเส้นทางของจังหวะดนตรีอย่างไร?

ผมมองว่าจะพัฒนาตนเอง และจะพัฒนาวงการบีทบ็อกซ์ต่อไป และอาจจะเอาตัวเองไปอยู่กับวงดนตรีหรือไปแจมกับอะไรอื่นๆ ให้คนรู้จักบีทบ็อกซ์มากขึ้น เเละทำให้ชื่อเสียงของบีทบ็อกซ์มีมากขึ้น นอกจากนี้ยังอยากจะเปิดเวิร์กช็อปให้คนที่สนใจ หรือเปิดโรงเรียนสอนพิเศษขึ้นมาในอนาคต เพราะสำหรับผม บีทบ็อกซ์ให้อะไรกับผมมากๆ มันเปลี่ยนชีวิตได้ ผมก็อยากจะเปลี่ยนน้องๆ ให้ได้เหมือนกัน

เเต่สิ่งที่ผมต้องการ คืออยากให้ผู้ใหญ่เห็นถึงสิ่งที่เราทำ ตรงนี้มันก็เป็นดนตรี ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะยังมองไม่เห็นว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นหลักเป็นแหล่งได้ขนาดนี้ วงการบีทบ็อกซ์เคยไปเหยียบเวทีระดับโลกมาแล้ว เเล้วมีคนที่ไปไกลมาก ดังนั้น ถ้าผู้ใหญ่เข้าใจเเละสนับสนุนไม่ใช่เเค่เรื่องเงิน เเต่เป็นเรื่องของโอกาส ก็จะทำให้วงการของเราเติบโตขึ้นมากกว่านี้ เเละไม่ใช่เเค่บีทบ็อกซ์ เเต่รวมทั้งวงการแร็พ หรือวงการเกม วงการอีสปอร์ตก็ตาม