ความเป็นไทย ในวรรณกรรมไตดำ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

23.08.18 | 17:44 น.
หมอขวัญ, หมอแคน, หมอฟ้อน ล้วนเป็นผู้หญิง 2,500 ปีมาแล้ว ร่วมกันขับลำคำคล้องจองทำนองง่ายๆ แล้วเป่าแคนคลอ พร้อมฟ้อนประกอบพิธีทำขวัญสู่โลกหลังความตาย (บน) ลายเส้นจำลองจากลายสลักบนขวานสำริด ขุดพบในหลุมศพเมืองดงเซิน ริมแม่น้ำซองมา จ. ถั่นหัว เวียดนาม

คนไทย มีแรกสุดสมัยอยุธยา จากการกลายตนของคนหลายเผ่าพันธุ์บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา เปลี่ยนจากพูดภาษาแม่ของตน แล้วยอมรับภาษาและวัฒนธรรมไทยซึ่งมีรากเหง้าจากภาษาและวัฒนธรรมไต-ไท แผ่อำนาจลงมาจากทางใต้ของจีน ผ่านลุ่มน้ำดำ-แดง (ในเวียดนาม) กับลุ่มน้ำโขง

โดยมีตำนานขุนบรมจากเมืองแถน (ไตดำ) เป็นร่องรอยสำคัญบอกทิศทางการแผ่อำนาจของภาษาและวัฒนธรรมไต-ไท สู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา แล้วกลายเป็นไทย

ภาษาไทยและโบราณคดีไทยแข็งทื่อเกินไปจนไร้เสน่ห์ดึงดูดให้คนติดตามค้นหาทางวิชาการเพื่ออนาคต แต่ทู่ซี้ใช้ในการเรียนการสอน (สร้างสถานการณ์น่าเบื่อหน่าย) ตามสถานศึกษาทั่วประเทศ เลยใช้การลำบากในสังคมโลกไม่เหมือนเดิม

ขวัญและคำคล้องจอง

ขวานสำริดจำนวนหนึ่ง ราว 2,500 ปีมาแล้ว มีลายสลักรูปคนกำลังทำพิธีกรรมเป็นกลุ่มๆ นักโบราณคดีฝรั่งเศสขุดพบที่เมืองดงเซิน ในเวียดนาม

สิ่งที่คนกำลังทำนั้นเชื่อว่าเป็นพิธีกรรมหลังความตาย (เพราะขุดพบในหลุมศพ) ได้แก่ พิธีเรียกขวัญและส่งขวัญ

Advertisement

เรียกขวัญ เป็นพิธีเมื่อแรกมีคนตาย เพราะเชื่อว่าขวัญหายจากร่าง ต้องเรียกขวัญคืนร่างจึงจะฟื้น ประเพณีอย่างนี้ยังทำสืบเนื่องในอีสานเรียก “งันเฮือนดี”

ส่งขวัญ เป็นพิธีหลังเรียกขวัญหลายวันแล้วขวัญไม่คืนร่าง จึงเป็นผีขวัญ ต้องส่งผีขวัญขึ้นฟ้าไปสิงรวมกับผีขวัญบรรพชน เพื่อคอยคุ้มครองคนยังมีชีวิตในชุมชนบนโลกจริง

[มีรายละเอียดอีกมากผมเคยอธิบายในหนังสือ งานศพ ยุคแรกอุษาคเนย์ (สำนักพิมพ์นาตาแฮก พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2560)]

ขวัญ เป็นความเชื่อในศาสนาผีหลายพันปีมาแล้ว นับเป็นวัฒนธรรมร่วมอุษาคเนย์ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งของคนทุกเผ่าพันธุ์ เป็นต้นตอพิธีศพสนุกสนานนานหลายวัน สืบทอดเป็นมรดกตกถึงทุกวันนี้ (เช่น งานศพในไทย)

แต่นักโบราณคดีไทยอธิบายพิธีศพเมื่อขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ด้วยความเชื่อเรื่องวิญญาณตามคติฮินดู-พุทธจากอินเดียที่แพร่เข้ามาปะปนสมัยหลังเพียงอย่างเดียวโดยไม่เกี่ยวกับขวัญ จึงเท่ากับผิดฝาผิดตัว

คำคล้องจอง ใช้เรียกขวัญและส่งขวัญ เป็นต้นตอร้อยกรองที่ไทยเรียกโคลงกลอนและร่าย แต่นักภาษาและวรรณคดีไทยสมัยก่อนๆ อธิบายโดยไม่เกี่ยวกับคำคล้องจอง แต่ลากเข้าหากาพย์จากอินเดีย ก็เท่ากับผิดฝาผิดตัว

ภาษาพูดในชีวิตประจำวันของคนดั้งเดิมตระกูลไต-ไท มีคำคล้องจองสอดแทรก แล้วยังพบทั่วไปทุกวันนี้ในกลุ่มไตดำ (เวียดนาม)

ขวัญและคำคล้องจองมีอยู่เต็มไปหมดในหนังสือเล่มสำคัญอย่างยิ่งชื่อ ส่งชู้สอนสาว (หมายถึงสั่งเสียคนรัก) วรรณกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ไตดำในเวียดนาม จากรัก โรแมนติก สู่การต่อสู้ทางชนชั้น ของ ยุกติ มุกดาวิจิตร (อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

เรื่องขวัญตามความเชื่อในศาสนาผี ที่ อ. ยุกติ รวบรวมจากนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ไตดำ (เวียดนาม) เป็นคำอธิบายสมบูรณ์และน่าเชื่อที่สุดในภาษาไทยเท่าที่เคยมีมา (ซึ่งไม่น่าเชื่อเพราะมักอธิบายปนกับวิญญาณในพุทธ-พราหมณ์) และเท่าที่ผมเคยอ่าน

คำคล้องจองของไตดำล้วนงดงามอร่ามอลังการพันลึก (ไม่รัฐพันลึก) เกินกว่าไทยสยามทั้งหลายจะคาดคิด

ที่สำคัญอย่างยิ่งจนหาที่อื่นมิได้คือ เชิงอรรถ ทำโดย ยุกติ มุกดาวิจิตร เป็นคำอธิบายภาษาและวัฒนธรรมของไตดำที่มีในวรรณกรรมคำคล้องจองเรื่องส่งชู้สอนสาว แล้วช่วยสร้างความเข้าใจเชื่อมโยงถึงไทยสยามในประเทศไทยปัจจุบัน