คอลัมน์ โลกสองวัย : จัตุรัสจามจุรีบุ๊กแฟร์ ครั้งที่ 10

24.08.18 | 15:50 น.

เริ่มวันนี้ 24 สิงหาคม 2561 “จัตุรัสจามจุรีบุ๊กแฟร์ ครั้งที่ 10” – มหัศจรรย์วันหนังสือ สถานที่ ณ โถงลิฟต์แก้ว ชั้น G อาคารจามจุรี สแควร์ ตั้งแต่วันนี้ 24 สิงหาคม ถึง 9 กันยายน เวลา 10.00-20.00 น.

พบกับกองทัพหนังสือ “เด่น ดี ดัง” จากสำนักพิมพ์ชั้นนำทั่วประเทศ

เฉพาะสำนักพิมพ์มติชน ลดทั้งบูธ 20-30% สนใจไหมน้องหนูชาวสีชมพู

สองเล่มใหม่เอี่ยมของมติชน ไม่พลาดอยู่แล้วงานวิชาการอ่านสนุก แปลก ใหม่

เล่มแรกเรื่องเก่า ไม่ได้เอามาเล่าใหม่ แต่ชี้ให้เห็นมุมแปลกใหม่ ทั้งที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

Advertisement

น้องหนูเคยเห็นศาลเจ้าจีนในกรุงเทพฯ แทบว่าจะเดินผ่าน ขึ้นรถผ่านทุกวัน

แต่เล่มนี้ ศาลเจ้าจีนในกรุงเทพฯ นำเสนอในมุมของภาพสะท้อน “จีนโพ้นทะเล” ผ่านสถาปัตยกรรมศาลเจ้า ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-5 เขียนเสนอคำนำไว้ว่า

“ชาวจีนโพ้นทะเล” สื่อถึงชาวจีนที่อพยพออกจากบ้านเกิดของตนเองเพื่อไปตั้งหลักปักฐานในดินแดนอื่น โดยมีสาเหตุการอพยพหลายประการ ตั้งแต่ความแห้งแล้งและสงครามในบ้านเกิด

ชาวจีนเหล่านั้นรวมถึงลูกหลานกลุ่มนี้ตั้งถิ่นฐานเกือบทุกมุมโลก แต่มิได้ลืมรากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเอง โดยสะท้อนผ่านภาษาพูด อาหาร และประเพณี เป็นต้น

ศาลเจ้าที่ชาวจีนสร้างขึ้นเป็นสิ่งสะท้อนตัวตนเช่นกัน

ชาวจีนในไทยมีทั้งหมด 5 กลุ่ม ได้แก่ แต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน ไหหลำ กวางตุ้ง และแคะ

เมื่อกล่าวถึงคนจีนทั้ง 5 กลุ่ม มักมุ่งไปที่ภาษา อาหาร ศิลปะการแสดง และประเพณีบางประการ

แต่ไม่ค่อยมีการกล่าวถึงรูปแบบสถาปัตยกรรมของศาลเจ้า ซึ่งแต่ละกลุ่มสร้างขึ้น และยังคงลักษณะสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของแต่ละกลุ่มไว้ระดับหนึ่ง

หนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนศึกษาวิจัยรูปแบบสถาปัตยกรรมของศาลเจ้าจีน เน้นเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงรัชกาลที่ 1-5 เพื่อค้นหาเอกลักษณ์ทางศิลปกรรมของชาวจีนแต่ละกลุ่มภาษา ทั้งยังพิจารณาถึงอิทธิพลศิลปะอื่นๆ ที่มีผลต่อรูปแบบสถาปัตยกรรมศาลเจ้าของชาวจีนแต่ละกลุ่ม

งานวิจัยชุดนี้มีชื่อว่า “สถาปัตยกรรมศาลเจ้าจีนสะท้อนภาพชาวจีนในสังคมสมัยรัตนโกสินทร์” ได้รับทุนวิจัยจากกองทุนวิจัยและสร้างสรรค์ คณะโบราณคดี ปี 2557

ผู้วิจัยคือ ผศ.ดร.อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร มีภาพประกอบและคำอธิบายละเอียด ให้เห็นถึงความแตกต่างและความเหมือน กับศิลปกรรมแบบจีน ราคา 365 บาท

ซื้อมาไว้แล้วค่อยศึกษาทีละเรื่องทีละหน้า เพื่อรู้ถึงความเป็นมาของสถาปัตย กรรมศาลเจ้าจีน ที่อาจมีบางแห่งเป็นศาลเจ้าเก่า แต่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบภายหลัง ทำให้รูปแบบศิลปกรรมดั้งเดิมที่แสดงความเป็นตัวตนของกลุ่มภาษาหายไปอย่างน่าเสียดาย ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ รับประกันความผิดหวัง

อีกเล่มขึ้นแผงพร้อมกัน เรื่องอย่างนี้ต้องสำนักพิมพ์มติชนจัดพิมพ์ “เผด็จการวิทยา” เห็นชื่อคนเขียนแล้วต้องหยิบอ่านทันที พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ พร้อมคำนิยมจาก สุรชาติ บำรุงสุข เอนก เหล่าธรรมทัศน์

อยากรู้ไหมว่า อ.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เห็นข้อดีและจุดแข็งหลายอย่างของระบอบเผด็จการ คล้ายกับที่ “พิชญ์” พูดถึง “ไฮบริด” แล้ว อ.สุรชาติ บำรุงสุข ว่าผู้ที่ชมชอบและเป็น “นักเผด็จการ” เป็น “กองเชียร์เผด็จการ” ทำไมควรอ่านหนังสือเล่มนี้ เพื่อความเข้าใจในสิ่งที่เป็นตัวตน มิฉะนั้น “ฝ่ายขวา” ไทยจะเป็นเพียงพวก “หลับหูหลับตา” เชียร์เผด็จการอย่างหาสาระไม่ได้

ส่วน อ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ บอกถึงแรงบันดาลใจทำให้เกิดผลงานชุดนี้ คือ เกิดจากการทำรัฐประหารเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 และสถานการณ์วันนี้ที่ยังมองไม่เห็นว่าระบอบเผด็จการปัจจุบันจะสิ้นสุดเมื่อใด-เผด็จการวิทยา ราคา 290 บาท สำนักพิมพ์มติชนยืนยันในคุณภาพ