ส่องความสำเร็จ ‘อาลีบาบา’ กับโอกาสพัฒนา ‘อีคอมเมิร์ซไทย’

ชื่อ อาลีบาบา เอ่ยไป ใครก็รู้จัก

โดยเฉพาะ แจ๊ก หม่า ผู้อยู่เบื้องหลังอาณาจักรอาลีบาบากรุ๊ป

วันนี้เขาพายักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซสัญชาติจีน อาลีบาบากรุ๊ป ทะยานขึ้นสู่ธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ด้วยเพราะมีตลาดอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่อย่าง “เถาเป่า” (Taobao) แพลตฟอร์มช้อปปิ้งอันดับ 1 บนโทรศัพท์ในจีน พ่วงด้วย “ทีมอลล์” (Tmall.com) แพลตฟอร์มค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดสำหรับแบรนด์และผู้ประกอบการค้าปลีกในจีน อยู่ในมือ

แน่นอน อาลีบาบาไม่ได้หยุดขยายความสำเร็จอยู่เพียงแค่แผ่นดินบ้านเกิด ปัจจุบันอาลีบาบากำลังขยายตัวสู่ตลาดโลก ด้วยการสนับสนุนการค้าขายระหว่าง “จีน” กับ “ประเทศอื่นๆ” ทั่วโลก ผ่าน Alibaba.com และ AliExpress เพื่อประโยชน์ต่อการค้าระหว่างประเทศอย่างเปิดกว้าง ล้ำสมัย และไร้ขอบเขต

ไม่แปลกที่หลายประเทศรอเวลาให้ “แจ๊ก หม่า” เข้าไปจับมือเป็นพันธมิตรที่ดี ช่วยกันพัฒนาประเทศในหลากหลายมิติ

แต่สำหรับ “ประเทศไทย” เขาก้าวมาแล้วเต็มตัว

งัด 3 กลยุทธ์เด็ด หนุนไทยแลนด์ 4.0

เอ็มโอยู 4 ฉบับ ระหว่างภาครัฐบาลไทยกับอาลีบาบา กรุ๊ป นำโดยแจ๊ก หม่า เกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2561 ที่ผ่านมา

เป็นการลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อส่งเสริมการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ภายใต้ยุทธศาสตร์ “ไทยแลนด์ 4.0”

“มติชน” มีโอกาสเยือนสำนักงานใหญ่ของอาลีบาบาที่เมืองหางโจว ประเทศจีน พบกับ เจมส์ ชู รองหัวหน้าอาลีบาบากรุ๊ป ประเทศไทย เขากล่าวว่า อาลีบาบาได้วางยุทธศาสตร์ความร่วมมือเพื่อสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ไว้ 3 ระดับ คือ Go China, Go Global ส่งเสริมสินค้าไทยให้เข้าตลาดจีนและประเทศอื่นทั่วโลก ผ่านแพลตฟอร์มของอาลีบาบา

ระดับที่ 2 Go Thailand ประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมไทย อาหาร และการท่องเที่ยว ผ่านแพลตฟอร์มฟลิกกี้ (Fliggy) พร้อมสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบไร้เงินสดสำหรับนักท่องเที่ยวจีนด้วยอาลีเพย์ (Alipay) และ 3 คือ Talent Development พัฒนาความรู้ด้านดิจิทัลแก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นไทย โดยอาลีบาบา บิสซิเนส สคูล

อย่างไรก็ตาม เจมส์บอกว่า ภายหลังเซ็นเอ็มโอยูร่วมกันได้เกิดคอร์สอบรมพัฒนานักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้ประกอบการ ภาครัฐส่วนต่างๆ มากมาย ในอนาคตเจมส์ยังหวังจะเข้ามาอบรมเกษตรกรไทย เพื่อต้องการให้ภาคการเกษตรไทยขยับสู่ดิจิทัล เปลี่ยนจากระบบออฟไลน์ไปสู่ออนไลน์มากขึ้น

เจมส์ ชู รองหัวหน้าอาลีบาบากรุ๊ป ประเทศไทย

สำหรับก้าวสำคัญของอาลีบาบากรุ๊ป ประเทศไทย เจมส์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา 3 กลยุทธ์ต่อไป พร้อมยกระดับด้านอีคอมเมิร์ซ รวมทั้งวางแผนทำกิจกรรมที่น่าสนใจในอนาคต อาทิ เทศกาลผลไม้สดทั่วโลก

“ไม่อยากให้มองว่าเป็นการนำสินค้ามาจากไทยอย่างเดียว แต่อยากให้มองถึงนิวรีเทล หรือการค้าปลีกยุคใหม่ที่ผสานการค้าแบบออฟไลน์และออนไลน์ไว้ด้วยกัน โดยการนำธุรกิจไปสู่ออนไลน์มากขึ้น ขณะเดียวกันผู้ประกอบการยังจะได้รับข้อมูลต่างๆ ของผู้บริโภค เพื่อทราบความต้องการซื้อสินค้า ใช้สำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไปด้วย”

ที่สำคัญ เจมส์อยากให้จับตาประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ เพราะจากกรณีเรือนักท่องเที่ยวจีนล่มที่ จ.ภูเก็ต ทางอาลีบาบาได้เข้าพูดคุยกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมย้ำว่า ไม่กี่เดือนข้างหน้านี้จะมีโครงการเกี่ยวกับความปลอดภัยเกิดขึ้นแน่นอน

ส่วนจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ไม่นานคงรู้

ร้านทีมอลล์ โกลบอล ซีเล็กเตอร์ ในเวสต์เลค อินไทม์ มอลล์ หางโจว

สินค้าไทยกับโอกาสเติบโต

2557 คือปีเปิดตัว ทีมอลล์ โกลบอล (Tmall Global) ส่วนต่อขยาย “ทีมอลล์” แพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์สำหรับแบรนด์และสินค้าต่างประเทศที่ต้องการจับตลาดผู้บริโภคชาวจีน โดยไม่จำเป็นต้องตั้งบริษัทในประเทศจีนแต่อย่างใด

เมษายน 2561 ทีมอลล์ โกลบอลได้เปิด “ร้านออฟไลน์ในจีนเป็นที่แรก” (Tmall Global Selector) ที่เวสต์เลค อินไทม์ มอลล์ หางโจว เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกชม จับต้องสินค้า ประกอบการตัดสินใจซื้อจากแพลตฟอร์มออนไลน์

ผลิตภัณฑ์ในร้านส่วนใหญ่มาจากสินค้าหมวดยอดนิยม อาทิ ผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก เฮลธ์แคร์ เครื่องสำอาง ไวน์

ที่น่าสนใจคือ ท่ามกลางแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำจากทั่วโลก มิสทีน แบรนด์เครื่องสำอางไทยปรากฏตัวอยู่ในร้านทีมอลล์ โกลบอล ซีเล็กเตอร์ แห่งนี้ด้วย

เฉิน ยี่ ผอ.ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและจัดหาผลิตภัณฑ์ทีมอลล์ โกลบอล

เฉิน ยี่ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและจัดหาผลิตภัณฑ์ทีมอลล์โกลบอล เผยว่า ปัจจุบัน แพลตฟอร์มออนไลน์ของทีมอลล์ โกลบอลมีสินค้าจากต่างประเทศราว 18,000 แบรนด์ จากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ในจำนวนนี้มีสินค้าจากประเทศไทยรวมอยู่ด้วย อาทิ สินค้าจากคิงเพาเวอร์ เครื่องสำอางมิสทีน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสเนลไวท์ ผลิตภัณฑ์หมอนยางพารา PARATEX สาหร่ายเถ้าแก่น้อย

โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ “เครื่องสำอางมิสทีน”

เฉินบอกอีกว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 ธุรกิจค้าปลีกประเทศจีนเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีมูลค่าการซื้อขายสูงกว่า 4.88 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันการเข้าถึงของลูกค้าค้าปลีกออนไลน์มีสัดส่วนราว 20 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในประเทศ คาดว่าเมื่อถึงปี 2563 จะเพิ่มไปถึง 33 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

“ยิ่งไปกว่านั้นคือ ผู้บริโภคกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ นิยมซื้อสินค้านำเข้า นี่เป็นโอกาสทองของผู้ค้าไทยและทั่วโลกในการเร่งนำสินค้าเข้าสู่ออนไลน์ของอาลีบาบามากขึ้น”

“มิสทีน” บนชั้นสินค้าในทีมอลล์ โกลบอล ซีเล็กเตอร์

‘รูรอล เถาเป่า’ กับความเป็นโมเดลต้นแบบ

“จีน” เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ปัจจุบันอยู่ที่ราว 1,400 ล้านคน ในจำนวนนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน ระบุว่า กว่า 576 ล้านคน อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล

ด้วยข้อจำกัดมากมาย ทั้งทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้คนเหล่านี้ประสบปัญหาการเข้าถึงสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ

เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมลดช่องว่างระหว่าง “เมือง” และ “ชนบท” อาลีบาบากรุ๊ป ได้ริเริ่ม รูรอล เถาเป่า (Rural Taobao) ในเดือนตุลาคม 2557 เพื่อช่วยส่งเสริมการพัฒนาชนบทของจีน โดยเกษตรกรหรือชาวบ้านในพื้นที่สามารถนำผลผลิตหรือสินค้าอื่นๆ เข้าสู่ระบบออนไลน์ เกิดการสั่งซื้อ สร้างรายได้งอกงาม

ขณะเดียวกัน อาลีบาบายังทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อสร้างและบริหารศูนย์เหล่านี้ โดยจัดหาสิ่งของที่จำเป็น รวมถึงอบรมด้านอีคอมเมิร์ซและสนับสนุนด้านเทคนิค พร้อมจัดตั้งศูนย์บริการระดับ “เขต” และ “หมู่บ้าน” เพื่อเชื่อมโยงข่าวสาร ลดปัญหาด้านโลจิสติกส์ และเสริมความตระหนักรู้ด้านอีคอมเมิร์ซไปพร้อมๆ กัน

26,000 คือจำนวนหมู่บ้านที่ “รูรอล เถาเป่า” เข้าไปตั้งศูนย์บริการ โดยผู้จัดการในระดับหมู่บ้าน หรือ “ตัวแทนเถาเป่าชนบท” ไม่ใช่พนักงานของอาลีบาบา หากแต่เป็นผู้ทำงานใกล้ชิดกับบุคลากรของอาลีบาบาที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆ

มีหน้าที่ “ดึง” ทรัพยากรต่างๆ ในระบบนิเวศของอาลีบาบามาใช้ ทั้งด้านอีคอมเมิร์ซ การเงิน สุขภาพ บันเทิง รวมถึงการ “ช่วยซื้อของออนไลน์” ผ่านแพลตฟอร์ม cun.taobao.com ที่อาลีบาบาสร้างไว้เพื่อรูรอล เถาเป่าโดยเฉพาะ สำหรับใช้ในการเกษตร จ่ายบิล สมัครสินเชื่อรายย่อย นัดหมายเพื่อรับบริการทางการแพทย์ เรื่อยไปถึงการเข้าร่วมกิจกรรมบันเทิงต่างๆ

หลายปีก่อน หลิว โก่วจุ๊น เคยเป็นคนงานก่อสร้างภายในโครงการขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ต้องอยู่ห่างไกลบ้านเกิด กระทั่งธุรกิจเกิดปัญหา เขาจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิดทันที

2558 คือปีที่เขาเข้าร่วมโครงการรูรอล เถาเป่ากับอาลีบาบา

ปัจจุบัน หลิวในอายุ 50 ปี กลายเป็นตัวแทนศูนย์บริการรูรอล เถาเป่า ในหมู่บ้านหลาวชุ้น เขตเจี้ยนเต๋อ มณฑลหางโจว อย่างสมบูรณ์แบบ

หลิวบอกว่า ตอนเปิดศูนย์ช่วงแรก ถ้าอยากมีรายได้พอยังชีพต้องทำเงินราว 5,000 หยวน หรือประมาณ 25,000 บาท/เดือน ปัจจุบันสามารถทำเงินได้ 10,000 หยวน/เดือน และมากที่สุดทำได้ 20,000 หยวน/เดือน โดยรายได้ส่วนหนึ่งมาจากการสั่งซื้อสินค้าของคนในหมู่บ้าน อีกส่วนได้จากค่าคอมมิสชั่นของรูรอล เถาเป่า

“สินค้ายอดนิยมขึ้นอยู่กับช่วงเวลา เช่น ตอนซัมเมอร์ แอร์กับพัดลมจะขายดีมาก ส่วนของที่ขายดีตลอดเป็นพวกเครื่องมือทางการเกษตรและของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ลูกค้าเองก็มีหลายอายุ พวกเด็กๆ หรือคนรุ่นใหม่จะนิยมสั่งของทางออนไลน์มากกว่า ถ้าเป็นคนอายุมากจะเดินทางมาร้าน เพื่อดูสินค้าด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจซื้อ”

หลิว โก่วจุ๊น อดีตคนงานก่อสร้างที่เข้าร่วมโครงการรูรอล เถาเป่า

ด้าน เย่ห์ เหลย์ ผู้ดูแลศูนย์บริการรูรอล เถาเป่า ที่หมู่บ้านโบราณซินเย่ห์ เขตเจี้ยนเต๋อ ที่นอกจากจะช่วยเพื่อนร่วมหมู่บ้านสั่งซื้อสินค้าออนไลน์แล้ว เขายังช่วยเกษตรกรโปรโมตและขาย ฝักบัว ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของซินเย่ห์บนแพลตฟอร์มเถาเป่า

ขณะเดียวกัน ศูนย์แห่งนี้มีสินค้าโชว์หน้าร้านเหมือนที่อื่นทั่วไป เพียงแต่จะเน้นสินค้าท้องถิ่นมากกว่า

เฉพาะ “ฝักบัว” อย่างเดียว เยห์บอกว่า ช่วงฤดูร้อน เขาสามารถขายได้มากกว่า 3,000-4,000 ฝัก/วัน ผู้สั่งซื้อมีทั้งคนหางโจว เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง

ฝักบัว ขายได้มากกว่า 3,000-4,000 ฝักต่อวัน ในช่วงฤดูร้อน

“ก่อนจะมีรูรอล เถาเป่า ฝักบัวเหล่านี้ใช้สำหรับบริโภคในท้องถิ่นเท่านั้น ถ้าเหลือคือทิ้ง แต่ด้วยความรู้ที่มีอยู่จึงสอนเขาว่าการนำของเข้าออนไลน์ หรือเข้ารูรอล เถาเป่าเป็นอย่างไร มีการซื้อขายอย่างไร โดยให้ขายแบบมีใบบัวด้วย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มไปในตัว

“เพราะการช่วยคนในท้องถิ่น ถือเป็นการสร้างประสิทธิภาพคน” เย่ห์กล่าวทิ้งท้ายเช่นนี้

เป็นความสำเร็จอีกขั้นของอาลีบาบาที่สามารถลดช่องว่างระหว่าง “เมือง” และ “ชนบท” ได้จริง

แน่นอน วันนี้ “รูรอล เถาเป่า” กลายเป็นโมเดลต้นแบบที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) นำไปจัดตั้งสถาบัน New Economy Academy (NEA) สำหรับพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อยของไทยแล้วเรียบร้อย

เย่ห์ เหลย์ ผู้ดูแลศูนย์รูรอล เถาเป่า ที่หมู่บ้านโบราณซินเย่ห์

สินค้าภายใน ‘รูรอล เถาเป่า’ สำหรับผู้บริโภคที่สนใจชมสินค้าจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อใน cun.taobao.com

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เต้ยปัด โพสต์เหน็บเพื่อนร่วมวงการ(คลิป)
บทความถัดไป‘ลีเดีย’ เตรียมปล่อยซิงเกิลเพลงใหม่ (คลิป)