ฟรีสไตล์เรื่องบ้าน-บ้าน : บ้านตากอากาศ

25.08.18 | 16:48 น.

จริงหรือไม่ บ้านตากอากาศซื้อขายกันหลังละ 1,000 ล้านบาท

มีคนบอกว่าจริง แต่ไม่ยอมบอกว่าคนซื้อเป็นใคร เวลาเศรษฐีใช้เงินมักจะเป็นความลับ ลับมาก ลับที่สุดแบบนี้แหละ

จะว่าไปแล้วในช่วงฤดูฝนไม่ใช่กาลเทศะที่จะมานั่งชวนคุยเรื่องบ้านพักตากอากาศ เพราะถือเป็นโลว์ซีซั่น ผู้ประกอบการเขาจะลุกขึ้นมาแข่งขันกันดุเดือดเลือดพล่านอีกทีก็ต้องเข้าหน้าหนาวกับหน้าร้อน ราวๆ เดือนพฤศจิกายนจนถึงเมษายนของปี

ตลาดบ้านพักตากอากาศเป็นตลาดที่ไม่มีวันตาย ฝนตกแดดออก เศรษฐกิจล่มจมหรือรุ่งเรืองแค่ไหนก็มีคนทำออกมาขายและมีคนซื้ออย่างต่อเนื่อง ก็เลยไปทำการบ้านเพื่อจะดูว่าทำเลท็อป 5 ของเมืองไทย มีที่ไหนบ้าง

คำตอบเกือบจะสำเร็จรูปคืออยู่ที่ภูเก็ต สมุย หัวหิน-ชะอำ พัทยา เขาใหญ่

Advertisement

แน่นอนว่าบ้านตากอากาศมีแทบทุกจังหวัดนั่นแหละ แต่การทำเป็นโครงการจัดสรรออกมาขายเป็นเรื่องเป็นราว มูลค่าโครงการเยอะๆ สำรวจกันกี่รอบเชื่อว่าก็ยังเป็นทำเลเดิมๆ

สังเกตให้ดี ทำเลหัวหินเฉยๆ ไม่ได้ ปัจจุบันต้องมีสร้อยห้อยติ่งทำเลชะอำด้วย กลายเป็น ?หัวหิน-ชะอำ? เหตุผลเพราะที่ดินหน้าหาดที่จะให้พัฒนาคอนโดมิเนียมขาย หายากเย็นเต็มที ก็เลยต้องกระเถิบมาทางชะอำ จนปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ชะอำเต็มตัวเต็มโครงการ ไม่อยากใช้ชื่อแบรนด์ว่าอยู่ชะอำ แต่จะบอกหัวหินอย่างเดียวก็ไม่ได้อีก สรุปว่าพบกันครึ่งทางก็เลยกลายเป็นทำเลหัวหิน-ชะอำซะเลย

ข้อมูลที่ถือว่า unseen น่าจะเป็นทำเลเขาใหญ่ โซนนี้เขาทำบุญมาดีมีตัวช่วยเป็นเทวดาฟ้าฝนทำให้มีผืนป่ามหึมาเขียวดกอีกต่างหาก ดีที่สุดคืออยู่ใกล้กรุงเทพฯ เวลาเศรษฐีอยากตากอากาศหนาวก็ไม่ต้องถ่อขึ้นไปไกลถึงภาคเหนือเชียงใหม่-เชียงราย เล่นมันใกล้ๆ นี่แหละ ระยะทาง 150 กิโลเมตร ขับรถแป๊บเดียวจากกรุงเทพฯ ก็ได้นอนแอ้งแม้งแล้ว

บ้านตากอากาศเขาใหญ่จึงกลายเป็นทำเลที่มีคนลงทุนโครงการมากที่สุดในประเทศไทย มีถึง 1,200 ยูนิต เยอะนะจะบอกให้

และไม่รู้ว่าเป็นเพราะทำเลภูเขาหรือเปล่า ดูสงบๆ ปลีกวิเวกได้ ทำให้กลุ่มลูกค้าหลักเป็นเศรษฐีไทย วัยกลางคน ให้ความสำคัญกับดีไซน์เป็นพิเศษ โทนที่ออกมาแน่นอนว่าต้องอยู่กับธรรมชาติ ธรรมชาติ วัสดุใช้ไม้จริง ออกแบบให้ลมโกรกหมุนเวียนได้ทั้งบ้าน

ทำเลที่น่าสงสารที่สุดน่าจะเป็นพัทยา แม้ว่าราคาแพงสุดมีตั้งแต่หลังละ 20-70 ล้านบาท แต่ความคึกคักเฟื่องฟูไม่เท่าทำเลอื่น เหตุผลเพราะอยู่ใกล้กรุงเทพฯ ระยะทางเท่าๆ กับวิ่งรถขึ้นเขาใหญ่ แต่ดันมีคอนโดมิเนียมเปิดขายเยอะ กำลังซื้อก็เลยแห่ไปซื้อคอนโดฯมากกว่าบ้านตากอากาศ

ย้ายมาดูโซนทะเล ท็อปฟอร์มสุดไม่มีใครล้มแชมป์ได้คือที่ภูเก็ตกับสมุย ทั้ง 2 เกาะนี้มีตัวช่วยเป็นกำลังซื้อจากต่างชาติ ทำให้ราคาสูงโด่งไปถึงหลังละ 400-500 ล้าน

ลองยกตัวอย่างสักชื่อ มีใครไม่รู้จักพ่อซุปตาร์แข้งทอง เดวิด เบคแฮม กันบ้าง กระแสข่าวลอยมากับลมบอกว่าตอนนี้จับจองที่ดินแปลงใหญ่ 20 ไร่ ปลูกบ้านตากอากาศหลังละ 300 ล้านบนเกาะสมุย

สำหรับคนไทยที่เคยไปเที่ยวเกาะสมุย บางคนหรือหลายคนอาจจะงง งง ว่าลูกค้าต่างชาติมาหลงเสน่ห์อะไรถึงกับยอมจ่ายเงินซื้อบ้านตากอากาศหลังละ 30-200 ล้าน

คำตอบสุดท้าย บ้านตากอากาศสมุยเขาขาย เมาเท่นวิว หรือวิวที่ตัวเองยืนอยู่บนเขาแล้วมองวิวได้รอบทิศตั้งแต่ 180-360 องศา ว่ากันว่าเป็นสุดยอดทำเลของบ้านตากอากาศไม่ว่าอยู่บนเขาหรือติดทะเล

เพราะฉะนั้น ใครมีที่ดินตั้งอยู่บนไหล่เขาอย่าเพิ่งท้อใจ เพราะอาจกลายเป็นทำเลทองโดยไม่รู้ตัว

มาจบกันที่ภูเก็ตก็ละกันค่ะ ที่นี่ไม่รวยจริงอย่ามาแหยม ตั้งแต่สมัยสาวๆ จนถึงปัจจุบันเวลาไปทำงานที่ภูเก็ตยังไม่เคยเห็นค่าครองชีพถูกลงสักที อันนี้เปรียบเทียบกับต่างจังหวัดอื่นๆ เนาะ

ที่ภูเก็ตนี่แหละที่มีสถิติซื้อขายหลังละพันล้านบาท ถัวเฉลี่ยตอนนี้แพงสุดน่าจะหลังละ 500 ล้าน เจ้าของโครงการเป็นคนฝรั่งแต่พูดไทยฉะฉาน (อ๋อ ไมเนอร์กรุ๊ปนั่นเอง) อีกกลุ่มก็เจ้าของเดียวกับโรงแรมศรีพันวา เพิ่งปล่อยหลังละ 320 ล้านออกไปได้ กำลังจะทำเพิ่มเติม

ใครที่อยากทำแข่ง เขาบอกว่าที่นี่ตัวบ้านพื้นที่ใช้สอยต้องมี 1,500-3,000 ตารางเมตร ความสวยในสายตาของลูกค้าต่างชาติเขาบอกว่าสวยสุดสุด เพราะราคาปรับขึ้น 8-15% ในแต่ละปี ทำให้เหตุผลในการซื้อส่วนหนึ่งซื้อเพื่อลงทุนด้วย ไม่ใช่แค่มานอนเน่าในวันที่เหงาหัวใจ (สำนวนน้ำเน่าอ่ะ)

โดยที่ภูเก็ตมีบ้านตากอากาศราคาเกิน 100 ล้านมากที่สุดในประเทศไทย ไม่ต่ำกว่า 160 หลัง

แต่ถ้าอยากฝึกภาษาให้ไปด้อมๆ มองๆ เกาะสมุยเพราะลูกค้า 100% เป็นคนอังกฤษ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส รัสเซีย