เริงโลกด้วยจิตรื่น : ‘ความคิด’กับ‘ความจริง’ : โดย จันทร์รอน

การอยู่ร่วมกับคนอื่นเป็นเรื่องสำคัญของคนเรา
ชีวิตจะเป็นสุขหรือทุกข์ สำหรับปุถุชนคนธรรมดา ส่วนใหญ่แล้วขึ้นกับคนอื่น

โลกที่พัฒนามาสู่ชีวิตที่ต้องพึ่งพากันและกัน ความต้องการที่มากมายหลายหลากและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ไม่มีใครที่สามารถใช้ชีวิตปกติอยู่ได้โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนอื่น

ความเป็นจริงนี้เห็นได้ทันทีเมื่อดูข้าวของเครื่องใช้ทั้งในตัวและในบ้านในเรือน เลยไปถึงอาหารการกิน ความบันเทิงเริงรมย์ทั้งหลาย แม้กระทั่งการทำมาหากิน

ล้วนแล้วแต่คนอื่นจัดมาให้ โดยการแลกเปลี่ยน

เพราะรับรู้ในความสำคัญของคนอื่นที่มีต่อชีวิตอยู่ตลอดเวลานี่เอง ที่ทำให้คนอื่นมีส่วนอย่างมากในการกำหนดความเป็นไปของชีวิต

ก่อให้เกิดความต้องการการยอมรับ

ชีวิตจะเจ็บปวดเมื่อถูกปฏิเสธ และยินดีปรีดาเมื่อได้รับความนิยมชมชอบ สรรเสริญ เยินยอ

เพราะความสัมพันธ์กับคนอื่นเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตนี่เอง ที่ทำให้มนุษย์จำเป็นต้องมีเครื่องมือสื่อสารกันและกัน

การพูด การแสดงออก การจัดการเพื่อให้เกิดความเข้าอกเข้าใจ

สร้างความรู้สึกที่ดีต่อคนที่ต้องการดีด้วย และแสดงอำนาจเพื่อควบคุมผู้ที่ต้องการให้ยอมรับ แต่มีอุปสรรค

ความเป็นจริงอย่างหนึ่งสำหรับการใช้เครื่องมือสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการพูด หรือการกระทำใดๆ คือต้องเริ่มจากความคิด

ไม่มีใครสามารถพูดหรือทำอะไรได้ หากไม่พูดหรือคิดขึ้นมาก่อน

และเมื่อการสร้างความคิดคือการใช้ข้อมูลที่มีอยู่หรือหามาได้ มาประกอบกันขึ้นเพื่อสนองความต้องการอย่างใดอย่างหนึ่งของคนคนนั้น

อาจจะเป็นต้องการให้ชื่นชม ยอมรับ หรือต้องการบังคับให้ยอมตาม

ทำให้ความคิดนั้นเป็นเพียงการปรุงแต่ง อาจจะเป็นเพียงการสร้างภาพให้ดูดี หรือกระทั่งพยายามสื่อให้ตรงที่สุด แต่ข้อมูลที่เอามาใช้ในการคิดนั้นอาจจะเบี่ยงเบนไปในด้านต่างๆ

ความคิดกับความจริงจึงเป็นคนละเรื่องเดียวกันเสมอ

เมื่อคนคนหนึ่งบอกว่าที่พูดนั้นเป็นความจริง แต่ที่สุดแล้วเป็นแค่ที่เขาคิดว่าจริงเท่านั้น

ความจริงแท้ โดยไม่ได้เกิดจากความเข้าใจผิดเพราะข้อมูลที่บอกกล่าวไม่เพียงพอ จนต้องผสมกับความคาดเดาต่างๆ เลยไปถึงเจตนาที่ต้องการอะไรบางอย่างจากคนที่สื่อสารด้วย ทำให้เกิดความเบี่ยงเบนได้ง่าย

ความคิดจึงยากที่จะเป็นความจริง

และเป็นเพราะเหตุนี้เอง ที่ผู้รู้ทั้งหลายแนะนำว่าหากต้องการเข้าถึงความจริงแท้ของอะไรสักอย่าง ต้องทิ้งความคิดไป หาทางสัมผัสสิ่งนั้นด้วยความตื่นตัวเฉย ไม่ต้องคิดว่าอะไรจะเป็นอย่างไร

และนี่เองเป็นความยุ่งยาก

ความสุข ทุกข์ของมนุษย์ต้องอาศัยการสื่อสารต่อกันและกันให้เกิดความยอมรับ

ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด หรือห่างไกลระดับไหน

แต่การแสดงออกไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด จำเป็นต้องเริ่มต้นที่ความคิด

คนไม่สามารถพูดหรือแสดงออกอะไรได้ หากไม่เริ่มต้นที่ความคิด

แต่ความคิดกลับห่างไกลกับความเป็นจริงในระดับสัจธรรมมากที่สุด

ดังนั้น ชีวิตที่สามารถสัมผัสสัจธรรมได้ จึงเป็นความซับซ้อน เพราะไม่สามารถสัมผัสได้จากการบอกเล่าหรือแสดงให้เห็นโดยคนอื่น

ใครต้องการสัมผัส ต้องทำให้เกิดขึ้นกับตัวเอง

ส่วนคำบอกหรือการแสดงของคนอื่น เป็นเพียงภาพมายาที่อย่างมากที่สุดเป็นแค่ภาพสะท้อนให้รู้สึกได้บ้าง แต่สัมผัสจริงไม่ได้

ความนิยมยกย่อง ชื่นชมยินดีจากใครก็ตาม เป็นความคิดของคนคนนั้น

ยังไม่ใช่ความจริง

บทความก่อนหน้านี้เดินไปในเงาฝัน : ตัวเสียดาย-ตัวยอมแพ้ : โดย สาโรจน์ มณีรัตน์
บทความถัดไปสถานีคิดเลขที่12 : ตู่เต็ม100-แล้วพี่ป้อม… : โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร