จิปาถะ : หนุมาน เทพแห่งสรรพวิทยา (157) ความแตกต่างของ‘สีดาแปลง’ : โดย ส.พลายน้อย

มีผู้อ่านคนหนึ่งถามว่า ผู้เขียนมีความรู้สึกอย่างไรกับหนุมาน คือ เขารู้สึกสนุกที่ได้ทราบพฤติกรรมและประวัติที่เล่ากันแปลกๆ ไม่คิดว่าจะได้อ่านเรื่องอย่างนี้ ผู้เขียนเองก็รู้สึกอย่างเดียวกันกับเขา แต่มีความรู้สึกอย่างหนึ่งนอกเหนือไปจากเรื่องหนุมาน คือได้รับความรู้ขนบประเพณีของอินเดียบางอย่างว่าคล้ายๆ กับของไทย เช่นการรับประทานอาหาร ภรรยาจะไม่รับประทานพร้อมกับสามี แต่จะคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ ผู้เขียนเคยเห็นคนไทยรุ่นเก่าเป็นเช่นนี้เคยอ่านพบในหนังสือที่คนอินเดียเล่าถึงชีวิตในครอบครัวก็ตรงกัน

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าคิดคือภรรยาจะไม่เดินนำหน้าสามี จะเดินตามหลังอยู่เสมอ ไทยเราเคยมีสำนวนพูดกันว่า “ภรรยาเป็นช้างเท้าหลัง” หมายความว่าต้องตามช้างเท้าหน้าคือสามี ชาวบ้านสมัยก่อนก็ดูเหมือนจะปฏิบัติเช่นนี้ ในเรื่องที่เล่ามาข้างต้นว่าพระนางสตีปรารถนาจะทดสอบความรู้สึกของพระราม จึงแปลงเป็นนางสีดามาเดินนำหน้าพระราม (ขณะที่กำลังตามหานางสีดาอยู่ในป่า) พระรามเห็นก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่นางสีดา เพราะนางสีดาไม่เคยเดินนำหน้าพระราม ธรรมเนียมดังกล่าวเห็นจะเนื่องมาจากถือกันว่าผู้ชายเป็นใหญ่ในครอบครัว เป็นผู้นำของครอบครัว ผู้หญิงเป็นฝ่ายอ่อนแอจึงต้องตามมาข้างหลัง

นอกจากนี้ยังมีธรรมเนียมที่่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ การถือมือขวาว่าสำคัญกว่ามือซ้าย แต่โบราณมานับถือมือขวาว่าสำคัญกว่ามือซ้าย เช่น ยกย่องคนที่ทำอะไรแทนได้ว่าเป็น “มือขวา” แล้วต่อมาได้ยกย่องมือขวาว่าสำคัญ ใช้ทำในสิ่งที่เป็นมงคลต่างๆ เช่นการทำความเคารพก็ใช้มือขวาอย่างที่เรียกว่า “เอางาน” หรือรับของจากผู้ใหญ่ ก็ต้องใช้มือขวาทั้งเวลาส่งและรับ การถือเช่นนี้ในอินเดียเห็นจะเคร่งครัดมาก ได้ทราบว่าชาวเบงคาลีก็ถือเรื่องการใช้มือซ้ายรับของจากผู้อื่นว่าเป็นการดูหมิ่น มีเรื่องกล่าวไว้ในรามายณะเบงคาลีตอนจองถนนว่า หนุมานขนไม้มาส่งให้นล นลเอามือซ้ายรับไม้จากหนุมาน หนุมานโกรธมากถือว่านล
ดูหมิ่น ถึงกับวิวาทกัน เรื่องการใช้มือซ้ายนี้คนอินเดียถือเป็นมารยาทสำคัญ แม้แต่การถือดอกไม้หรือของบูชาพระเป็นเจ้าก็ห้ามถือด้วยมือซ้าย ต้องถือด้วยมือขวา

คนอินเดียจะคิดอย่างไรไม่ทราบ แต่ผู้เขียนเคยได้ยินหลวงตาดุเด็กที่ใช้มือซ้ายเปิบข้าวว่า “เฮ้ยไอ้จุกเอ็งใช้มือไหนล้างก้น” ไอ้จุกเงยหน้าตอบหลวงตาอย่างงงๆ ว่า “มือซ้ายครับ” หลวงตาพูดยิ้มๆ ต่อไปว่า “แล้วเอ็งก็เอามือซ้ายเปิบข้าวอร่อยนิ จงจำไว้มือซ้ายเขาใช้ล้างก้น มือขวาเขาใช้กินข้าว” ผู้เขียนฟังแล้วก็ได้แต่หัวเราะไม่ได้คิดอะไร มาเริ่มสนใจคิดสงสัยเมื่อบวชหัดทำด้ายสายสิญจน์ ผู้สอนให้ใช้มือขวาจับด้าย และได้รับความรู้เรื่องการวงด้ายสายสิญจน์ว่าต้องเวียนขวาเพราะเป็นการมงคล สรุปว่าทางพระพุทธศาสนาถือขวาเป็นหลัก แม้ประเพณีต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายหลังก็ถือเป็นแบบอย่าง เช่นการแต่งงาน หญิงต้องนั่งทางซ้ายของชาย เรียกกันว่า “หญิงซ้ายชายขวา”

ที่สุด การนอนเตียงก็ถือแบบเดียวกัน จะกล่าวทั้งหมดก็ยาวความ กล่าวไว้พอให้ทราบพอเป็นแนวทางให้คิดเท่านั้น

บทความก่อนหน้านี้เปิดโผ14กีฬาพลาดเป้าเอเชี่ยนเกมส์ ‘มวย-บอล-กอล์ฟ-ยกเหล็ก’ ปิ๋วหมด
บทความถัดไปอาศรมมิวสิก : ดนตรีคลาสสิก กับวิถีชีวิตดนตรีแบบชุมชน : โดย บวรพงศ์ ศุภโสภณ