หัวข้อวันนี้ อ่านแบบไทยๆ ว่า ลูก-ค้า-รี-จิ๊ส-เตอ แปลว่า ลูกค้าลงทะเบียนล่วงหน้า
จำได้ว่าสมัยสาวๆ (ย้อน 15 ปีขึ้นไปอ่ะค่ะ) เคยไปด้อมๆ มองๆ ดูดีเวลอปเปอร์บางรายที่มีฉายาเจ้าพ่อคอนโดตลาดกลาง-ล่าง ทำห้องชุดตลาดแมสราคา 1-3 ล้านขาย ในอดีตของเขาคงดีจริงเวลาไปเปิดที่ไหนขายดิบขายดี ไปนั่งดูเขาขายทำเลรามอินทรา กม.8 แป๊บเดียว 10 นาทีหมด 700-800 ห้อง อันนี้เห็นคาตาเลย
ตอนนั้นเจ้าพ่อเฟซบุ๊กยังเป็นวุ้นอยู่เลยมั้ง ออนไลน์ยังไม่ได้ฮิตระเบิดเถิดเทิงเหมือนทุกวันนี้ วิธีการเขาจะมีทีมสำรวจ เดินเท้าเคาะประตูบ้าน กางรัศมีออกไปเลยว่าห่างกี่กิโลเมตรจะต้องเคาะประตูให้หมด
เจ้าของบ้านโผล่หน้ามาดูก็จับทำแบบสอบถาม แล้วให้ลงทะเบียนไว้เลยสำหรับผู้สนใจซื้อคอนโดมิเนียม แล้วก็ออกหมายเลขหรือเอกสารให้กับผู้บริโภค 1 ชิ้น เขาเรียกว่า Tag
พอถึงวันงาน ลูกค้า Tag หรือลูกค้าที่ลงทะเบียนก็เอาใบ Tag มาแชะ แชะ กับตัวอ่านคอมพิวเตอร์ สมัยนั้นเขาอ่าน “รหัสแท่ง” หรือบาร์โค้ดกันค่ะ ไม่ใช่ QR Code เหมือนทุกวันนี้
ได้เห็นคนมาต่อคิวกันยาวเหยียด เหตุผลเพราะเปิดขายแค่ 700-800 ห้อง มีคนลงทะเบียนเกือบ 2,000 คน แจ้งความสนใจจะมาแย่งซื้อ 1,000 กว่าคน แล้วไหนจะต้องเลือกห้องที่อยากได้อีก คนก็เลยต้องมาแต่เนิ่นๆ เป็นธรรมดา
ตัดฉากกลับมาดูทาวน์เฮาส์ที่ขายดีกันบ้าง วิธีการแบบเดียวกัน ก่อนจะปักป้าย-เกลี่ยหน้าดิน-ล้อมรั้ว บริษัทพัฒนาที่ดินเขาทำสำรวจมีลูกค้าสนใจซื้อแน่ๆ อย่างน้อยต้องครึ่งโครงการแหละ ไม่อย่างนั้นขายไม่ออกหน้าแตกหมอไม่รับเย็บกันพอดี
ดูเหมือนเป็นสูตรสำเร็จไปแล้วว่าต้องทำสำรวจให้ลูกค้าลงทะเบียนแสดงความสนใจซื้อโครงการ แต่วิธีการที่จะทำให้มีภาพมาโชว์ชาวบ้านว่ามีคนต่อแถวซื้อจริงๆ แอบรู้มาว่าเขาจะใช้ตัวล่อ
เช่น บ้านราคาพิสดาร ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้าน แต่มีตัวล่อถ้ามาซื้อในวันเปิดพรีเซลวันแรก ลุ้น 1.99 ล้าน (มีแค่ 1 หลัง) โห! หายไปตั้ง 5-6 แสนบาท คนก็ยอมมาต่อแถวสิ เผื่อฟลุก
ยุค IoT-Internet of Things อะไรๆ ก็อินเตอร์เน็ต โซเชียลมีเดียกลายเป็นสื่อติดมือผู้บริโภค การเปิดขายออนไลน์แล้วให้ลงทะเบียนเป็นเรื่องปกติ แต่ลึกๆ แล้วผู้ประกอบการเขาต้องการข้อมูล “บิ๊กดาต้า” ของผู้ซื้อ เพราะฉะนั้น แบบฟอร์มออนไลน์ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวพอประมาณ
ทั้งนี้ เราอาจจะได้เห็นข่าวขายดีขายเกลี้ยงบนออนไลน์ แต่เข้าใจว่าคงทำแบบนั้นไม่ได้ทุกโครงการ กรณีขายหมด บิ๊กดาต้าลูกค้าที่ซื้อไม่ได้หรือซื้อไม่ทัน ก็จะเป็นคลังข้อมูลทำให้ผู้ประกอบการรู้ดีมานด์ในทำเล แล้วไปลงทุนสร้างโครงการใหม่มาขายทีหลัง
ทุกวันนี้ แม้ยอดขายโครงการมาจากโควต้าของลูกค้าออนไลน์หรือลูกค้าลงทะเบียนล่วงหน้าจำนวนหนึ่ง แต่การจัดกิจกรรมเปิดขายวันแรกหรืออีเวนต์เปิดพรีเซลยังมีความจำเป็น วิธีการเท่าที่แอบไปรู้ไปเห็นมา เขามีการจัดระเบียบกว้างๆ ดังนี้
เริ่มต้นด้วยกำหนดวันจัดอีเวนต์ล่วงหน้า ปกติต้องเสาร์-อาทิตย์เพราะเป็นวันหยุด คนว่าง ไม่ต้องหนีงานมาซื้อ เช่น วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 1-2 ตุลาคม จากนั้นแบ่งขายอย่างน้อย 3 รอบด้วยกัน
รอบที่ 1 ความสัมพันธ์เป็นของคนในองค์กร เรียกว่ารอบพนักงาน แต่แบ่งยูนิตออกมาไม่เยอะหรอก สัก 5-10% อาจจะจัดวันที่ 27-28 กันยายน
รอบที่ 2 เป็นรอบ VIP หรือรอบนักลงทุน ลูกค้ากลุ่มนี้ถ้าถูกใจมากๆ ก็จะซื้อเหมาเข่ง เอ๊ย! ซื้อเหมาฟลอร์ก็มี จัดกันวันที่ 29-30 กันยายน
รอบที่ 3 จึงจะเป็นรอบลูกค้าทั่วไป
คำว่าผู้ซื้อรอบที่ 3 หมายความว่าห้องชุดที่เหลือมาถึงรอบนี้ ถูกหยิบทำเลดีที่สุดไปส่วนหนึ่งแล้ว เพราะฉะนั้น โครงการไหนที่อยากได้จริงๆ และถ้าเราไม่ใช่ทั้งพนักงานและไม่ใช่ทั้ง VIP
คาถาเลือกแปลงห้อง ให้ทำสำรองไว้เลยหลายๆ ยูนิต ประมาณว่าต้องการซื้อ 1 ห้องแต่ต้องดูเผื่อเลือกไว้ถึง 3 ห้อง กันเหนียว
เท่าที่ทราบครึ่งปีหลัง 2561 จะมีคอนโดทำเลจ๊าบๆ อยู่แนวรถไฟฟ้าออกมาใหม่อีก 30,000 ยูนิต เยอะขนาดนั้นเลย
ว่าแต่ว่า สนใจติดดอยกันบ้างไหมคะ (ฮา)

