“ปลดหนี้สร้างสุข” “ซีพีเอฟ”ยกระดับชีวิตพนักงาน

21.04.16 | 14:41 น.

“หนี้สิน” แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงคำนี้ใครๆ ก็ไม่อยากสัมผัสหรือตกอยู่ในสภาวะนั้น

แต่ก็ช่วยไม่ได้ ต้นทุนชีวิตและสภาวะรอบตัวเราแต่ละคนแตกต่างกัน ทำให้ปัจจุบัน มีคนที่มีปัญหาด้านหนี้สินอยู่มากมาย ทุกคนตกอยู่ในสถานการณ์ที่หาเงินมาได้แต่กลับไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน จำเป็นต้องหยิบยืมจากญาติพี่น้อง สมัครบัตรเครดิต หรือแม้แต่การพึ่งเงินกู้นอกระบบ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการกู้ยืมเงินจากที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้น ดอกเบี้ยจากการยืมเงินค่อนข้างแพงไปในทางขูดเลือดขูดเนื้อด้วยซ้ำไป

การหาเงินมาใช้หนี้และใช้จ่ายในชีวิตประจำวันในบ้างครั้งสำหรับพนักงานทำงานกินเงินเดือนนั้นแทบจะไม่เพียงพอ

แต่พนักงานของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ สายธุรกิจสุกร แตกต่างออกไปจากที่อื่นๆ

เนื่องจากทางบริษัทมีโครงการปลดหนี้สร้างสุขและส่งเสริมการออม เป็นการจัดหาแหล่งเงินดอกเบี้ยต่ำเพื่อแก้ปัญหาด้านการเงินและหนี้นอกระบบให้กับพนักงาน โดยร่วมกับธนาคารออมสินลดภาระดอกเบี้ยหนี้สินเดิมจาก 3.20 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน ให้เหลือประมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต์ พร้อมถ่ายทอดความรู้ด้านการบริหารจัดการทางการเงินและส่งเสริมการออม

Advertisement

หลายคนอาจสงสัยแล้วมันต่างจากการยืมเงินอีกที่เพื่อไปจ่ายอีกที่ตรงไหน ในเมื่อสุดท้ายแล้วเราก็ยังเป็นหนี้เหมือนเดิม

พุทธชาติ ไผ่พุทธ รองกรรมการผู้จัดการซีพีเอฟ อธิบายวิธีการใช้สมุดครัวเรือนให้แก่พนักงานที่เข้าร่วมโครงการ
พุทธชาติ ไผ่พุทธ รองกรรมการผู้จัดการซีพีเอฟ อธิบายวิธีการใช้สมุดครัวเรือนให้แก่พนักงานที่เข้าร่วมโครงการ

พุทธชาติ ไผ่พุทธ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการปลดหนี้สร้างสุขเป็นอีกหนึ่งโครงการที่บริษัทก่อตั้งขึ้นเพื่อต้องการช่วยเหลือพนักงาน นอกเหนือจากโครงการและสวัสดิการต่างๆ ที่ช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานให้ดีขึ้น โดยมุ่งเน้นช่วยพนักงานที่เดือดร้อนทางการเงินให้พวกเขากลับมีความสุขในการใช้ชีวิตอีกครั้ง ซึ่งมั่นใจว่าพนักงานที่เข้าร่วมโครงการจะเข้าใจการบริหารจัดการด้านการเงินมากขึ้น ใช้เงินเป็น รู้จักเก็บออมเพื่ออนาคต และเก็บออมไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน รู้จักวางแผนการใช้จ่าย ซึ่งเมื่อเขาเหล่านั้นหมดความทุกข์และมีความสุข จะทำให้พวกเขาตั้งใจและมีสมาธิในการทำงาน มีความรักความผูกพันกับองค์กร อันนำไปสู่การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในที่สุด

“กล่าวได้ว่าโครงการปลดหนี้สร้างสุขและส่งเสริมการออมของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่ได้ประโยชน์ทั้งฝ่ายผู้ประกอบการและพนักงาน เหมือนเป็นการซื้อใจพนักงาน ซึ่งบริษัทตระหนักและเข้าใจถึงปัญหาและความต้องการของพนักงานและร่วมกันแก้ปัญหา เชื่อว่าคงทำให้ปัญหาหนี้สินและปัญหาการเปลี่ยนงานในปัจจุบันลดน้อยลง” พุทธชาติกล่าว และเล่าถึง 8 ขั้นตอนการดำเนินโครงการปลดหนี้สร้างสุข และส่งเสริมการออม

1.การให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพด้านการเงิน โดยให้ความรู้การวางแผนการเงินเบื้องต้น

2.การสำรวจภาระทางการเงินส่วนบุคคล ฟาร์มจะทำการสำรวจข้อมูลบุคคลในครอบครัว รวมถึงภาระที่ต้องดูแล โดยแสดงค่าใช้จ่ายในครัวเรือน หนี้สิน และเจ้าหนี้ทั้งหมด

3.การหาแหล่งเงินกู้ที่ดอกเบี้ยต่ำ ร่วมมือกับธนาคารออมสินปล่อยกู้ตามความเป็นจริงรายละไม่เกิน 200,000 บาท โดยกำหนดชำระเงินไม่เกิน 8 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 0.50

4.การคัดเลือกผู้กู้ พนักงานมีอายุงานมากกว่า 2 ปี ทำงานดี มีหลักฐานหนี้จริงตรวจสอบได้ สามารถหาเงินมาคืนธนาคารได้ ปฏิบัติตามข้อตกลงทั้ง 8 ได้

5.การคืนหนี้ให้เจ้าหนี้และสถาบันการเงิน กรณีบัตรเครดิต ผู้จัดการฟาร์มจะนัดวันชำระหนี้ที่ศูนย์บัตร โดยทำการตรวจสอบยอดหนี้บัตรเครดิตและจัดเตรียมเงินสดตามจำนวนเงินที่ต้องจ่ายหนี้ นัดรับเงินพร้อมรับบัตรเอทีเอ็มคืน โดยจะมีพยานรู้เห็นในการชำระหนี้

6.การชำระเงินกู้คืนแก่ธนาคาร ผู้กู้ทำสัญญายินยอมให้หักเงินผ่านธนาคาร โดยจะถูกหักเข้าบัญชีของโครงการปลดหนี้ฯ

7.การรณรงค์การออมเงิน ถ่ายทอดความรู้เรื่องการเงินให้ทั้งผู้กู้และพนักงานทั่วไป รณรงค์ให้พนักงานรู้จักเก็บออม

8.การติดตามผล เจ้าหน้าที่จะประสานงานและตรวจสอบการผ่อนชำระหนี้เป็นประจำทุกเดือน ติดตามความเป็นอยู่รวมถึงตรวจบัญชีรายรับรายจ่ายครัวเรือนของผู้ที่เข้าร่วมโครงการ

ลองฟังเสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมโครงการนี้

วันชัย ทองสะอาด
วันชัย ทองสะอาด

วันชัย ทองสะอาด พนักงานฟาร์มเกษตรสันติราษฎร์ เล่าว่า ตนเองทำงานเพียงคนเดียวเนื่องจากภรรยาออกจากงานไปทำธุรกิจส่วนตัวแต่ไม่มีเงินทุน ต้องยืมจากญาติและกดเงินสดจากบัตรเครดิตมาลงทุน ซึ่งธุรกิจไม่เป็นไปตามที่คิดทำให้เป็นหนี้จำนวนมาก แล้วพอดีบริษัทมีโครงการปลดหนี้ ตนจึงเข้าร่วมโครงการแล้วเขาก็ปลดหนี้ให้จริงๆ แต่ก่อนต้องส่งเงินใช้หนี้เดือนละ 8,000 บาท พอเข้าร่วมโครงการเขาใช้หนี้ให้เสร็จเหลือจ่ายเพียงเดือนละ 2,000 บาท ทำให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้นเพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาให้กับลูกๆ

ด้าน ปราณีต มีชัย พนักงานฟาร์มพนมสารคามเป็นอีก 1 พนักงานที่เข้าร่วมโครงการ เล่าว่ารู้สึกสบายใจขึ้นที่ปัจจุบันแหลือภาระการชำระหนี้สินกับธนาคารออมสินเพียงที่เดียว ที่ผ่านมามีหนี้บัตรเครดิตมากมายเพราะต้องส่งลูกเรียนในระดับปริญญาตรีและดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรา ทำให้ต้องกู้เงินจากบัตรเครดิตต่างๆ มาหมุนใช้จำนวนมาก หลังจากที่เข้าร่วมโครงการรู้สึกกังวลใจในเรื่องหนี้สินน้อยลง

โครงการปลดหนี้สร้างสุขและส่งเสริมการออมเริ่มมาเมื่อปี พ.ศ.2558 จนถึงปัจจุบันมีพนักงานเข้าร่วมโครงการและสามารถปลดแล้วกว่า 125 คน จาก 16 ฟาร์มใน 7 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี เชียงใหม่ สระบุรี ลพบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี

ช่วยยกระดับชีวิตพนักงาน และน่าจะมีการขยายโครงการต่อไปอีกเรื่อยๆ