โชว์ 2 นวัตกรรม ผลงานอาชีวศึกษา ‘เสาหลักนำทางยางพารา-อุปกรณ์ช่วยสระผม’

14.09.18 | 18:01 น.

จากข้อมูลของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า สถิติการบาดเจ็บจากอุบัติภัยในแต่ละปี มีผู้พิการถึงขั้นทุพพลภาพสูงถึง 5,000 คน

โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน จากการเฉี่ยวชนของรถกับเสาหลักกั้นทางซึ่งทำขึ้นจากปูน ที่สร้างความเสียหายเเละการบาดเจ็บที่รุนแรงกับผู้ประสบเหตุ

จุดนี้เองทำให้นักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ในนามของทีม “สี่สหาย-สายช่าง” ที่เกิดขึ้นจากรวมตัวกันของนักศึกษา ปวช.ปี 3 จากแผนกต่างๆ มีแนวคิดที่จะหาทางป้องกันและลดระดับความรุนแรงของอุบัติเหตุ

เสาหลักนำทางยางพารา

ด้วยการคิดค้นนวัตกรรม “เสาหลักนำทาง-เสาหลักกิโลเมตร” จากยางพารา ซึ่งสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ระดับอาชีวศึกษา จากการประกวด นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ หรือ ThaiHealth INNO Awards ที่จัดขึ้นโดย สสส.

ธรรมนูญ รุจิญาติ นักศึกษาแผนกช่างเชื่อมโลหะ ปวช.ปี 3 วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี เล่าถึงที่มาของไอเดียว่า ที่ผ่านมาเห็นอุบัติเหตุจากรถชนกับเสาหลักที่เป็นปูนหรือแผงเหล็กกั้นทาง ทำให้บาดเจ็บรุนแรงสาหัส และเคยเห็นทางโค้งของสนามเเข่งรถนิยมใช้ยางรถยนต์เก่ามากั้นเพื่อบรรเทาความรุนแรงเลยเกิดเเนวคิดจะทำเสาหลักนำทางจากยางพารา

Advertisement

ณรงค์ศักดิ์ ทิพย์มาก นักศึกษา ปวช.ปี 3 จากแผนกเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์อธิบายเพิ่มเติมว่า ตอนแรกยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เพราะยางพาราจะมีคุณสมบัติที่นิ่ม สุดท้ายก็เลยได้ข้อสรุปว่าใช้ขี้เลื่อยผสมกับยางพาราทำให้เสาที่ทำขึ้นนั้นมีความแข็งแรงคล้ายกับไม้ เเต่มีความยืดหยุ่นและช่วยลดแรงปะทะได้มาก

ขณะที่สมาชิกคนสุดท้ายของทีมอย่าง อิศร มยาเศรษฐ เล่าถึงแนวทางการต่อยอดผลงานว่า มีเเนวคิดที่จะทำให้เสาหลักนำทางมีระบบ GPS เวลาที่เกิดเหตุก็สามารถแจ้งเตือนไปยังมูลนิธิหรือกู้ภัยต่างๆ จึงพัฒนาระบบแอพพลิเคชั่นเชื่อมกับไลน์ เวลาที่เกิดอุบัติเหตุก็จะมีข้อความระบุพิกัดสถานที่เกิดเหตุส่งเข้าไปที่หน่วยกู้ภัย ก็จะทำให้สามารถมาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ตรงจุดและทันท่วงที

ทีมชนะเลิศยิ้มภูมิใจในความสำเร็จ

อ.ศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการตัดสิน เปิดเผยว่า ผลงานเสาหลักนำทางจากยางพารานั้น สามารถตอบโจทย์ที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศได้ 3 ด้าน คือ สามารถสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน บรรเทาความรุนแรงจากอุบัติเหตุ และเป็นนวัตกรรมใหม่ที่มีการใช้เทคโนโลยี เช่น ระบบ GPS แจ้งตำแหน่งที่เกิดเหตุได้ ในขณะที่มีราคาที่ถูกและสามารถใช้งานได้นานถึง 8 ปี

“สิ่งที่สำคัญคือผลงานชิ้นนี้ยังตอบโจทย์ปัญหาเรื่องยางพาราที่มีราคาตกต่ำ หากขยายผลนำไปใช้ทั่วประเทศนอกจากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้แล้วยังสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนได้อีกเป็นจำนวนมาก”

จำลองรูปแบบการนำไปใช้งาน

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งผลงานโดยกลุ่มเยาวชนจากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ที่ใช้ชื่อทีมว่า “เมืองคนดี” ผู้คิดค้นนวัตกรรม “อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการสระผมผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่นั่งเก้าอี้รถเข็น” คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ไปได้ โดยเป็นการคิดต่อยอดถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดอุบัติเหตุจนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง รวมไปถึงผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องใช้รถเข็นหรือวีลแชร์ในชีวิตประจำวัน

สรวิศ สิกธรรม นักศึกษาชั้น ปวช.ปี 3 เล่าถึงแนวความคิดในการประดิษฐ์อุปกรณ์ชิ้นนี้ว่า เป็นปัญหาที่ประสบกับคนภายในครอบครัวตนเอง ที่มีคุณอาพิการนั่งรถเข็น เวลาสระผมจะต้องเคลื่อนย้ายจากเก้าอี้รถเข็นไปเตียง ขณะที่ผู้ดูแลเพียงคนเดียวยกผู้ป่วยที่มีน้ำหนักถึง 70 กิโลกรัมไม่ไหว การดูแลจึงค่อนข้างลำบาก

วัฒนพงศ์ เพชรรัตน์ นักศึกษาชั้น ปวช.ปี 1 กล่าวเพิ่มเติมว่า การออกแบบเน้นการใช้ได้จริง สะดวก พับเก็บง่าย เคลื่อนย้ายสะดวกนำไปใช้งานได้ในหลายพื้นที่ ยังออกแบบให้สามารถใช้ได้กับวีลแชร์หรือรถเข็นได้ทุกขนาด สามารถรองรับผู้ป่วยที่มีขนาดน้ำหนักถึง 120 กิโลกรัม โดยมีมอเตอร์แกนชักให้สามารถเลื่อนและเอียงทำมุม 45 องศา จึงทำให้น้ำหนักตัวรวมรถเข็นเบาขึ้นและศีรษะผู้ป่วยยังพอดีกับถาดสำหรับสระผมซึ่งออกแบบให้สามารถปรับได้ตามความสูงของผู้ป่วย ทำให้เวลาสระผมน้ำไม่ไหลย้อนกลับมาเปียกตัวผู้ป่วย”

ด้าน คุณัชญ์พงษ์ เชาว์แล่น นักศึกษาชั้น ปวช.ปี 3 กล่าวอีกว่า ได้ทดลองนำไปใช้กับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ต้องใช้รถเข็นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางกุ้ง ผลตอบรับดีมาก ดีใจที่ผลงานชิ้นนี้ตอบโจทย์และสามารถนำไปใช้ได้จริง

“ผมคิดว่าผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยมีโอกาสเสี่ยงต่อการพลาดลื่นล้มในการเข้าห้องนำเพื่อสระผม รวมทั้งต้องใช้เวลาค่อนข้างมากจากการเคลื่อนย้ายไปแต่ละครั้ง” คุณัชญ์พงษ์กล่าว เเละว่า ต้องขอบคุณโครงการจาก สสส.ที่สนับสนุนให้เด็กอาชีวะได้มีโอกาสพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันได้จริง

ปัจจุบันผลงานประดิษฐ์อยู่ระหว่างขอจดสิทธิบัตรเพื่อพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ในนามของวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานีต่อไป

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่จัดขึ้นนั้น เกิดจากความเชื่อมั่นในพลังคนรุ่นใหม่ที่จะสามารถเปลี่ยนสังคมรอบตัวด้วยแนวคิดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อแก้ปัญหาหรือส่งเสริมสุขภาพของชุมชน หรือในเชิงประเด็นทางสังคมที่สามารถขยายผลในวงกว้างได้

นับเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมจากความคิดริเริ่มบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีในทุกๆ ด้าน

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์