คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง : Follow This การเดินทางไกลของสำนักข่าว ‘บัซซ์ฟีด’ กับผลงานต้านหายนะ ‘ข่าวปลอม’

16.09.18 | 17:57 น.

“BuzzFeed” (บัซซ์ฟีด) แบรนด์สื่อดิจิทัลสัญชาติอเมริกัน กำเนิดเมื่อปี 2006 เริ่มต้นจากการผลิต “คอนเทนต์” ผ่านเว็บไซต์ เนื้อหาเต็มไปด้วยเรื่องราว สีสัน ออกแนวไร้สาระเป็นส่วนมาก แต่หลายคนยอมรับว่ากดคลิกเข้ามาแล้วมีแต่ความสนุก บันเทิง ตลก อารมณ์ขัน พร้อมภาพสะดุดตา เชื้อเชิญให้คนกดถูกใจและกดแชร์ส่งต่อไปในโลกโซเชียลมีเดีย

ระยะเวลากว่าทศวรรษที่ “บัซซ์ฟีด” เป็นเจ้าแห่งคอนเทนต์ออนไลน์ด้านสีสันเบอร์ต้นระดับโลก มีคอนเทนต์แตกแยกย่อยในทุกหมวดหมู่ จนทำให้เกิดเว็บไซต์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วโลกลอกเลียนแบบ

วิธีทำงานของบัซซ์ฟีดนั้น อาจดูย้อนแย้งกับสาระที่นำเสนอ เมื่อฉากหน้าที่เป็นเรื่องราวเบาๆ แต่หลังฉากบัซซ์ฟีด คือแพลทฟอร์มออนไลน์ที่ทำการบ้านอย่างหนัก ทุกการนำเสนอคือการคาดการณ์ และตั้งสมมติฐานว่าคนในอินเตอร์เน็ตส่วนมากอยากอ่านอะไร อยากเห็นอะไร อยากแชร์อะไร

ทั้งหมดเพื่อให้มียอดทราฟฟิกเข้าเว็บไซต์ การกดคลิกจำนวนมาก และมีผลต่อรายได้โฆษณานั่นเอง

เวลาผ่านไป ฐานที่มั่นแข็งแกร่ง สื่อใหม่อย่าง “บัซซ์ฟีด” เติบโตจนมีสำนักงานในหลายเมืองต่างทวีป และดำรงตนในฐานะ “สำนักข่าว”

Advertisement

จากเว็บคอนเทนต์สีสัน หลายปีมานี้ บัซซ์ฟีดหันมาสู่บทบาท “สื่อสารมวลชน” อีกขาหนึ่ง มีการรายงานข่าวจริงจังมากขึ้น แต่แน่นอนว่าเรื่องสีสันและความสนุกที่เป็นจุดขายตลอดมายังเป็นเนื้อหาและรายได้หลัก

เมื่อพูดถึงบัซซ์ฟีด ผู้คนในโลกอินเตอร์เน็ตย่อมนึกถึงความเป็นต้นตำรับของ “เนื้อหาไวรัล” หรือเป็นตำนานที่เจ้าตัวไม่น่าจะชอบใจนัก อย่างการเป็นเจ้าสำนักพาดหัวลวงให้คลิก หรือ “คลิกเบท” Clickbait ที่ทำให้เกิดการลอกเลียนประยุกต์เกลื่อนโลก เลวร้ายระดับไปไกลกว่าต้นตำรับ

อีกจุดขายของบัซซ์ฟีด คือ “การสร้างวิดีโอคอนเทนต์” ที่มีวิธีนำเสนอดึงดูดผู้คน จนถึงงัดกลยุทธ์สร้างคอนเทนต์ประเภทตั้งคำถามสนุกๆ ทางออนไลน์ ให้คนมากดคลิกตอบเพื่อมีปฏิสัมพันธ์ด้วย

สารพัดรูปแบบที่บัซซ์ฟีดสร้างขึ้นมา จนมีแพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วโลกเดินตามรอยทั้งรุ่ง ทั้งร่วง อีกมากมาย

ไอเดียของ “บัซซ์ฟีด” ในเรื่องรูปแบบการผลิตคอนเทนต์ จึงน่าดูอยู่เสมอ

สิ่งที่บัซซ์ฟีดใช้ มักจะกลายเป็น “เทรนด์” ที่ถูกทำตาม ลายเซ็นงานของบัซซ์ฟีด จึงอยู่ถ้วนทั่วในโลกของคอนเทนต์ออนไลน์

ล่าสุด “บัซซ์ฟีด” เพิ่งจะผลิต “สารคดีข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน” ออกอากาศทาง “เน็ตฟลิกซ์” ครั้งแรกเมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี้

สำนักข่าวแห่งนี้ที่ขึ้นชื่อว่า ทำทุกอย่างให้ดึงดูดผู้เสพ จะทำออกมาแบบไหน?

ผลคือการสร้างสารคดีข่าวที่ชื่อ “Follow This”

สารคดีชุดนี้มีทั้งหมด 7 ตอน แต่ละตอนมีความยาว 15 นาที เน้นเรื่องราว “แปลก” และ “วัฒนธรรมเล็กๆ” ที่ซ่อนตัวอยู่ในโลกใบใหญ่ โดยใช้วิธีถ่ายทอดให้เห็นภาพการทำงานค้นข้อมูล การลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าวบัซซ์ฟีดและใช้มุมมอง ทัศนคติ และข้อสรุปของผู้สื่อข่าวเป็นตัวเดินเรื่อง พอๆ กับการเผยให้เห็นข้อเท็จจริงตรงหน้าไปด้วย

แม้รูปแบบสารคดีข่าวชุดนี้จะไม่ได้แปลกอะไรนัก แต่ “เนื้อหา” และเรื่องราวของแต่ละตอนที่ถูกเลือกมารายงาน มีความ “แปลก” ระดับพอตัว อาทิ ในตอนที่ผู้สื่อข่าวบัซซ์ฟีดค้นหาประเด็นข่าวจากแฮชแท็กชื่อแปลก ที่นำไปสู่การพบเจอกลุ่มผู้คลั่งไคล้การ “ฟังเสียง” ที่เรียกว่า ASMR

กล่าวคือ กลุ่มคนเหล่านี้ชอบที่จะได้ยินเสียงที่มีผู้อื่นมา “ประดิษฐ์เสียง” ต่างๆ ให้ฟัง ทั้งเสียงขยำกระดาษ กรีดแปรงหวีผม ลูบผนังให้เกิดเสียง กลุ่มที่หลงใหลฟังเสียงเหล่านี้รู้สึกว่าตัวเองได้ผ่อนคลาย สร้างสมาธิ

โดยสารคดีให้ผู้สื่อข่าวสืบค้นลึกไปกว่านั้น เดินทางจนไปเจอศิลปินนักสร้างเสียงที่เป็น “ยูทูปเบอร์” จนถึงตามไปดูบรรดาแฟนคลับ และตามหา “กลุ่มลับ” ที่ให้บริการสร้างประสบการณ์ “สัมผัสเสียง” ที่ลึกขึ้นไปอีก

รูปแบบนำเสนอของบัซซ์ฟีดแต่ละตอน จะให้บทบาทของผู้สื่อข่าวใส่เข้าไปในเรื่องราวด้วย พาไปดูวิธีหาข้อมูล การรายงานความคืบหน้าของประเด็นให้บรรณาธิการร่วมวิเคราะห์ การได้เบาะแสต่างๆ และนำมาสู่ความพยายามมองให้รอบด้านผ่านการสัมภาษณ์ ไปอยู่ในสถานที่จริงของเรื่อง และลงเอยที่บทสรุปในทัศนคติของผู้สื่อข่าว ทั้งหมดใช้เวลาเรื่องละ 15 นาที

 

ทั้ง 7 ตอน ภาพรวมเนื้อหาไม่หนัก ดูง่าย น่าติดตาม หลายเรื่องเปิดมุมมองใหม่ และหลายประเด็น “สื่อกระแสหลัก” อาจจะมองข้าม

“เป็นความพยายาม” ฉายภาพให้เห็นอีกด้านที่หลายสื่อดิจิทัลในสหรัฐต้องเผชิญหายนะของ “ข่าวปลอม” ซึ่งบัซซ์ฟีดหวังสะท้อนภาพความน่าเชื่อถือของตัวเองในการรายงานข่าวผ่านสารคดีชุดนี้นั่นเอง

“เป็นความพยายาม” ที่มาไกลจากจุดกำเนิดของตัวเอง แม้ความจริงที่เจ็บปวดเกิดขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา “บัซซ์ฟีด” เองก็หนีไม่พ้นวังวนของธุรกิจสื่อที่อยู่ในยุคเหนื่อยยาก ปลดคนออกนับร้อยเพื่อปรับโครงสร้างการหารายได้ใหม่ หลังรายได้ปีที่แล้วไม่เข้าเป้า

ไม่ว่าเราจะเคยมอง หรือวันนี้มองบัซซ์ฟีดอย่างไร แต่นี่คือหนึ่งใน “ผู้สร้างวัฒนธรรมเสพสื่อรูปแบบใหม่” ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา

แม้วันนี้ ปี 2018 บัซซ์ฟีดไม่ได้ฮิตหรือโด่งดังเช่นเดิม ด้วยมีแพลตฟอร์มออนไลน์แนวทางใกล้กันผุดมาเป็นดอกเห็ด แต่ในหน้าประวัติศาสตร์ยุคใหม่ก็ต้องมีชื่อบัซซ์ฟีด ในฐานะ “สื่อใหม่” ที่ประสบความสำเร็จในยุคแรกบันทึกไว้นั่นเอง