การผลักดันให้ก้าวเข้าสู่เวทีแข่งขัน บางครั้งเป้าหมายไม่ใช่แค่ “ชัยชนะ”
เช่นที่ “การแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 11:RDC2018” คัดเลือกตัวแทนเด็กไทยเข้าร่วมแข่งขันในระดับนานาชาติ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Robot for Smart Manufacturing หุ่นยนต์สำหรับการผลิตอัจฉริยะ” ที่ผู้เข้าแข่งขันต้องออกแบบและสร้างหุ่นยนต์เพื่อช่วยงานในโรงงานอุตสาหกรรม 2 ชนิด คือ หุ่นยนต์อัตโนมัติ และหุ่นยนต์บังคับมือ โดยการแข่งขันจะจำลองโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นโรงงานการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งผู้เข้าแข่งขันต้องใช้วัสดุที่จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น และแต่ละทีมต้องทำภารกิจที่ถูกตั้งโจทย์ไว้ให้ได้คะแนนตามที่กำหนด
ดร.สุรัฐ ขวัญเมือง อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นอาจารย์พี่เลี้ยงของผู้เข้าแข่งขันในทุกๆ ปี กล่าวว่า ปีนี้เราต้องการมุ่งสู่ Industry 4.0 เปลี่ยนระบบการผลิตให้เป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น ลดการใช้แรงงานที่จะทำให้ผลผลิตมีประสิทธิภาพดีขึ้นและยังช่วยลดต้นทุนการผลิต
“โครงการนี้จุดมุ่งหมายของเราจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่การสร้างหุ่นยนต์แต่เราต้องการจะสร้างบุคลากร ให้คนสนใจด้านหุ่นยนต์มากขึ้น เพราะมองว่าการแข่งขันที่จัดแต่ละปีจะช่วยจุดประกายความคิดของเด็กๆ จากที่ไม่เคยสนใจให้หันมาสนใจด้านหุ่นยนต์มากขึ้น ซึ่งปีนี้คือการส่งเสริมด้าน Smart Manufacturing หุ่นยนต์ผู้ผลิตอัจฉริยะ ที่ถึงแม้หุ่นยนต์ที่เด็กสร้างมาใช้แข่งขันในวันนี้อาจจะยังเอาไปใช้จริงไม่ได้ แต่หวังว่าประสบการณ์ที่ได้จะเป็นประกายเล็กๆ ให้ในอนาคตเขาเลือกงานที่เกี่ยวกับสายหุ่นยนต์หรือสายการผลิตหุ่นยนต์ เป็นการป้อนบุคลากรเข้าไปในสายงานนี้มากขึ้น”

ดร.สุรัฐเผยว่า ปีที่แล้วเด็กไทยของเราที่ส่งไปแข่งระดับนานาชาติ จะถูกคละกันไปอยู่กับผู้เข้าแข่งขันของประเทศอื่นๆ ซึ่งสิ่งนี้มันคือความพิเศษของการแข่งขันทั้งการจัดของ “RDC 2018” ของประเทศไทย และ “IDC Robocon 2018” ของนานาชาติ เพราะเด็กๆ จะได้เรียนรู้และรู้จักปรับตัวในการทำงานร่วมกับผู้อื่น รู้จักฟัง รู้จักคิด และแสดงความคิดเห็นอย่างชาญฉลาด
“เด็กไทยมีศักยภาพในด้านอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ไม่แพ้ชาติใดในโลก เพราะคนที่ได้เป็นตัวแทนออกไปแข่งต่างประเทศเราพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าเขาคือตัวแทนจากประเทศไทย ถึงแม้จะถูกคละกลุ่มไปอยู่กับคนต่างที่ต่างเชื้อชาติ พวกเขาก็มีประสิทธิภาพมากพอที่จะไม่เป็นตัวถ่วงของใคร”
ดร.สุรัฐบอกอีกว่า เด็กๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันใน “RDC” ที่ผ่านมามีมากกว่า 1,000 คน เราพบว่าหลายคนที่ผ่านการแข่งขันนี้ไปถึงแม้จะผ่านมาหลายปีแต่เขาก็ยังมีความสนใจด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติอยู่ บางคนเปิดบริษัทด้านหุ่นยนต์เอง บางคนทำงานกับบริษัทด้านหุ่นยนต์ เพราะค้นพบตัวเองที่นี่ เวทีนี้จึงเป็นอีกเวทีที่เปิดประสบการณ์ให้ทุกคนได้ลองคิดลองทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ซึ่งนอกจากค้นพบตัวเองแล้ว ยังเป็นโอกาสสร้างสายสัมพันธ์กับเพื่อนอีก 100 กว่าคน ที่ในอนาคตเราหวังว่าทุกๆ คนจะช่วยกันผลักดันกันและกันต่อไปในสายงานด้านหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติ



สำหรับทีมที่ชนะในการแข่งขัน RDC 2018 ปีนี้ ประกอบด้วย ปัณฑ์ธร ตรีวัฒนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จิรัฐ คงกะพันธ์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ศุวดี เจ๊ะเล็ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ วีรยุทธ บัวเพชร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตพายัพ ซึ่งเยาวชนกลุ่มนี้จะเป็นตัวแทนร่วมแข่งขันระดับนานาชาติหรือ ‘IDC Robocon 2018’ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ด้าน ปัณฑ์ธร ตรีวัฒนา ตัวแทนทีมชนะเลิศเผยว่า “การแข่งขันครั้งนี้ พวกเราได้เรียนรู้หลายอย่างทั้งการทำงานเป็นทีม การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การไว้ใจกัน และที่สำคัญคือได้ความรู้เรื่องการควบคุมหุ่นยนต์และการสร้างหุ่นยนต์ซึ่งเป็นสิ่งที่ชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก และหลังจากนี้ไปในอนาคตผมก็อยากจะไปทำงานในทางด้านหุ่นยนต์อย่างเดียวเลย ไม่ว่าจะเรื่องการซ่อมแซม การคิดค้นสร้างอะไรใหม่ๆ”
หลังจบการแข่งถึงแม้อีกหลายทีมอาจจะต้องผิดหวังที่ไม่ได้เป็นตัวแทนไปแข่งในระดับนานาชาติ แต่อย่างน้อยจากคำบอกเล่าของหนึ่งในทีมงานผู้จัด ซึ่งกล่าวว่าตนเองก็เป็นคนที่เคยแข่งมาแล้วในปีก่อนๆ และวันนี้จึงได้มาช่วยเป็นพี่เลี้ยงดูแลผลักดันรุ่นน้อง
เป็นการตอกย้ำเรื่องมิตรภาพที่เกิดขึ้นในสนามแข่งขัน ซึ่งแม้การแข่งจะจบ แต่คนเหล่านั้นก็ยังส่งเสริมเกื้อกูลกัน และช่วยผลักดันกันต่อไป เพื่อหวังให้หุ่นยนต์ตัวเล็กๆ ที่ใช้สำหรับแข่งตอนนี้ในอนาคตจะสามารถสร้างคนและเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุค “ไทยแลนด์ 4.0” สอดรับกับแนวคิดการพัฒนาและนำความรู้ด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติให้สามารถใช้งานได้จริงโดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมการผลิต



