กราบ”ทะเลเจดีย์” ราชธานีเก่า..มัณฑะเลย์ พุกาม อังวะ

22.04.16 | 16:02 น.
ทะเลเจดีย์ ยามพระอาทิตย์ตกดิน

3เดือนของการเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียน (AC) มีโอกาสได้บินข้ามฟ้าไปเยือน..มัณฑะเลย์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา แผ่นดินทองของเอเชีย ซึ่งอุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติที่หลายชาติสนใจเข้าไปร่วมลงทุนและรับสัมปทาน ทั้งเหมืองทองคำ เพชร พลอย หยก อัญมณีมีค่า รวมทั้งแร่ธาตุสำคัญ “ไทเทเนี่ยม”

การเดินทางท่องเที่ยวในมัณฑะเลย์มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ คือ มีทั้งขึ้นเครื่องบิน ล่องเรือ นั่งรถม้า รถบัส หรือบินเหนือเมฆไปกับบัลลูน สำหรับครั้งนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ร่วมกับ P.B.Travel Agency (Thailand) รวมทั้ง Best Western Plus Eastern Palace Hotel (Mandalay) พาข้ามฟ้ามุ่งหน้าสู่มัณฑะเลย์

จากสนามบินเดินทางด้วยรถบัสใช้เวลาราว 5 ชั่วโมง ด้วยความเร็ว 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มุ่งหน้าสู่เมืองมรดกโลก..พุกาม ท่ามกลางแสงแดดจ้าไปบนถนนที่รถสวนพอดีคัน ริมถนนมองบ้านเรือนชาวบ้าน ต้นปาล์ม ไร่ข้าวโพด ยาสูบ ทุ่งดอกทานตะวัน แปลงผัก และใบพลู แต่หากเลือกบินกับสายการบินในประเทศจะใช้เวลาเพียง 25 นาทีเท่านั้น

สุรนาถ ทวีทรัพย์, พัศพงศ์ จิรวัฒนาศักดิ์
สุรนาถ ทวีทรัพย์, พัศพงศ์ จิรวัฒนาศักดิ์

พัศพงศ์ จิรวัฒนาศักดิ์ ผู้จัดการส่วนสื่อสารองค์กรระดับภูมิภาคและต่างประเทศ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส บอกว่า เส้นทางบินตรงนี้คือการเดินทางไปสัมผัสอารยธรรมอันเก่าแก่ และประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองมัณฑะเลย์ สหภาพเมียนมา ซึ่งปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากแล้วสำหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ เพราะสายการบินบางกอกแอร์เวย์สเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างเชียงใหม่-มัณฑะเลย์ 4 เที่ยวบิน/สัปดาห์ตั้งแต่ปี 2557

“ในฐานะที่เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงในด้านการท่องเที่ยว เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของภาคเหนือ เป็นประตูสู่ประเทศในภูมิภาคอินโดจีน บางกอกแอร์เวย์สจึงมีสายการบินเชียงใหม่-ย่างกุ้ง 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางการบิน หรือ Hub ที่สำคัญ เเละในช่วงนี้มีการจัดโปรโมชั่นบัตรโดยสารไป-กลับเส้นทางเชียงใหม่ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายนด้วย” พัศพงศ์อธิบายระหว่างการเดินทาง

Advertisement

สิ่งดีงามของการเดินทางในมัณฑะเลย์ คือ ห้องน้ำตามปั๊มน้ำมันสะอาดเอี่ยม ไม่ต้องจ่ายตังค์ และยังมี “ไม้ทานาคา” วางเตรียมไว้ให้ที่หน้ากระจก ทั้งชายและหญิงหยิบมาฝนกับหิน แล้วผสมน้ำนิดหน่อย ก็ทาหน้าป้องกันฝ้าแดดได้ฟรี ซึ่งไม้ทานาคา มีมากในแถบพุกาม-มัณฑะเลย์เท่านั้น เปลือกมีกลิ่นหอม เป็นสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ ทั้งมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ต้านความเสื่อมของเซลล์ ป้องกันการเกิดสิว ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดผดผื่นคัน ลดการเกิดจุดด่างดำ และป้องกันรังสียูวี

 เจดีย์ชเวซานดอว์ พุกาม
เจดีย์ชเวซานดอว์ พุกาม

พุกาม ดินแดนอารยธรรม งามสมคำเล่าลือ ด้วยภาพหมู่เจดีย์มากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่เบื้องหน้า บางองค์มีสีทองอร่ามส่องประกายระยิบระยับยามต้องเปลวแดด บางองค์มีสีอิฐน้ำตาลแดงสวย

เมื่อมาเยือนศาสนสถานสำคัญของโลก นักท่องเที่ยวต่างพากันสวมโสร่งพม่า และยอมเดินเปลือยเท้าเมื่อย่างเข้าเขตพัทธสีมา วัดอนันทพิหาร (Ananda Phaya) หรือ วัดอนันดา เจดีย์องค์ใหญ่ศิลปะแบบมอญที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในพุกาม มีพระประธานใหญ่ 4 องค์ ปางประทับยืนอยู่ 4 ทิศ พระพักตร์อิ่มสุข แย้มโอษฐ์ยิ้มเย็น อยู่ในวิหารหินทราย งามหมดจดยิ่งนัก

วัดอนันทพิหาร (Ananda Phaya) หรือวัดอนันดา
วัดอนันทพิหาร (Ananda Phaya) หรือวัดอนันดา

ส่วน เจดีย์ชเวสิกอง (Shwezigon Pagoda) 1 ใน 5 มหาเจดีย์สถานของเมียนมา โดดเด่นท่ามกลางพระอาทิตย์ดวงกลมโตที่ทอแสงสีส้มสดอยู่เบื้องหลัง เป็นองค์เจดีย์สีทองทรงระฆังคว่ำ สถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระเขี้ยวแก้ว เก๋..ตรงมีหลุมเล็กๆ ให้ไปยืนส่องดูเงาองค์เจดีย์กลับหัว..สวยแปลกตา

สุรนาถ ทวีทรัพย์ ผู้บริหาร P.B.Travel Agency (Thailand) เล่าว่า ทุกประเทศทั่วโลกหลั่งไหลมาเที่ยวเมียนมา นักท่องเที่ยวไทยถือเป็นอันดับหนึ่งในการเข้ามา โดยมีเป้าหมายที่ย่างกุ้ง หงสาวดี เพื่อกราบพระธาตุอินทร์แขวนและเจดีย์ชเวดากอง ในขณะที่นักท่องเที่ยวทั้งโลกอยากมานมัสการศาสนสถานสำคัญของชาวพุทธ จึงเป็นโอกาสที่ดีมากของการเปิดเส้นทางบินตรงเชียงใหม่-มัณฑะเลย์ ไม่ต้องเสียเวลาเข้ากรุงเทพฯ เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับชาวภาคเหนือ ได้มาสักการะ 2 ใน 5 ของมหาบูชาสถานชาวพุทธ คือ เจดีย์ชเวสิกอง พุกาม และพระมหามัยมุนี มัณฑะเลย์

“เส้นทางนี้สามารถไปต่อทะเลสาบอินเลย์ ตองยี รัฐฉาน สีป้อ แสนหวี ราเชล และพูตาโอ เป็นเมืองที่มีหิมะ ซึ่งคนไทยสนใจมาก ทางการเมียนมากำลังพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพราะถือเป็นเมืองที่มีหิมะใกล้ที่สุดในเอเชีย แต่ปัจจุบันต้องเดินเข้าไปในป่าลึกใช้เวลา 3-4 วัน มีความสวยงามมาก อนาคตคงมีการท่องเที่ยวเติบโตขึ้น”

แต่สิ่งที่ไม่ควรพลาดครั้งนี้ คือ การนั่งรถม้า ลัดเลาะชมหมู่เจดีย์น้อย-ใหญ่ บ่งบอกถึงศรัทธาของผู้คนเมื่อครั้งอดีต แม้จะต้องฝ่าฝุ่นแดงแต่การมุ่งหน้าไปยัง เจดีย์ชเวซานดอว์ (Shwesandaw Pagoda) ก็คุ้มค่า ทุกคนต่างมุ่งมั่นปีนป่ายขึ้นไปเบื้องสูงเพื่อจับจองที่นั่งรอชมแสงสุดท้ายของวันอย่างเงียบๆ ภาพสวยสุดพรรณนาแบบพาโนรามา 360 องศา พร้อมแสงตะวันสาดสีทองทาบทาลงต้อง..ทะเลเจดีย์ 3,200 องค์ ที่รายล้อมอยู่เบื้องหน้า เป็น..เสน่ห์ของแผ่นดินพุกาม ที่ชาวพุทธใฝ่ฝันอยากมาชมให้ได้สักครั้งในชีวิต

และในบริเวณเดียวกัน นักท่องเที่ยวชาวยุโรปยังนิยมมารอชมพระอาทิตย์ขึ้น ในขณะที่อีกส่วนเลือกที่จะขึ้นบัลลูน เพื่อบันทึกความงามเมืองพุกามในมุมสูง หรือเดินออกไปนั่งชมชาวบ้านผลิตเครื่องเขิน และซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝาก หรือจะกลับไปซื้อผ้าทอ ลุนตยา สินค้าขึ้นชื่อในหมู่สาวๆ ที่กว่าจะเสร็จแต่ละผืนใช้เวลานานกว่า 2 เดือนจากฝีมือ 2 สาวชาวอมรปุระ

แผ่นดินเมียนมา มีจุดขายในเรื่องเมืองแห่งพุทธศาสนา วัดแต่ละแห่งจะมีพระเณรบวชเรียนจำนวนมาก ที่วัดมหากันดายง เมืองอมรปุระ จึงมีมหกรรมตักบาตรพร้อมกันทีเดียว 1,000 รูป มองดูคึกคักแต่เรียบง่าย

ใกล้ๆ กันมีทะเลสาบตองตะมานกว้างใหญ่ จึงมีสะพานอูเบ็ง ความยาวกว่า 2 กิโลเมตร สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลกจากไม้สัก 1,280 ต้น ที่รื้อมาจากพระราชวังเก่าของกรุงอังวะทอดยาวข้ามไปมาหาสู่ระหว่างชาวบ้าน ริมทางเดินมีร้านค้าขายภาพวาดสีสด เสื้อผ้าราคาถูก ปูและกุ้งสีส้มตัวโตชุบแป้งทอดวางไว้ในถาดให้เลือกซื้อไปชิม แตงโมถูกผ่าเห็นเนื้อในสีแดงฉ่ำ

ทัชมาฮาล แห่งลุ่มน้ำอิระวดี
ทัชมาฮาล แห่งลุ่มน้ำอิระวดี

ไฮไลต์ยามบ่าย คือ การล่องเรือทวนแม่น้ำอิรวดี ไปเที่ยวเมืองมิงกุน เดินเท้าเข้าชมเจดีย์พญาเธียนดาน องค์ใหญ่สีขาว รูปทรงคล้ายทัชมาฮาล อนุสรณ์แห่งความรักของลุ่มแม่น้ำอิรวดี ระหว่างกษัตริย์หนุ่ม “บากะยีดอว์” ที่มีต่อ “ชินพิวเม” มเหสีอันเป็นที่รัก

สกายน์ฮิลล์ ภูเขาสูงที่มองลงมาเห็นเมืองด้านล่างและองค์เจดีย์สีขาวทองที่ตั้งลดหลั่นลงมาตามไหล่เขา นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปสักการะองค์เจดีย์อูมินทงแส่ (Umin Thonse Pagoda) สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 45 องค์ เรียงกันเป็นครึ่งวงกลม มีช่องเปิดรับลมผ่านเข้ามาเย็นชื่นใจ และเจดีย์กวงมูดอร์ หรือวัดเจดีย์นมนาง ทรงแบบลังกา บรรจุพระเขี้ยวแก้ว

ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมาย เช่น วัดกุโสดอ (Kuthodaw Pagoda) มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ ได้รับการจดบันทึกว่าเป็นหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในมีต้นพิกุลอายุกว่า 200 ปี

 วัดกุสินารา พระพุทธรูปปางปรินิพพาน
วัดกุสินารา พระพุทธรูปปางปรินิพพาน

วิหารชเวนันดอว์สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง เล่าว่า เป็นสถานที่ประทับทำสมาธิของพระเจ้ามินดง พระราชบิดาของพระเจ้าสีป้อ กษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่าในอดีต แต่ที่เย็นกายและใจ คือ วัดกุสินารา ภายในมีลักษณะคล้ายถ้ำคลุมครอบพระพุทธรูปปางปรินิพพานองค์ใหญ่

ผนังประดับดอกสาละดอกเล็กๆ สวยงามถือเป็นบุญยิ่งนักที่ยอมตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเมื่อเวลาตี 3 ครึ่ง เดินทางไปร่วมพิธีล้างพระพักตร์ “พระมหามัยมุนี” พระพุทธรูปทองคำทรงเครื่องกษัตริย์ที่สวยงามมากที่สุดองค์หนึ่ง ทุกวันในเวลาตี 4 ครึ่ง

พระมหามัยมุนี พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม ในพิธีศักดิ์สิทธิ์ "ล้างพระพักตร์"
พระมหามัยมุนี พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม ในพิธีศักดิ์สิทธิ์ “ล้างพระพักตร์”

เจ้าอาวาสจะทำหน้าที่ประพรมเครื่องหอมทานาคาสีนวล เพื่อล้างหน้าและแปรงฟัน ก่อนใช้ผ้าขนหนูเช็ดให้ทั่วอย่างประณีตบรรจง หลังจากนั้นจึงอนุญาตให้บุรุษขึ้นปิดทององค์พระ ซึ่งสตรีสามารถฝากดอกไม้ ข้าวปลาอาหาร และมอบแผ่นทองคำเปลวขึ้นไปได้..

วัดเมนุออกจอง
วัดเมนุออกจอง

วันสุดท้ายนั่งเรือข้ามฟาก แล้วขึ้นรถม้าลัดเลาะเข้าไปท่องเที่ยวเมืองหลวงโบราณ อังวะ (Innwa) วันนี้หลงเหลือร่องรอยคูเมืองและกำแพงเมืองให้เห็น ขณะที่ไฮไลต์ต้องไปชมให้ได้คือ วัดเมนุออกจอง (Mae Nu Oat Kyaung) ที่ยิ่งใหญ่อลังการ ในเขตเมืองอังวะนี้ยังมีลักษณะคล้ายชนบทบางแห่งของไทย สตรีและเด็กตัวเล็กวิ่งวุ่นตื๊อขายของและรับรองผู้มาเยือน ส่วนบุรุษเป็นแรงงานกล้ามใหญ่ ปากเคี้ยวหมากฟันดำ ทั้งหมดสนทนากับนักท่องเที่ยวไทยและยุโรปด้วยสำเนียงอังกฤษชัดเจน…แบบไม่เคอะเขิน

พระราชวังมัณฑะเลย์
พระราชวังมัณฑะเลย์

คณะเดินทางสั่งลาแผ่นดินทอง ด้วยการเข้าชมพระราชวังมัณฑะเลย์ องค์จำลองจากของจริงเมื่อครั้งอดีต เรื่องราวและร่องรอยที่หลงเหลือ บอกได้ถึงความยิ่งใหญ่ของชนชาติเอเชีย งามเพียบพร้อมด้วยศิลป วัฒนธรรม และทรัพยากรอันล้ำค่า มิอาจต้านทานกระสุนปืนใหญ่จากเหล่ามหาอำนาจ ความสูญเสียครั้งนั้นทำให้เมียนมาปิดประเทศยาวนานกว่าหลายร้อยปี

แต่ ณ เวลานี้..มัณฑะเลย์ เปิดประตูกว้าง อ้าแขนต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก พร้อมพัฒนาก้าวไกลแบบ…มิตร อีกครั้ง