ป่าเต็งรังเป็นป่าโปร่งที่มีชนิดนกจำเพาะ ประกอบด้วยนกหัวขวาน นกไต่ไม้ นกขมิ้น นกเฉี่ยวบุ้ง นกกลุ่มนี้กินหนอนหรือแมลงเป็นอาหารหลัก
การรวมตัวกันเป็นฝูงหย่อมๆ ในรูปแบบ mixed species flock หรือที่นักดูนกเรียกว่า bird wave ช่วยเพิ่มโอกาสจับเหยื่อ และระแวดระวังภัยจากนักล่าในป่าเต็งรัง เช่น เหยี่ยวรุ้ง เหยี่ยวต่างสีเหยี่ยวนกเขาชิครา หรือ เหยี่ยวนกเขาหงอนได้ ฝูงนกหลากชนิดในป่าเช่นนี้มักจะมีนกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ หรือนกแซงแซวสีเทา เป็นยามเฝ้าระวัง เมื่อพบเห็นเหยี่ยวร่อนหรือบินเข้าใกล้ฝูง รปภ.ปากเปราะจะส่งเสียงร้องเตือน สมาชิกในฝูงก็จะบินแยกย้ายกันหนีไปคนละทิศละทาง ทำให้นักล่าเลือกไม่ถูกว่าจะไล่ตามนกตัวใด
อย่างไรก็ตาม ยังมีนกนักล่าขนาดจิ๋ว อีก 2 ชนิดที่บางครั้งจะล่านกด้วยกันเอง ถ้าสบช่องสบโอกาส คือ เหยี่ยวเล็กตะโพกขาว และ เหยี่ยวแมลงปอขาแดง แต่เมื่อตัวเล็ก การจับแมลงปอ ผีเสื้อ ตั๊กแตน หรือสัตว์อื่นๆ ที่ไม่ว่องไวเท่านก ดูจะเป็นตัวเลือกที่ง่ายต่อการล่ามากกว่า
ดังนั้น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างฝูงเบิร์ดเวฟของนกกินหนอนและแมลง และเหยี่ยวเล็กตะโพกขาวจึงเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่ผู้ล่าและเหยื่อ เหมือนเหยี่ยวขนาดใหญ่อื่นๆ
เมื่อจะล่าเหยื่อ “เหยี่ยวเล็กตะโพกขาว” จะเกาะนิ่ง บนกิ่งไม้โล่งๆ เป็นเวลานานหลายนาที มองหาเหยื่อบนพื้นดิน เช่น กิ้งก่า จิ้งเหลน งู เมื่อพบเห็นเหยื่อก็จะบินลงไปบนพื้นดิน ใช้กรงเล็บจับเหยื่อขึ้นมาฉีกกินบนกิ่งไม้สูง ลางครั้งอาจจะบินไปจับตั๊กแตน บนกิ่งไม้ หรือกิ้งก่าบินบนเปลือกไม้ก็ได้ จะเห็นว่าเหยี่ยวใช้สายตาสังเกตความเคลื่อนไหวของเหยื่อ ซึ่งจะพบได้ง่ายๆ ถ้ามีฝูงนกกินหนอนแมลง ดังนั้น จะพบเหยี่ยวเล็กตะโพกขาว บินในระยะสั้น 40-50 เมตร ติดตามด้วยการรักษาระยะจากฝูงนก
ยิ่งในเดือนกันยายนที่เป็นฤดูกาลอพยพต้นหนาว ป่าเต็งรังก็จะมีสมาชิกมีปีกเพิ่มขึ้นอีกหลายชนิด เป็นนกอพยพผ่านที่แวะผ่านพักหาอาหารในป่าโปร่ง ก่อนจะเดินทางต่อไปทางใต้ จึงพบว่าเหยี่ยวเล็กตะโพกขาวบินไล่ตาม นกแซงแซวปากกา ไปเรื่อยๆ นกตัวใดเห็นสัตว์เหยื่อก่อนก็ได้รางวัลไป แต่ถ้าเป็นกิ้งก่า หรือเหยื่อมีกระดูกสันหลัง ที่ไม่ใช่แมลง ฝูงนกขนาดเล็ก ยากจะจับกินได้ ก็จะเป็นตัวเลือกที่ไม่ต้องถูกแก่งแย่งของเหยี่ยวเล็กตะโพกขาว เพราะ เมื่อฝูงนกเคลื่อนตัวไป ย่อมสร้างความตื่นตกใจให้สัตว์เหยื่อต่างๆ ที่หลบซ่อนใต้ใบไม้ บนเปลือกไม้ หรือในซอกหลืบของรอยแตกบนผิวไม้ ง่ายต่อการพบเห็นของนกและเหยี่ยว
ปฏิสัมพันธ์อย่างหลวมๆ นี้อาจจะเกิดขึ้น ไม่แน่นอนทุกๆ วัน และเท่าที่สังเกต เป็นฤดูฝนที่ป่าเต็งรังเขียวชอุ่มด้วยใบไม้สีเขียว ย่อมมีแมลง และสัตว์อื่นจำนวนมาก ที่เป็นเหยื่อให้นกและเหยี่ยวจับกิน โดยไม่ต้องแก่งแย่งกันมากเท่าในฤดูแล้งที่ปริมาณของสัตว์นานาพรรณน่าจะมีน้อยกว่าในฤดูฝน ประชากรของนกนานาชนิด จึงกระจายตัวออกหากินในพื้นที่กว้างออกไป ยากจะพบเห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ล่าและผู้ถูกล่าในเสมือนว่าเอื้ออาทรต่อกันเช่นนี้

