ส่อง 3 น.ศ.แลกเปลี่ยนไต้หวัน หลงเสน่ห์อาหารไทย ลัดฟ้าบุกครัว RICE

25.09.18 | 17:28 น.
(จากซ้าย) อ.มังกร โซเฟีย และเป๊กกี้

“อาหารไทย” เป็นอีกหมัดเด็ดสำคัญที่ไม่เพียงดึงดูดนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวเมืองไทย มาชมมาชิมมาช้อป แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีนักท่องเที่ยวไม่น้อยที่หลงเสน่ห์อาหาร เลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทาง เข้ามาเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านการทำอาหาร

วิทยาลัยผู้ประกอบการสร้างสรรค์นานาชาติรัตนโกสินทร์ (RICE) โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตศาลายา คืออีกแห่งที่ได้ต้อนรับคณะนักศึกษาแลกเปลี่ยน จากสาขาวิชาผู้ประกอบการสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซิ่วผิง แห่งเมืองไถจง สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ในโครงการศึกษาภาษาและวัฒนธรรมไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติได้มาเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการแบรนด์ในตลาดไทย รวมทั้งได้ศึกษาวัฒนธรรมไทยในด้านต่างๆ อาทิ การละเล่นพื้นบ้าน การร้องเพลง รวมทั้งการทำอาหารไทย ซึ่งมีอาจารย์มังกร-ภูริ ชุณห์ขจร หัวหน้าสาขาวิชานวัตกรรมการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจการประกอบอาหาร (หลักสูตรนานาชาติ) Master Chef จาก World Master Chefs Society, London ลงครัวฝึกสอนให้น้องๆ นักศึกษาจากไต้หวัน ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจถึงกรรมวิธีในการปรุงอาหารไทยอย่างถูกต้องทั้งเมนูคาวหวาน รวมถึงได้ชิมฝีมือการทำอาหารไทยของตนร่วมกันเป็นครั้งแรก

หยู เพ่ยฉี หรือ “เป๊กกี้” อายุ 20 ปี ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซิ่วผิง บอกว่า ตื่นเต้นมากเพราะเป็นครั้งแรกที่มาประเทศไทย ซึ่งที่ตัดสินในเลือกมาเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศไทยในครั้งนี้ส่วนตัวเพราะชื่นชอบการทำอาหารอยู่แล้ว จึงไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้มาร่วมเรียนรู้วิธีการปรุงอาหารไทย ที่เจ้าตัวแอบเล่าให้ฟังว่ายากกว่าที่คิดไว้เลยทีเดียว

“เข้าครัวประจำค่ะ เมนูที่ทำบ่อยๆ จะเป็นพวกซาลาเปา ขนมเค้ก และพวกขนมปังต่างๆ วันนี้อาจารย์มังกรสอนทำเมนูปอเปี๊ยะ บัวลอยไข่หวาน ไก่ผัดเม็ดมะม่วง และแกงจืดสาหร่าย ยากกว่าที่คิดไว้ค่ะ เพราะมีการเตรียมวัตถุดิบ การหั่น การปรุง รวมทั้งรสชาติที่แตกต่างไปจากที่บ้าน แต่ก็ทำให้อาหารไทยน่าสนใจมากๆ เลยค่ะ” เป็กกี้เล่าด้วยรอยยิ้ม


ทางด้านหนุ่มน้อย จาง เหวินเยี่ยน หรือ “เควิน” อายุ 20 ปี จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน เล่าด้วยความตื่นเต้นว่า เป็นครั้งแรกที่ได้เรียนรู้ทำอาหารไทย

Advertisement

“ปกติเวลาอยู่ที่บ้านผมก็ช่วยพ่อแม่ทำกับข้าวบ้างเป็นบางครั้ง อย่างพวกข้าวผัด หรือผัดผักง่ายๆ แต่ยังไม่เคยลองทำอาหารไทยเลย เท่าที่ได้ลองทำในวันนี้พวกวัตถุดิบและเครื่องปรุงต่างๆ ไม่ค่อยแตกต่างกันนัก แต่วิธีในการปรุงแตกต่างพอสมควร ส่วนรสชาติ ผมว่าอาหารไทยรสจัดกว่าบ้านผม โดยเฉพาะรสเผ็ดและรสเปรี้ยว อาหารบ้านผมจะเน้นรสชาติเค็มและรสชาติที่อ่อนกว่าครับ ซึ่งอาหารที่เราได้ลองทำวันนี้ ผมชอบปอเปี๊ยะมากที่สุด เพราะรสชาติออกไปทางเค็มและใกล้เคียงกับอาหารบ้านผม แต่รสชาติปอเปี๊ยะของไทยจะเข้มข้นกว่าและอร่อยมากๆ ครับ” เควินเล่า

ปิดท้ายกับเพื่อร่วมมหาวิทยาลัยอีกคน สาวน้อยคนนี้ หลิน หยุนถิง หรือ “โซเฟีย” อายุ 20 ปี เล่าว่า สาเหตุที่ตัดสินใจมาเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศไทย เพราะอยากทำความรู้จักกับประเทศไทย และอยากเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารที่เจ้าตัวตั้งใจว่าจะต้องมาชิมให้ได้เลยทีเดียว

“สนุกและได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เยอะมากเลยค่ะ ทั้งภาษา การละเล่นพื้นบ้านน่ารักๆ ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน โดยเฉพาะอาหารไทยที่ได้ลองลงมือทำเป็นครั้งแรก ประทับใจค่ะ แม้ว่าวัตถุดิบอย่างพวกผักหรือเนื้อสัตว์ต่างๆ อาจจะมีไม่ต่างกันมาก แต่วิธีการปรุงและการใช้เครื่องปรุงแตกต่างกันพอสมควร ทำให้เห็นว่าเวลาทำอาหารไทยจะต้องใจเย็นมาก (หัวเราะ) อย่างขนมบัวลอย มีวิธีการทำที่ละเอียดมากๆ รวมถึงรสชาติก็จัดจ้าน ทั้งเปรี้ยว เผ็ด หวาน เค็ม ครบทุกรส ต่างจากอาหารที่บ้านมากที่จะมีรสอ่อนๆ เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดี กลับไปจะลองทำให้ที่บ้านทานกันดูค่ะ” โซเฟียกล่าวทิ้งท้าย

เป็น 3 เสียงเล็กๆ ที่ร่วมการันตีกระแสความนิยมอาหารไทยที่ทั้งถูกปากและได้รับการยอมรับจากชาวต่างชาติมานับไม่ถ้วน ไม่เพียงแค่ความอร่อย แต่เห็นถึงความประณีตและความพิถีพิถันแต่ละเมนูออกมา เป็นเสน่ห์และความเป็นเอกลักษณ์ยากที่ใครจะลืมเลือน