ซีรีส์ตอน 2 แอบส่องอสังหาริมทรัพย์จีนแผ่นดินใหญ่
ก่อนอื่น ขอแวะเก็บดอกไม้ริมทางแวบนึง หมายถึงขอนอกเรื่องแวบนึงอ่ะค่ะ
ตอนกลางเดือนกันยายนไปทำเรื่องไถ่ถอนโฉนด หลังจากปิดบัญชีเงินกู้ห้องชุดวิมานรูหนูจนหมดเกลี้ยง ประเด็นคือ เราปิดบัญชีเดือนเมษายน แต่ยุ่งจนไม่ประสีประสา เพิ่งมีเวลาไปทำเรื่องไถ่โฉนดเอาเมื่อเดือนกันยายน ห่างกัน 5 เดือน
ปรากฏว่าแบงก์แอบไปเขียนสัญญาไว้ข้อไหนก็ไม่รู้ (เพราะผู้บริโภคไม่เคยอ่านครบทุกข้ออยู่แล้ว ฮา ฮา) บอกว่าถ้าปิดบัญชีแล้วไม่มาไถ่ถอนโฉนดภายใน 3 เดือน ปรับ 1,000 บาท โห๋ย เปิดเป๋าตังค์ที่แฟบ แฟบของเรากรีดน้ำตาหยิบธนบัตรใบละพันจ่ายค่าโง่ไปแล้วเรียบโร้ย
เรื่องนี้เขียนประจานตัวเองเพราะอยากเตือนแต่เนิ่นๆ ใครที่แอบปิดบัญชีให้ใคร แล้วกะให้เจ้าของเงินกู้เซอร์ไพรส์ อาทิ พ่อแม่แอบปิดบัญชีให้ลูก สามีใจกว้างแอบปิดบัญชีให้กิ๊ก หญิงสาวผู้ตกหลุมรักผู้ชายของชาวบ้านข้างเดียวแอบปิดบัญชีให้เขา ระวังจะโดนเหมือนกันค่ะ (ฮา)
เข้าเรื่องกันดีกว่า ประเทศจีนได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย “ไกด์น้องฟ้า” วัย 33 ปี (ย้ำอายุนางเพราะหน้านางอ่อนม้าก มาก อิจฉา) บอกว่าลักษณะการสร้างบ้านของคนจีน สร้างบนความเชื่อต้องมีลักษณะสี่เหลี่ยม เพราะชาวจีนเชื่อว่าโลกมีสัณฐานเป็นสี่เหลี่ยม
สะท้อนออกมาจากพระราชวังต้องห้าม ซึ่งในอดีตมีกฎเหล็กห้ามผู้ชายแท้เข้าไปเด็ดขาด ยกเว้นแต่ตัดเครื่องเพศเป็นขันทีเท่านั้น อาจเป็นเพราะในวังต้องห้ามมีนางสนมเยอะ เกร็ดประวัติศาสตร์ยังบอกด้วยว่าสมัยพระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้มีนางสนมปาเข้าไป 3,000 กว่าคน
อย่างไรก็ตาม กาลเวลาเปลี่ยนไป ยุคปัจจุบันผู้ชายทุกคนไม่ต้องลงทุนแปลงตัวเป็นขันที แค่มีเงิน 60 หยวน ซื้อบัตรผ่านประตูก็สามารถเดินเข้าทุกซอกทุกมุมของวังต้องห้ามได้เลย
ทุกวันนี้ พระราชวังต้องห้ามเป็นมรดกตกทอดของชาติในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่คนจีนและนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องแวะมาเช็กอิน โดยจีนมี 26 ราชวงศ์ ประวัติก่อสร้างคาบเกี่ยว 2 ราชวงศ์ คือราชวงศ์หมิง กับราชวงศ์ชิงเมื่อ 600 กว่าปี (โบราณกว่านั้นต้องไปเมืองซีอาน 3,000 กว่าปี)
จะเห็นว่าจัตุรัสเทียนอันเหมินก็ดี พระราชวังต้องห้ามก็ดี ขนาดใหญ่โต 4 แสน-7 แสนตารางเมตร ก็สร้างด้วยโมเดลรูปทรงสี่เหลี่ยม หากสร้างเมืองถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยก็เชื่อว่าทำให้ประเทศจีนอยู่เย็นเป็นสุข
ความเชื่อฮวงจุ้ย หลักการบอกว่าคนจีนที่ตายแล้วดวงวิญญาณออกจากร่างชั่วคราวและจะกลับมาหาร่างเดิม สถานที่ฝังศพหรือฮวงซุ้ยจำเป็นต้องมีภูเขามีแม่น้ำเพราะคนจีนเชื่อว่านำความอุดมสมบูรณ์ ด้านหลังมีภูเขาด้านหน้ามีแม่น้ำไหลผ่านเรียกว่า “ลายมังกร-ม่าย” การเดินดูพระราชวังต้องห้ามจึงเท่ากับเดินดูลายมังกร หยิบความโชคดีกลับบ้านนั่นเอง
ส่วนคอนโดมิเนียมในปักกิ่ง พื้นที่เริ่มต้น 30 ตารางเมตร ตกตารางเมตรละ 70,000-80,000 หยวน จนถึงตารางเมตรละแสนหยวน แต่อสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยที่แพงที่สุดในปักกิ่งไม่ใช่คอนโดฯ แต่เป็น “บ้านโบราณ”
ฟังมาถึงตรงนี้สะดุดหูคำว่าบ้านโบราณ ทำให้นึกไปถึงดีลการซื้อที่ดินย่านหัวมุมถนนวิทยุตัดกับเพลินจิต เจ้าของเดิมคือสถานทูตอังกฤษ ตัวแปลงที่ดินมีบ้านโบราณติดมาด้วย ทราบมาว่าเนื่องจากเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐบาลอังกฤษทางกรมศิลปากรทำอะไรไม่ได้ แต่จ้องจะขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
เจ้าของใหม่ก็เลยมีข้อตกลงว่า วันพรุ่งนี้จะทำสัญญาซื้อขายและโอนเงิน แต่วันนี้ให้เจ้าของเดิมทำการทุบบ้านเก่าทิ้งก่อน (จะได้สร้างตึกสูงได้) เห็นมะว่าเป็นบ้านโบราณเหมือนกัน แต่พออยู่คนละประเทศการตีความคุณค่าของบ้านก็เลยแตกต่างกันลิบลับ
วกกลับมาที่ปักกิ่ง คำว่าบ้านโบราณก็คือบ้านโบราณ เป็นบ้านที่สร้างตั้งแต่ยุคอดีต บนที่ดินเยอะตัวบ้านขนาดไม่ใหญ่ มีซุ้มประตูแต่ไม่ได้แปะชื่อเจ้าของบ้าน ตัวหนังสือบนซุ้มเขียนบอกทำเลที่ตั้ง ถือเป็นนิชมาร์เก็ตก็ได้เพราะมีจำนวนจำกัดแล้ว ราคาอาจจะหลังละ 400-500 ล้านหยวน
ทั้งนี้ทั้งนั้น ค่าตัวบ้านโบราณจะอัพเกรดขึ้นทันทีถ้าบ้านหลังไหนได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก กลายเป็นหลังละ 1,000-2,000 ล้านหยวน
แพงขนาดนี้ คนจีนบอกอย่างภูมิใจว่ามีเงินก็หาซื้อไม่ได้

