ศึกเลือกตั้งขั้นไพรมารี ของตัวแทนพรรครีพับลิกัน กับ เดโมแครต เพื่อชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ยังขับเคี่ยวกันเมามันส์ แม้ตัวเลขการการนับคะแนนหยั่งเสียงเลือกตัวแทนพรรคจะทำให้เห็นเค้าลาง “ตัวแทน” ของทั้งสองพรรคที่จะไปห้ำหั่นหาเสียงเรียกคะแนนนิยมกันในอนาคตแล้ว
ในฟากของรีพับลิกัน “โดนัลด์ ทรัมป์” ทิ้งห่างคู่แข่งในพรรคเดียวกันอีก 2 คน ขณะที่เดโมแครต แม้ขณะนี้ “ฮิลลารี คลินตัน” จะมีคะแนนนำ “เบอร์นี แซนเดอร์ส” คู่แข่งที่เริ่มจากความนิ่ง ค่อยๆ สะสมกระแสจนดีวันดีคืน และถูกพูดถึงจากกลุ่มอเมริกันชนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกระแสที่ดังมาจากโลกโซเชียลมีเดีย ที่ส่งให้เขาถูกโฟกัสมากขึ้นเรื่อยๆ
แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกจากรัฐเวอร์มอนต์ ถูกนิยามให้เป็นนักการเมืองแนว “เสรีนิยมหัวก้าวหน้า” มีข้อเสนอหลายอย่างเชิงอุดมคติ แต่ไปจุดกระแสได้ในโลกออนไลน์ กระทั่งมีกระแสถึงโลกออฟไลน์ที่สร้างแฟนคลับได้ก้อนใหญ่คอยไปตามฟังปราศรัย
กลายเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจด้วยนักการเมืองวัย 75 ปี แต้มต่อน้อย แต่เป็นขวัญใจคนหนุ่มสาวอเมริกัน
หนึ่งแนวคิดที่ถูกใจคนรุ่นใหม่คือ เขาประกาศแนวคิดปฏิวัติอำนาจการเมืองครั้งใหญ่ในอเมริกา อาทิ นโยบายแนวประยุกต์สังคมนิยมลดความเหลื่อมล้ำ นโยบายประกันสุขภาพ นโยบายแรงงานที่เอื้อประโยชน์ชนชั้นล่าง-กลาง ไปจนถึงการประกาศอยู่ตรงข้ามทุนนิยมสุดโต่ง ซึ่งเขาเสนอให้มีการปฏิรูปอุตสาหกรรมการเงิน และแน่นอนว่าส่งผลต่อการลดอิทธิพลของกลุ่มทุนใหญ่ในวอลสตรีท
เมื่อการโหวตขั้นต้นจากรัฐต่างๆ เวียนมาถึงรัฐนิวยอร์ก กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้สื่อหลายสำนักจับตาว่า พื้นที่สำคัญทางการเงินของโลก “วอลสตรีท” ในนิวยอร์กซิตี้จะแสดง “ความชัดเจน” ต่อเบอร์นี่ แซนเดอร์สขนาดไหน
บรรดานักการเงิน นายธนาคาร นักลงทุนชาววอลสตรีท ที่นิยมชมชอบแซนเดอร์ส ถูกประเมินไว้ที่ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
หนึ่งเปอร์เซ็นต์นี้มีแคมเปญหนุนเบอร์นี่ในชื่อกลุ่ม Banker for Bernie
กลุ่มดังกล่าวมีมาตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว แต่เงียบหายไป กระทั่งกลับมาอยู่ในวงความสนใจอีกครั้งจากการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐนิวยอร์ก ในฐานะมีโซนทุน-การเงินของโลกอยู่ที่นี่
แต้มต่อฮิลลารีเคยเป็นวุฒิสมาชิกรัฐนิวยอร์ก ขณะที่ทรัมป์ เป็นสายทุนแท้ มหาเศรษฐีนักธุรกิจ ส่วน เบอร์นี่ ดูจะวงนอกกว่า
ไม่เกินความคาดหมาย ฮิลลารี ได้ชัยชนะเหนือเบอร์นี่ โดยเฉพาะในเขต “นิวยอร์กซิตี้” กวาดทุกเขต ขณะที่ เบอร์นี่ได้คะแนนชนบทพื้นที่รอบนอก ด้านตัวแทนจากรีพับลิกัน โดนัลด์ ทรัมป์ นำโด่งคู่แข่งจากพรรคตัวเอง
บริบทเลือกตั้งสหรัฐมีนักการเมืองหลายแบบให้เลือกให้วิจารณ์ บางประเทศอาจก่นด่าการเมืองสหรัฐในด้านลบ แต่หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงจะได้คนยี้ คนชอบ ก็ได้เลือกเองแล้ว รับผลของการตัดสินใจ และเคารพเสียงส่วนใหญ่
หากมีปัญหาตามมาเขาถือว่าได้รับบทเรียนจากประชาธิปไตย พลาดบ้าง ดีบ้าง
…ไม่ได้คิดเอาเองว่าต้อง “สำเร็จรูป”

