“เทศกาลกินเจ” ประเพณีถือศีลกินผักที่สืบทอดกันมาช้านาน ซึ่งตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี
สำหรับในปีนี้ตรงกับวันที่ 8-17 ตุลาคม 2561 นับเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่ทุกคนจะมีโอกาสได้ทำบุญ ถือศีลบำเพ็ญธรรม ไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิต เรียกว่าได้ทั้งความสุขกาย สุขใจและมีสุขภาพดีไปพร้อมกัน โดยปัจจุบันคนรุ่นใหม่และวัยทำงานนิยมกินเจเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นเพราะความเชื่อทางศาสนา หรือจากกระแสรักสุขภาพทั่วโลกที่พบว่าอาหารมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพและแนะนำให้เลือกกินอาหารให้สมดุล โดยเน้นผักผลไม้และธัญพืช
ทุกปีในเทศกาลถือศีลกินเจบรรดาโรงเจจะเปิดโรงทานให้ผู้ที่เข้ามาทำบุญได้รับประทานอาหารร่วมกัน เช่นที่ วัดโลกานุเคราะห์ หรือ “วัดญวน” วัดในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่สร้างขึ้นในช่วงปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพ่อค้าชาวจีนและชาวญวนร่วมกันสร้างเป็นสำนักสงฆ์ เพื่อใช้เป็นศาสนสถานประกอบศาสนกิจตามลัทธิพิธีทางฝ่ายพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน

ที่นี่เป็นศูนย์รวมจิตใจของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสำเพ็ง-เยาวราช และเนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางชุมชนหนาแน่น ช่วงเทศกาลถือศีลกินเจแต่ละปีจึงมีผู้ที่มารับประทานอาหารเจและทำบุญที่นี้นับหมื่นๆ คน และแน่นอนว่าเมนูเจที่นี้ก็เลื่องชื่อในเรื่องของความอร่อยไม่แพ้กันเลยทีเดียว
ณัฐพล วิสุทธิไกรสีห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซียติค อุตสาหกรรมเกษตร จำกัด ผู้ผลิต แปรรูป และส่งออกผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวรายใหญ่ของประเทศไทย ถือโอกาสนี้จัดกิจกรรม “อัมพวา ชวนอิ่มบุญ อิ่มใจแบบสุขภาพดี ตลอดเทศกาลกินเจ ประจำปี 2561” เดินสายมอบผลิตภัณฑ์ “อัมพวา” (Ampawa) กะทิแท้ 100% ในขวด PET ให้กับศาลเจ้าและโรงเจทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ได้รังสรรค์เมนูอาหารเจทั้งคาวและหวานเพื่อให้บริการผู้กินเจในปีนี้
พร้อมขอเคล็ดลับความอร่อยมาแจกจ่ายกันในเทศกาลกินเจ

“ลุงสมชาย” หรือ สมชาย รักเจริญสกุล เชฟใหญ่ที่รังสรรค์เมนูอาหารเจให้โรงเจวัดโลกานุเคราะห์มากว่า 20 ปีแล้ว บอกว่า เมนูอาหารเจของโรงเจวัดโลกานุเคราะห์ที่โดดเด่นก็คือ ฉู่ฉี่เต้าหู้เจ ขนมจีนน้ำยาเจ และ เผือกต้มกะทิ พร้อมโชว์ฝีมือการทำอาหารให้ลองลิ้มชิม 2 เมนู
เริ่มจากเมนูอาหารคาว “ฉู่ฉี่เต้าหู้เจ” วัตถุดิบและส่วนประกอบหลักๆ มี เต้าหู้ขาวเจ 2-3 ก้อน เห็ดหอมเจ 2 ขีด พริกแกงเจประมาณ 1/2 ขีด กะทิ “อัมพวา” ขวดใหญ่ประมาณ 1/2 ขวด ใบมะกรูดและพริกชี้ฟ้าซอย เริ่มจากนำเห็ดหอมเจลงไปคั่วกับพริกแกงให้หอม จากนั้นใส่น้ำเปล่าลงไปพอขลุกขลิก ตามด้วยเกลือและน้ำตาลนิดหน่อย ชิมรสชาติให้พอดี เติมน้ำเปล่าเพิ่มอีกเล็กน้อย พอใกล้สุกให้ใส่หัวกะทิ

หลังจากนั้นนำเต้าหู้ขาวไปทอดในน้ำมันไฟอ่อนจนเหลือง พักไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นให้นำไปนึ่งอีก 10 นาที เพื่อให้ได้เต้าหู้ที่กรอบนอกนุ่มใน จัดจานพร้อมราดด้วยน้ำฉู่ฉี่ที่ปรุงไว้ โรยหน้าด้วยใบมะกรูดซอย พริกชี้ฟ้าซอย เป็นอันพร้อมเสิร์ฟ แนะนำว่าทานตอนร้อนๆ กับข้าวสวยจะเป็นอีกหนึ่งเมนูที่กินได้ไม่เบื่อเลยทีเดียว
ส่วนเมนูอาหารหวาน “เผือกแกงบวด” (รับประทานได้ 15-20 คน) ใช้เผือกดิน 2 หัวใหญ่ๆ หรือประมาณ 2 กิโลกรัม น้ำตาลปี๊บ 1/2 กิโลกรัม กะทิ “อัมพวา” 1 ขวดใหญ่ วิธีทำเริ่มจากใส่กะทิ 1 ขวด ลงไปในหม้อ ตามด้วยน้ำ 5 ขวด (สัดส่วน 1 ต่อ 5) ตั้งไฟให้เดือด ใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันจนเดือด ชิมรสชาติหวาน-เค็มตามต้องการ จากนั้นใส่เผือก รอจนเผือกสุกประมาณ 20 นาที ก็พร้อมเสิร์ฟ
“การทำอาหารเจที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบนั้น สูตรเด็ดเคล็ดลับอยู่ที่กะทิคุณภาพ อย่างกะทิอัมพวาถือว่ามีรสชาติเหมือนกะทิคั้นสดจากธรรมชาติจริงๆ สามารถใช้แทนกะทิคั้นสดได้อย่างมีคุณภาพ ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในเรื่องของความสะดวกสำหรับพ่อครัวโรงเจ” เชฟลุงสมชายฝากบอก


