อยุธยา เมืองน้ำ ถนนขนานคลอง เหมือนเมืองเวนิส

4.10.18 | 17:28 น.
ถนนและสะพานข้ามคลองในเกาะเมืองอยุธยา (ภาพเขียนสีน้ำกรุงศรีอยุธยา เขียนโดย โยฮันเนส วิงโบนส์ ชาวฮอลันดา เขียนราว พ.ศ. 2208 ตรงกับสมัยพระนารายณ์)

อยุธยา บริเวณศูนย์กลางอำนาจมีน้ำล้อมรอบคล้ายเกาะ

ด้านเหนือ แม่น้ำลพบุรี, ด้านตะวันตก แม่น้ำเจ้าพระยา, ด้านตะวันออก แม่น้ำป่าสัก, ด้านใต้ แม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำป่าสักไหลรวมกันลงไปออกทะเลอ่าวไทย

พื้นที่เกาะเมืองเป็นที่ลุ่มมีน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก มีคูคลองธรรมชาติขนาดใหญ่น้อยหลายสาย

เมื่อชุมชนขยายตัวแล้วเติบโตเป็นสังคมเมืองขนาดใหญ่ จึงสร้างบ้านแปลงเมือง แล้วจัดวางผังเมืองค่อยเป็นค่อยไปอย่างมีระบบ โดยเรียนรู้เทคโนโลยีวิธีการจากจีน แล้วเพิ่มเติมความรู้จากยุโรป

อยุธยาน้ำล้น สุโขทัยน้ำแล้ง

Advertisement

อยุธยาเมืองลุ่ม น้ำล้น ต้องขุดคลองไล่น้ำไหลลดเร็วที่สุด จึงมีคลองจํานวนมากบนเกาะเมือง (เหมือนตารางหมากรุก)

สุโขทัยเมืองดอน น้ำแล้ง ต้องขุดสระเก็บกักน้ำใช้ยามแล้ง จึงพบสระจํานวนมากในเมืองและนอกเมือง (เรียกสระน้ำว่าตระพัง)

อยุธยาเหมือนเกาะ

อยุธยา เมืองศูนย์กลางอํานาจ มีน้ำล้อมรอบเหมือนเกาะลงกาของทศกัณฐ์

“บริเวณอื้ออลด้วยชลธี ประดุจเกาะอสุรีลงกา” กลอนเพลงยาวนิราศ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (สมัย ร.1) ทรงพระนิพนธ์ความทรงจําพรรณนาลักษณะพระนครศรีอยุธยา

แต่บางทีเหมือนเรือสําเภากลางสมุทร

“เกาะนั้นมีสัณฐานคล้ายรูปสําเภานาวา ข้างหัวสําเภาอยู่ทิศตะวันออก ส่วนข้างท้ายสําเภาหรือท้ายเภตราอยู่ทิศตะวันตก” อยู่ในคําให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม (เอกสารจากหอหลวง) กับหนังสืออธิบายแผนที่พระนครศรีอยุธยา (ภูมิสถานกรุงศรีอยุธยา) บันทึกว่า ศูนย์กลางอํานาจของอยุธยา ตั้งอยู่บนเกาะหนองโสน มีแม่น้ำล้อมรอบ

ดั้งเดิมไม่เป็นเกาะ “แผ่นดินตรงที่ตั้งพระนครศรีอยุธยา เดิมไม่ได้เป็นเกาะ แต่มีลักษณะคล้ายแหลมที่ยื่นจากทุ่งหันตราทางทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตก จนถึงแนวแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลลงมาจากทิศเหนือ”

พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอยุธยาสมัย          ร.5 ได้สํารวจตรวจสอบทางภูมิศาสตร์และภูมิประเทศ อธิบายไว้นานแล้วในหนังสือตํานานกรุงเก่า

ครั้นแผ่นดินสมเด็จพระมหาธรรมราชา ได้ขุดขยายคูขื่อหน้ากว้างกว่าเดิม เมื่อนานเข้าก็ทําให้สายน้ำเดิมทางคูขื่อหน้าแรงจัดขึ้น จึงกัดเซาะตลิ่งพังกว้างออกไปจนกลายเป็นแม่น้ำที่ทุกวันนี้เรียกแม่น้ำป่าสัก แล้วขยายกําแพงพระนครออกมาชิดลําน้ำป่าสักด้วย เลยทำให้กลายเป็นเกาะ

อยุธยาเหมือนเวนิส

ถนนเลียบคลองในอยุธยาเหมือนเมืองเวนิส ลา ลูแบร์ มีบันทึกว่า

“ถนนส่วนใหญ่มักมีลำคลองควบขนานเป็นเส้นตรงไปด้วย จึงทำให้เปรียบเมืองสยามได้กับเมืองเวนิส”

คลองในเกาะเมืองอยุธยาเป็นแนวตัดกันไปมาเหมือนตาราง เพื่อการคมนาคมและระบายน้ำลดลงเร็วๆ ในฤดูน้ำหลาก (แผนที่สีน้ำมัน ฝีมือ ดาวิด วิงโบนส์ และ โยฮันเนส วิงโบนส์ ชาวฮอลันดา ทําเมื่อ พ.ศ. 2206 ตรงกับสมัยพระนารายณ์)

ถนนและสะพานข้ามคลองในเกาะเมืองอยุธยา (ภาพเขียนสีน้ำกรุงศรีอยุธยา เขียนโดย โยฮันเนส วิงโบนส์ ชาวฮอลันดา เขียนราว พ.ศ. 2208 ตรงกับสมัยพระนารายณ์)

ถนน

ในเกาะเมืองอยุธยามีถนนมากมายเลียบคลองทุกสาย แต่ที่เป็นถนนต่างหากไม่เลียบคลองก็มีไม่น้อย ถนนจึงมีมากกว่าคลอง

เส้นทางถนนตัดกันไปมาดูราวตารางหมากรุก มีทั้งเหนือ-ใต้ และตะวันออก-ตะวัน

ตก ถนนแต่ละเส้นแต่ละสายจะมีตลาดตั้งอยู่ด้วย

คลอง

คลองในเกาะเมืองมีตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ไม่มากนัก และไม่ตัดตรงเป็นระเบียบ

เมื่อชุมชนบนเกาะเมืองขยายกว้างออกไป ทางราชการจึงขุดแปลงคลองในเมืองทั้งแนวนอนด้านตะวันตก-ตะวันออก และแนวตั้งทั้งด้านเหนือ-ใต้ เป็นเส้นตรงตัดกันไปมาราวกับใยแมงมุม เพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำ และชักน้ำเข้าใช้ในเมือง รวมทั้งระบายน้ำในฤดูน้ำหลาก

ท่าเรือ

ท่าเรือจอดรับผู้โดยสารเป็นประจํามี 2 ประเภท คือ ท่าเรือราชการ 2 ท่า ท่าเรือจ้างทั่วไปมากกว่า 20 ท่า

อยุธยาเป็นเมืองน้ำ นอกจากจะมีแม่น้ำล้อมรอบจนเป็นเกาะแล้ว ภายในพระนครยังเต็มไปด้วยคูคลองซอยต่างๆ มากมาย และนอกพระนครออกไปก็เป็นลําน้ำน้อยใหญ่ไปสู่หมู่บ้านตําบลต่างๆ ดังใยแมงมุมมหึมา

พาหนะสําคัญเพื่อการสัญจร ได้แก่ เรือ ซึ่งมีทั้งเรือหลวงและเรือราษฎร

ราษฎรที่มีเรือของตัวเองย่อมเดินทางไปมาหาสู่ที่ไหนๆ ได้สะดวก และตามสบาย แต่พวกที่ไม่มีเรือส่วนตัวก็ต้องอาศัยเรือจ้าง

เรือนเสาสูง มีใต้ถุน

ชาวบ้านสามัญชนคนทั่วไปอยู่เรือนเสาสูง มีใต้ถุนสูงบ้าง เตี้ยบ้าง ไว้อยู่อาศัยในชีวิตประจําวัน ซึ่งเป็นเรือนของคนอุษาคเนย์ทั้งกลุ่มเกาะ และภาคพื้นทวีป

เรือนเสาสูงไม่ได้มีไว้หนีน้ำ (ตามที่มักพูดกันทั่วไป) เพราะพบเรือนเสาสูงปลูกทั่วไปตั้งแต่บนที่ดอนสูงไม่เคยมีน้ำท่วมขัง จนถึงที่ลุ่มต่ำมีน้ำท่วมถึง

12 เดือนใน 1 ปี เป็นฤดูฝนน้ำท่วมขังอย่างมาก 3 เดือน ดังนั้นใต้ถุนเรือนเสาสูงเป็นที่มีกิจกรรมในชีวิตประจําวันนานปีละ 9 เดือน

บนเรือน เป็นห้องผีเรือน และเป็นที่นอนตอนกลางคืนเพื่อพ้นสัตว์ร้าย เมื่อขึ้นเรือนแล้วต้องชักบันไดเก็บมิดชิดมิให้สัตว์ใหญ่ปีนขึ้นได้ กลางวันลงไปอยู่ใต้ถุน ใต้ถุน เป็นพื้นที่ในชีวิตประจําวัน มีกิจกรรมทํามาหากิน เช่น หุงข้าว, ทํากับข้าว, ตีหม้อ, ทอผ้า, ตีเหล็ก, เลี้ยงลูกหลาน, เก็บสิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้ (เช่น กระบุง, ตะกร้า, จอบ, เสียม, ไถ, คราด, แห, ยอ, เบ็ด ฯลฯ) และเป็นคอกสัตว์วัวควายหมูหมา

เรือนแพ

เรือนแพมีรอบพระนครและมีในชุมชนที่อยู่ห่างออกไปตามริมแม่น้ำลําคลอง เอกสารจากหอหลวงระบุว่ามีเรือนแพอยู่รอบพระนครประมาณ 20,000 แพ และอยู่รอบกรุงห่างออกไปอีกไม่ต่ำกว่า 20,000 แพ

เรือนแพเรียงรายอยู่แน่นขนัดสองฝั่งคลองเมืองที่อยุธยา (ภาพถ่ายเก่าสมัย ร.6

แสงสว่างครัวเรือน

แสงสว่างในครัวเรือนได้จากก้อนไต้และกองไฟ

ขี้ไต้ เป็นเครื่องจุดไฟหรือตามไฟ มีเป็นก้อน, ท่อน, แท่ง ลักษณะกลมและแบน ทําจากเศษไม้หรือไม้ผุและเปลือกไม้คลุกน้ำมันยาง แล้วห่อด้วยใบไม้ซึ่งผูกและพันด้วยตอกหรือเชือก

มีขายในเรือจอดแถวปากคลองสวนพลูถึงวัดพนัญเชิง เป็นเรือขนไต้, ชัน, น้ำมันยาง ล่องลงมาจากเมืองเหนือ ได้แก่ ตาก, กําแพงเพชร, เพชรบูรณ์ และมีตามดงไม้ยางทั่วไปโดยรอบไกลจากอยุธยา

กองไฟ ก่อไว้ตามลานบ้านลานดินทั่วไปตามต้องการ จุดไว้ใส่ใบไม้สดให้มีควันไล่แมลงต่างๆ เช่น ยุง, ริ้น, ไร ฯลฯ แล้วบางครั้งลุกโชนด้วยใบไม้แห้งส่งแสงสว่างทั่วบริเวณ

ชาวนา

ชาวนาทํานาลุ่ม เพราะพื้นที่รอบอยุธยาเป็นที่ลุ่มต่ำ น้ำท่วมถึงเป็นบริเวณกว้างขวาง

ต้นข้าว มีรากยาวหนีน้ำท่วมราว 2-4 เมตร ทนอยู่ใต้น้ำได้นานนับสิบวัน

ควาย ใช้ไถนาและเทียมเกวียน เพราะควายชอบฝน ไม่กล้วฟ้าร้อง ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า

และแข็งแรงมีกําลังลุยโคลนที่มีมากเพราะน้ำหลากน้ำล้น ทำให้โคลนทะลักไหลลงมาจากทางเหนือ

เกวียน  มีล้อขนาดใหญ่ ใช้ลุยโคลนได้ดีที่สุด

กว่าจะเป็นหนังสือ ‘อยุธยา มาจากไหน?’

ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย เป็นนิยายสงครามวีรบุรุษ ที่เสกสรรปั้นแต่งโดยคนชั้นนำ เพื่อผดุงและสืบทอดอำนาจวาสนาของตน แล้วเหยียดเพื่อนบ้าน

โดยทิ้งขว้างและมองข้ามอย่างดูแคลนประวัติศาสตร์สังคมและเศรษฐกิจการเมือง ของคนต่างระดับหลายวิถีกินขี้ปี้นอน

ดั้งนั้น ภูมิสถานของอยุธยาจึงไม่อยู่ในความทรงจำของคนส่วนใหญ่ในสังคม ซึ่งถูกครอบงำด้วยประวัติศาสตร์สงครามวีรบุรุษที่เป็นนิยาย

ภูมิสถานของอยุธยา ประกอบด้วย แม่น้ำ, ลำคลอง, ท้องนาและชุมชนบนที่ราบลุ่มล้อมรอบเกาะเมือง อันเป็นที่ตั้งศูนย์กลางอำนาจของราชอาณาจักรสยาม

บนเกาะเมืองมีวัดวาอาราม, วังหลวงวังหน้า และมีถนนเลียบคลองเหมือนตารางหมากรุก มีบ้านเรือนและตลาดหย่อมย่านต่างๆ

ขรรค์ชัย บุนปาน ตั้งแต่เป็นนักเรียนคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยได้ทุนสนับสนุนจากองค์การนานาชาติทางวิชาการ เคยชวนผมไปลงแรงทำกิจกรรมทางประวัติศาสตร์โบราณคดีหลายครั้งที่อยุธยา เช่น

(1.) ขุดแต่งวิหารวัดเจ้าปราบ และ (2.) สำรวจวัดร้างทั่วเกาะอยุธยา ทั้งรอบในและรอบนอก ฯลฯ

ประสบการณ์เหล่านั้น ได้สะสมเรียบเรียงเป็นหนังสือเล่ม ชื่อ อยุธยายศล่มแล้ว (พิมพ์ในการพระราชทานเพลิงศพ ม.ร.ว. สันต์ สุขสวัสดิ์ ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม พ.ศ. 2512) แล้วปรับเป็นสารนิพนธ์ส่งอาจารย์เพื่อจบหลักสูตร 4 ปี (เรียนจริง 7 ปี) ของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

หลังสุด พ.ศ. 2553 แผนที่ภูมิสถานอยุธยา ทำสำเร็จเบื้องต้นตามที่รับมอบหมายจากขรรค์ชัย บุนปาน

ต่อมา พ.ศ. 2557 แผนที่ภูมิสถานอยุธยา กรมศิลปากร กรุณารับไปพิมพ์แจกในกิจกรรมแบ่งปันความรู้สู่ชุมชนที่อยุธยา

แผนที่ภูมิสถานอยุธยา ยังไม่สมบูรณ์ เลยพิมพ์แถมในหนังสือ อยุธยา มาจากไหน? จะได้ร่วมกันปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ต่อไปในอนาคต

วิชาการในสากลทางประวัติศาสตร์โบราณคดี มีเสรีตีความตามหลักฐานข้อมูล

แต่ในไทย ประวัติศาสตร์ขาดอิสระจะนิยามตามหลักฐานโบราณคดีและข้อมูลทางสังคมกับเศรษฐกิจการเมืองที่พบทั่วไป (สั่งซื้อหนังสืออยุธยามาจากไหน? คลิกที่นี่)