สำหรับประเทศไทย การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนับเป็นช่องทางสำคัญที่สามารถเพิ่มพูนรายได้จำนวนมากเข้าประเทศ และมีโอกาสขยายตลาดการลงทุนได้อย่างกว้างขวาง
จังหวัดลำปางนับว่ามีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ อีกทั้งยังมีบริบทของการพัฒนาและต่อยอดการท่องเที่ยวในกลุ่มสุขภาพ คณะผู้วิจัยซึ่งมี รศ.ดร.พรรณี สวนเพลง คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มดส.) เป็นหัวหน้าโครงการ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการ “การพัฒนาศักยภาพของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดลำปางเพื่อให้เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในภาคเหนือ (Lanna wellness tourism)” ภายใต้ทุนสนับสนุนจากงบบูรณาการวิจัย ปี 2561 จากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศเพิ่มขึ้นโดยเน้นการพัฒนากิจกรรมที่สร้างมูลค่าและคุณค่า รวมถึงการสร้างและกระจายรายได้โดยคำนึงถึงความสมดุลและยั่งยืน
“เราร่วมกับอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เนื่องจากเห็นว่ามีภูมิศาสตร์ที่ดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สำคัญของภาคเหนือ โดยเฉพาะออนเซนที่มีชื่อเสียงทั้งในระดับประเทศและในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดลำปาง จึงสามารถให้บริการทางวิชาการแก่ชุมชน ด้วยการดึงศักยภาพของพื้นที่ หาอัตลักษณ์ของจังหวัด เช่น ดอกเสี้ยว สมุนไพรและการแพทย์ทางเลือกทั้งในเชิงบำบัดและรักษา เช่น อบไอน้ำ นวดสปา เรามีสปาเซรามิกที่นำเซรามิกอันเลื่องชื่อของจังหวัดมาใส่สมุนไพรเพื่อให้ปล่อยกลิ่นเฉพาะตัว” รศ.ดร.พรรณีกล่าว
“ผลิตภัณฑ์สปาเหล่านี้ใช้น้ำแร่จากน้ำพุร้อนในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนเป็นส่วนประกอบหลักและจุดขายของผลิตภัณฑ์ ผ่านกรรมวิธีสกัดและส่งไปตรวจสอบที่ประเทศฝรั่งเศสจนพบว่าเป็นสายน้ำแร่ที่มีอายุเกิน 3,000 ปี ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นช่วยให้เลือดลมเดินสะดวก กระชับรูขุมขน มีแร่ธาตุที่ทำให้ผิวแข็งแรง ผสมกับกลิ่นดอกเสี้ยวป่าหรือดอกชงโคป่า กลิ่นหอมเฉพาะตัวติดทนนาน และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง นอกจากนี้ ในเจลทาหลังออกแดดและมาส์กพอกหน้าตอนกลางคืนยังผสมว่านหางจระเข้ที่ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นและช่วยประโลมผิว ซึ่งนักวิจัยได้เตรียมยื่นจดอนุสิทธิบัตรด้วย”


ทางด้านอาหารเชิงสุขภาพ นักวิจัยจาก มดส. นำทีมโดย ผศ.ดร.ธีรนุช ฉายศิริโชติ เข้ามาช่วยอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนพัฒนาเมนูสุขภาพโดยใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น “ยำไข่ลวกน้ำแร่แจ้ซ้อน” ที่มี ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เป็นผู้คิดค้นสูตร ยังมี “ยำใบเมี่ยง” และเครื่องดื่ม “น้ำมะกอกป่า” เตรียมขยายสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป ขณะที่ของหวานมี “เครปเค้ก” ที่นำข้าวก่ำซึ่งเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองของลำปางมาเป็นวัตถุดิบ เพื่อคุณค่าทางอาหารเพิ่มมากยิ่งขึ้น
สำหรับเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว สามารถโหลด “แอพพลิเคชั่นสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดลำปาง” เพียงสแกน QR code หรือติดตั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS โดยใช้คำว่า wellness tourism จาก App store ได้ หรือเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://wellnesstourism.dusit.ac.th มีเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4 เส้นทาง ได้แก่ ทั้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติ สัมผัสวิถีชุมชน เส้นทางเรียนรู้วัฒนธรรมล้านนา ภูมิปัญญาเชิงสุขภาพ เส้นทางวิถีนักปีนเขา เหมาะกับกลุ่มวัยรุ่น และเส้นทางดี@บ้านสามขา มีทั้งประเพณี วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เหมาะกับการเรียนรู้กิจกรรมชุมชน เป็นต้น
เป็นอีกหนึ่งงานวิจัยดีๆ ที่สามารถบูรณาการผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและทางวิชาการ กับสังคมส่วนรวมของจังหวัดลำปาง และทำให้เมืองรถม้าแห่งนี้เป็นอีกเป้าหมายของการท่องเที่ยว


