มหัศจรรย์การ์ตูน : ด้านมืดของจิตใจมนุษย์ โดย : วินิทรา นวลละออง

7.10.18 | 13:03 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีโอกาสไปประชุมแทนหัวหน้าเกี่ยวกับการรับสมัครนักเรียนเข้าเป็นนักศึกษาแพทย์ค่ะ จุดหนึ่งที่น่าสนใจคือสถาบันนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงแค่คะแนนสอบวิชาสามัญซึ่งบ่งบอกความรู้ในเชิงวิชาการเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพิจารณาคุณสมบัติในทางบุคลิกภาพและทัศนคติบางอย่างที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเป็นแพทย์ด้วย เช่น ความสามารถในการมองโลกผ่านสายตาคนอื่น เข้าใจว่าคนอื่นรู้สึกอย่างไรซึ่งอาจแตกต่างจากความรู้สึกของเราเสมือนเอาใจเขามาใส่ใจเรา

มีนักศึกษาแพทย์หนุ่มคนหนึ่งที่ไม่ได้อยากเรียนแพทย์แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยากเรียนอะไรถูกส่งมาพบจิตแพทย์เนื่องจากมีพฤติกรรมแปลกกว่านักศึกษาคนอื่นระหว่างการปฏิบัติงานบนหอผู้ป่วย ไม่ได้เป็นพฤติกรรมไม่ดีถึงขนาดยอมรับไม่ได้แต่ก็จัดว่าแปลกจนอาจารย์และเพื่อนคิดว่าควรจะได้รับการประเมินโดยจิตแพทย์เสียหน่อยดีกว่า เรื่องของเรื่องคือหนุ่มคนนี้เดินดูอาการผู้ป่วยร่วมไปกับอาจารย์แพทย์และทีมการรักษาซึ่งประกอบด้วยแพทย์หลายระดับลงมาถึงนักศึกษาแพทย์และพยาบาล ระหว่างที่อาจารย์ตรวจผู้ป่วยอยู่ที่เตียง หนุ่มน้อยคนนี้รู้สึกเมื่อยที่ต้องยืนเป็นเวลานานจึงลงไปนั่งยองๆ ตรงนั้นเลย สร้างความตื่นตะลึงให้ทั้งทีม เมื่ออาจารย์บอกให้ลุกขึ้นยืนหากไม่ได้เจ็บขา เขาจึงยืนหาวอีกสักพักแล้วค่อยๆ หายตัวออกไปจากทีมเพื่อไปนอนหลับในห้องพักระหว่างที่คนอื่นยังปฏิบัติงานอยู่ ที่แย่กว่านั้นคือบ่ายวันหนึ่งที่นักศึกษาทุกคนว่างงานแต่ตามตารางเวลาต้องอยู่ปฏิบัติงานบนหอผู้ป่วยเผื่อมีผู้ป่วยด่วนเข้ามา เขารู้สึกเบื่อกับการนั่งเฉยๆ จึงชักชวนเพื่อนให้โดดงานกันและต้องไปพร้อมกันทุกคนเพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัยว่าทำไมถึงหายไปแค่บางคน เมื่อเพื่อนปฏิเสธที่จะโดดงาน กลายเป็นว่าหนุ่มคนนี้ต่อว่าเพื่อนที่ไม่ยอมร่วมแผนร้ายด้วย

“คุณไม่พอใจที่เพื่อนไม่โดดเรียนกับคุณเหรอคะ แต่การโดดเรียนเป็นการหนีการปฏิบัติงานซึ่งถือว่ามีความผิดนะคะ”

“ก็ในเมื่อผมอยู่เฉยๆ แล้วเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ผมควรจะไปทำอย่างอื่นบ้าง”

“แล้วทำไมไม่โดดคนเดียวแล้วรับโทษคนเดียวล่ะคะ”

Advertisement

“ก็ถ้าโดดคนเดียวแล้วคนอื่นจะสงสัยว่าทำไมหายไปคนเดียว”

“แปลว่าคุณไม่ได้แคร์ว่าเพื่อนจะต้องโดนลงโทษไปกับคุณ”

“ถ้าเขาตัดสินใจไปเองก็เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับผม”

“ที่ว่าไม่เกี่ยวอาจจะไม่ใช่ในเมื่อคุณชวนเขาไม่ใช่เหรอคะ”

หนุ่มน้อยก็ทำหน้างงค่ะ ที่จริงเขาไม่ใช่เด็กไม่ดีนะคะ แต่เขายึดความคิดและความต้องการของตัวเองเป็นใหญ่ในระหว่างที่ละเมิดกติกาหรือความลำบากของคนอื่น หลังจากคุยกันไม่รู้เรื่องเพราะเขาไม่ศรัทธาหลักการเคารพสิทธิผู้อื่นจึงสรุปไปว่าถ้าอยากเรียนจบโดยสวัสดิภาพ เขามีกติกาอะไรก็ทำตามนั้นไปล่ะค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากนั้นหนุ่มน้อยคนนี้ก็ปฏิบัติตามกติกาทุกอย่าง แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมจึงโดดเรียนไม่ได้หรือทำไมต้องแคร์เพื่อนแต่ถ้าอยากเรียนจบ แค่ทำตามกติกาก็ไม่ได้ยากอะไรอยู่แล้ว เขาก็น่ารักในแบบของเขานะคะ

พระเอกหนุ่มของเรื่อง “สวีทโฮมรูม ความลับหลังเลิกเรียนของ อ.มินามิ” การ์ตูนผู้หญิงวัยผู้ใหญ่แนวความฝันของสาววัยทำงานทำให้เราเห็นว่าคนที่ทำตัวขวางโลกหรือไม่ปฏิบัติตามกฎใดๆ และเอาความต้องการของตัวเองเป็นใหญ่ก็มีจุดน่ารักได้หากรู้จัก “คิดถึงใจคนอื่น” บ้างค่ะ “มินามิ” เป็นอาจารย์ใหม่ไฟแรงที่อยากช่วยนักเรียนให้พ้นจากการถูกกลั่นแกล้ง ระหว่างที่เธอเป็นฝ่ายถูกกลั่นแกล้งเสียเอง “เทปเป” ชายหนุ่มที่ไม่จริงจังกับชีวิตก็ปรากฏตัวมาช่วยมินามิไว้ เทปเปเป็นตัวปัญหามาตลอด เขาเป็นเชฟที่ถูกให้ออกจากงานมาหลายครั้ง รั้นจะพามินามิเข้าโรงแรมม่านรูดเป็นประจำ บุกหอพักสตรีของมินามิแถมจ้องแต่จะมีอะไรกับเธอท่าเดียว แต่ข้อดีของเทปเปที่แม้เกเรแต่เป็นพระเอกคือเขามักทำอาหารอร่อยๆ เพื่อปลอบใจมินามิเสมอและยอมรับผิดพร้อมกับกล่าวขอโทษทุกครั้งเมื่อทำผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ

งานวิจัยโดย ศ.อินโก เซทเลอร์ ซึ่งตีพิมพ์ใน Psychological Review พบว่าบุคลิกภาพที่ไม่ดีหลายแบบ เช่น ยึดประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้ง (egoism) หรือทำให้ผู้อื่นเจ็บเพื่อสนองความพึงพอใจของตน (sadism) ล้วนมีรากฐานมาจากลักษณะเดียวกัน เขาสำรวจในอาสาสมัคร 2,500 คน โดยให้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับแนวโน้มพฤติกรรมและการตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ จึงพบว่าบุคลิกภาพที่ไม่ดี 9 แบบมีพื้นฐานมาจาก “แนวโน้มที่บุคคลนั้นจัดวางความสะดวกสบาย ความสุข หรือความสำเร็จของตัวเองไว้เหนือผู้อื่นแม้ว่าการกระทำนี้จะทำให้ผู้อื่นต้องลำบากก็ตาม”

ดังนั้น หากเราไม่คิดถึงประโยชน์ของตัวเองเหนือประโยชน์ของผู้อื่น หรือไม่ทำสิ่งใดที่จะทำให้ผู้อื่นลำบาก บุคลิกภาพไม่ดีก็จะไม่งอกงามในตัวเราโดยไม่รู้ตัวค่ะ