การสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่องปัญหาสังคมและความคิดเห็นทางการเมืองในระยะสองสามปีมานี้ ความกังวลห่วงใยของประชาชนนั้นแทบไม่เปลี่ยนแปลง โดยอันดับแรกอยู่ที่เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ส่วนอันดับที่สองคือภัยคุกคามของยาเสพติดที่รุนแรงมากขึ้นทุกวัน ซึ่งปัญหายาเสพติดนี้ นอกจากจะกระทบต่อสุขภาพของวัยรุ่นเยาวชนแล้ว ยังกระเทือนต่อสภาพความเป็นอยู่ในครอบครัว จนถึงความปลอดภัยของสังคมโดยรวมอย่างยิ่ง
จาก สรุปสถานการณ์ยาเสพติด ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ปี 2560 พบว่า มีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยปี 2558 จับกุมได้ 171,924 ราย แต่ในปี 2560 จับกุมได้ถึง 192,613 ราย เพิ่มขึ้น 12.03% โดยพื้นที่ที่พบการระบาดของยาเสพติดเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ ภาคเหนือ เพิ่มขึ้น 31.48% ตามด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยยาเสพติดที่แพร่กระจายมากที่สุดยังคงเป็นยาบ้า ตามด้วยเฮโรอีน ฝิ่น กัญชาและยาไอซ์ ตามลำดับ ซึ่งภาคเหนือมักเป็นเส้นทางขนส่งยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านลงมากระจายยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ในขณะที่ภาคใต้มีการใช้ยาเสพติดประเภทน้ำใบกระท่อมผสมกับยาเสพติดชนิดอื่นๆ เพื่อเพิ่มการออกฤทธิ์ยา โดยสูตรของยาเสพติดในปัจจุบันได้พัฒนาเพิ่มความรุนแรงและปริมาณสารต่างๆ ที่ผสมลงไป ทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะระบบประสาทและสมองของผู้เสพมากกว่าเดิม
จากช่วงอายุผู้ถูกจับกุมในคดียาเสพติด พบว่าวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-19 ปี ถูกจับกุมและส่งไปบำบัดยาเสพติดมากที่สุด ตามมาด้วยช่วงอายุ 20-24 ปี ซึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรเด็กและวัยรุ่นที่มีแนวโน้มลดลง ทำให้ประเทศไทยสูญเสียประชากรที่มีคุณภาพในช่วงเวลาที่ควรจะใช้เพื่อการศึกษาและเริ่มทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดนี้ ยังทำให้สภาพความปลอดภัยในสังคมลดลง จากสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติปี 2560 พบว่า พื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด ทำให้อัตราการเกิดอาชญากรรมทั้งภัยต่อทรัพย์ การทำร้ายร่างกาย และอาชญากรรมทางเพศเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย แม้กระทั่งพื้นที่ที่ควรจะปลอดภัยจากยาเสพติด อย่างโรงเรียน สถานราชการ และวัด ก็พบการแพร่ของยาเสพติดเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มพระสงฆ์วัยหนุ่มช่วง 20-24 ปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจากปี 2551-2560 มากขึ้นถึง 7 เท่า
ต้นรากของปัญหายาเสพติดอาจจะมีหลายประการ แต่สาเหตุสำคัญหนึ่งคือการปล่อยให้เด็กและวัยรุ่นมีเวลาว่างโดยไม่ใช้ประโยชน์มากเกินไปโดยขาดการดูแลที่เข้าใจของผู้ใหญ่ในสังคม ความกดดันและภาระที่ทำให้วัยรุ่นแสวงหาการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน อีกทั้งปัญหาเศรษฐกิจและการจ้างงานที่ทำให้คนแสวงหางานง่ายรายได้ดีจากการเดินส่งยาเสพติด ซึ่งสุดท้ายก็จะตกไปสู่วังวนของการเสพเองและค้าไปพร้อมกัน และเมื่อเข้าไปอยู่ในวงจรของธุรกิจมืดยาเสพติดแล้วก็ยากจะหนีออกมา เพราะเครือข่ายค้ายาพร้อมจะใช้ความรุนแรงได้ทุกเมื่อ
การแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังจำเป็นต้องลงมือทำไปทุกภาคส่วนพร้อมกัน ทั้งการปราบปรามจับกุมอย่างถ้วนหน้า ไม่ใช่เพียงการยัดข้อหาให้กับผู้ค้ารายย่อยหรือผู้เสพ การเจรจาต่อรองและร่วมมือกวาดล้างแหล่งผลิตยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน การบำบัดรักษาผู้เสพอย่างต่อเนื่องทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ การสร้างสภาพเศรษฐกิจที่กระจายรายได้และงานให้ทั่วถึง และการลดความเป็นอาชญากรรม (Decriminalization) ของยาเสพติดไม่รุนแรงบางชนิด เช่น กัญชา หรือใบกระท่อม เพื่อพัฒนาสรรพคุณทางยาและลดการติดยาเสพติดรุนแรงประเภทอื่น
เพราะถ้าเราไม่เร่งแก้ปัญหายาเสพติดตั้งแต่วันนี้ อนาคตภายหน้าทั้งของประชาชนรายบุคคล และสังคมประเทศโดยรวมก็ดูจะหม่นหมองลงไปโดยยากจะหาแสงสว่างกลับคืนมา

