คอลัมน์ โลกสองวัย : พระจักรีสถิตในใจนิรันดร์

12.10.18 | 17:31 น.

บ่ายจัดวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ปิยะพันธ์ จำปาสุต บันทึกไว้ใน “วรรณกรรมน้ำตา” ว่า

เส้นทางจากโรงพยาบาลศิริราช สู่ดุสิตมหาปราสาท ทั้งสองฝั่ง

ขับกล่อมพระด้วยเสียงคลื่นสะอื้นดัง พร้อมประพรมน้ำตาหลั่ง ลงโลมดิน

เพียงพสกนิกรไทยรับรู้จากทุกการสื่อสาร จากปากต่อปาก ว่า

โอ้พระเอย พระทูลกระหม่อมแก้ว หัวใจราษฎร์จะขาดแล้ว พระเจ้าข้า

Advertisement

พระคืนสู่สวรรคาลัย ไม่กลับมา ส่งเสด็จด้วยน้ำตา รัก อาลัย…

13 ตุลาคม 2559 พสกนิกรไทยแน่นขนัดจากโรงพยาบาลศิริราชไปทั่วแผ่นดินไทย

แม้ตากแดดตากฝนก็ทนได้ แถวจะยาวแค่ไหนก็ไม่หวั่น

ถึงลำบากยากเข็ญเป็นวันวัน มิอาจกั้นความจงรักและภักดี

น้ำตาอาบจะกราบลงตรงเบื้องหน้า ขอเป็นข้ารองพระบาทไปทุกที่

จะกี่กัปกี่กัลป์นานกี่ปี พระจักรีสถิตในใจนิรันดร์

ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) คัดบทกวีบางบทจากหนังสือ “วรรณกรรมน้ำตา” ซึ่ง ปิยะพันธ์ จำปาสุต บันทึกไว้หลังจากวันที่ 13 ตุลาคม 2559 และบอกกล่าวไว้ใน “คำนำผู้เขียน” ว่า

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ เสด็จสวรรคต แผ่นดินมีความรู้สึกร่วมกันคือความทุกข์โทมนัส คือความอาลัยรักด้วยดวงใจจงรักอันหาที่สุดมิได้…ช่วงเวลานั้น บทกวีจากหัวใจผม ในฐานะไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินผู้ที่ดำรงอยู่ด้วยความสุขใต้ร่มพระบารมี ก็หลั่งรินออกมาตามแรงของความรู้สึก ทีละบท ทีละบท เป็นการเขียนบทกวีด้วยภาษาของความรู้สึก ภาษาของหัวใจ โดยไม่ต้องปรุงแต่ง รู้สึกอย่างไรบทกวีก็บันทึกความรู้สึกนั้นไว้

ผมได้มีโอกาสเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังหลายครั้ง ได้ซึมซับความรู้สึกในนาทีนั้นไว้ในหัวใจ และเขียนออกมาเป็นบทกวีหลายบท ผมคิดอยู่ในเวลานี้ว่า ทั้งหมดคือการเขียนบทกวี ด้วยหัวใจ ซึ่งบทกวีแต่ละบทใน “วรรณกรรมน้ำตา” คงบอกเล่าหรืออธิบายเรื่องราวทั้งหมดได้ ด้วยคำทุกคำ… บทกวีที่บันทึกวันเวลา และเรื่องราวอันแสนเศร้าโศกของแผ่นดินนี้ ควรจะได้รวบรวมไว้เป็นเล่มหนังสือ เป็นบันทึกแห่งยุคสมัยที่สามารถพูดถึงหรืออ้างอิงต่อไปได้ในกาลเวลา…

ผมจึงสานต่อความคิดนี้กับคุณจัตวา กลิ่นสุนทร เพื่อนรัก ขอให้รับเป็นบรรณาธิการ “วรรณกรรมน้ำตา” พูดจารู้ความกันได้ด้วยถ้อยคำไม่กี่ประโยค คุณจัตวาก็ตอบรับโดยไม่มีเงื่อนไข… แต่ยังคงมีกังวลกับเรื่อง “ลิขสิทธิ์” ของภาพถ่าย ที่จะต้องนำมาใช้เป็นภาพประกอบให้หนังสือสวย

คุณบอย-อารีศักดิ์ เสถียรภาพอยุทธ์ เอ่ยปากออกนามคุณตั้ม-นพดล ชูกลิ่น… เมื่อผมได้บอกเล่าให้คุณตั้มทราบถึงความคิด ความตั้งใจที่จะทำหนังสือเล่มนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายบริจาคเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น คุณตั้มได้บอกกล่าวเชิญชวนนักถ่ายภาพสมัครเล่นแต่ฝีมืออาชีพในแวดวงเดียวกันให้ส่งภาพของแต่ละคนเข้าร่วมในกิจกรรมอันเป็นกุศลครั้งนี้

“วรรณกรรมน้ำตา” ยังมีบทกวีเปิดเล่มจากเพื่อนรัก ขรรค์ชัย บุนปาน แห่งเครือมติชนที่เขียนส่งมาให้ตามคำร้องขอ… อีกท่านหนึ่งคือ คุณไพสิฐ ปวิณวิวัฒน์ โรงพิมพ์อักษรไทย ผู้พิมพ์ ซึ่งขอเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมกิจกรรมอันเป็นกุศลครั้งนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและด้วยความจงรักภักดีแด่พ่อหลวงเต็มหัวใจ

“วรรณกรรมน้ำตา” พิมพ์เมื่อกุมภาพันธ์ 2561 จำนวน 12,000 เล่ม ราคา 299 บาท จำหน่ายหมดได้เงินทั้งสิ้น 4,223,300 บาท นำขึ้นทูลเกล้าถวายฯ 4 ล้านบาท ที่เหลือนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิหลายแห่ง

พรุ่งนี้ 13 ตุลาคม วันเสด็จสวรรคตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ข้าพระพุทธเจ้าเหล่าพสกนิกรไทยทั้งปวง “ส่งเสด็จวิเศษสุดด้วยพุทธมนต์ พระผ่านพ้นอนิจจังทุกข์ทั้งปวง” (ขรรค์ชัย บุนปาน)