เล่มเด็ด-เนื้อเด่น ที่บูธ’มติชน’ จัดเต็ม’ประวัติศาสตร์-สังคม-การเมือง’ในงานมหกรรมหนังสือ

ผ่านมาเกือบครึ่งทางแล้วกับงานบุ๊กแฟร์ระดับชาติที่เหล่านักอ่านตั้งตารอ!

ปีนี้มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 23 และเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 12 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-28 ตุลาคม ภายใต้แนวคิด “อ่านออกเสียง”

ตลอดพื้นที่จัดงานกว่า 20,000 ตารางเมตร อัดแน่นไปด้วยหนังสือดีมีคุณภาพที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี

ขณะที่บูธมติชน โซนพลาซ่า นับว่าออกสตาร์ตได้ดีเยี่ยม สำหรับทัพหนังสือออกใหม่ที่ผนึกพลังกับหนังสือมาแรงหลากหลายแนว

ทั้ง ประวัติศาสตร์ สังคม การเมือง ตลอดจนโหราศาสตร์ เรียกได้ว่าจัดเต็มครบหมดในงานเดียว

ซึ่งในจำนวนนั้น มีสุดยอดหนังสือขายดีและถูกพูดถึงอย่างมากในเวลานี้

และถัดจากนี้คือเล่มเด็ดที่มีเนื้อหาโดดเด่นที่รอคอยนักอ่านอยู่ที่บูธมติชน

ปักธงอนาคต : The Future is Ours

อาจเพราะตอนนี้กระแส “การเมือง” กำลังมาแรงและอีกเพียงไม่กี่เดือนจะมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่ ซึ่งหลายคนคาดหวังว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศได้ไม่มากก็น้อย

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่การขยับเขยื้อนตัวของพรรคการเมืองจะจุดประกายความสนใจขึ้นในสังคม

ดังที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เปิดตัวหนังสือ “ปักธงอนาคต : The Future is Ours” ที่จัดทำและเรียบเรียงเนื้อหาโดย เจนวิทย์ เชื้อสาวะถี

เพียงวันแรกหนังสือก็ถูกเลือกซื้อไปหลายร้อยเล่ม ก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นเป็นอันดับ 1 เมื่อธนาธรมาร่วมกิจกรรมพบปะนักอ่านและแจกลายเซ็นอย่างใกล้ชิดในงานมหกรรมหนังสือ

และเมื่อพูดถึงหนังสือ “ปักธงอนาคต” ด้านหนึ่งก็นับเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนรู้จักตัวตนของธนาธร ก่อนการเลือกตั้งมากขึ้น

“ใช่ครับ คนที่ไม่รู้จักเราก็ไม่เลือกเราอยู่แล้ว จึงจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นกับเขา ก็หวังว่าคนอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะเข้าใจในความเป็น

ตัวตนของผมมากขึ้น โดยหนังสือจะเน้นหนักในเรื่องการเปลี่ยนผ่านแต่ละช่วงเวลาของชีวิต และอย่างที่บอก ปักธงอนาคตจะให้น้ำหนักและปัจจัยเรื่องการตั้งพรรคการเมือง” ธนาธรกล่าว

เพราะฉะนั้น ฉันจึงถาม

ยึดอันดับต้นๆ ของอันดับหนังสือขายดีในบูธมติชนแทบทุกครั้ง สำหรับผลงาน ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ ของ หนุ่มเมืองจันท์ หรือ สรกล อดุลยานนท์ นักเขียนอารมณ์ดีผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนเสมอมา

คราวนี้เขามาพร้อมกับผลงานลำดับที่ 30 “เพราะฉะนั้น ฉันจึงถาม”

แว่วๆ มาว่าก่อนหน้านี้สำนักพิมพ์มติชนเปิดให้จองหนังสือผ่านช่องทางออนไลน์จำนวน 1,000 เล่ม พร้อมลายเซ็นของหนุ่มเมืองจันท์ ที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้ว

ไม่ถึง 1 วัน หรือจะเจาะจงให้ชัดกว่านั้นคือ หนังสือทั้ง 1,000 เล่ม ถูกจองหมดภายในระยะเวลาเพียง 6 ชั่วโมง

เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องถามว่า ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ ลำดับที่ 30 จะขายดีแค่ไหนในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งนี้

ส่วนที่มาที่ไปของหนังสือเล่มนี้ สุภชัย สุชาติสุธาธรรม หัวหน้ากองบรรณาธิการหนังสือไทย สำนักพิมพ์มติชน ระบุว่า เป็นแนวคิดของหนุ่มเมืองจันท์ ที่เชื่อว่า “คำถาม” สำคัญกว่า “คำตอบ” เพราะการตั้งคำถามมันเหมือนกับการตั้งเป้าหมายของชีวิต อาจจะเป็นเป้าหมายอะไรสักอย่างหนึ่งก็ได้ที่จะนำทางเราไปสู่คำตอบบางอย่าง

“สำหรับ ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ เล่มนี้ ยังคงสไตล์ของหนุ่มเมืองจันท์ไว้เช่นเดิม เป็นงานเขียนที่ให้แรงบันดาลใจ ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ ได้มุมคิดที่ดี และที่สำคัญคือสร้างพลังบวกให้กับผู้อ่านตามแบบฉบับหนังสือจิตวิทยา” สุภชัยอธิบาย

พุทธศักราชอัสดงฯ

และไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต

งานใหญ่อย่างนี้ คงขาดผลงานของ วีรพร นิติประภา ดับเบิลซีไรต์หญิงคนแรกของประเทศไทย ไม่ได้

หลังได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนหรือ “ซีไรต์” ประเภทนวนิยายปี 2558 จากเรื่อง “ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต” และล่าสุดคว้ารางวัลซีไรต์ประเภทเดียวกันในปี 2561 จากเรื่อง “พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ”

สร้างความภูมิใจให้กับนักเขียนและทีมงานจากสำนักพิมพ์มติชนเป็นอย่างมาก

“ถือเป็นเล่มที่ขาดไม่ได้ สำหรับหนังสือ พุทธศักราชอัสดงฯ

ผลงานของ วีรพร นิติประภา นักเขียนหญิงที่กลายเป็นตำนานและได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการวรรณกรรมไทยไปแล้ว ซึ่งหนังสือทั้ง 2 เล่มก็ยังเป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมและขายดีมาก มีแฟนหนังสือมารอคอยพบปะขอลายเซ็นมากมาย ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานภาคภูมิใจของสำนักพิมพ์มติชน” หัวหน้ากองบรรณาธิการหนังสือไทย สำนักพิมพ์มติชนกล่าว

สำหรับ “ไส้เดือนตาบอดฯ” และ “พุทธศักราชอัสดงฯ” เป็นผลงานที่ได้รับการยกย่องในเรื่องความน่าสนใจเชิงเนื้อหา และเอกลักษณ์ในการถ่ายทอดเรื่องราวแบบมีชั้นเชิงทางวรรณศิลป์

ด้วยเหตุนี้ นวนิยายทั้ง 2 เล่มจึงกลายเป็นผลงานที่หลายคนอยากได้มาครอบครอง

และติดอันดับหนังสือที่ผู้อ่านรุมล้อมอย่างคึกคัก

อิน-จัน แฝดสยาม Siamese Twins

ผลงานการรวบรวม-เรียบเรียง โดย พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม หรือบิ๊กแป๊ะ นายทหารระดับสูงผู้คร่ำหวอดกับงานความมั่นคงที่ต้องใช้ความรู้ทุกมิติ ทั้งการเมือง สังคม ประวัติศาสตร์ การต่างประเทศ และอื่นๆ หนังสือเล่มนี้รวบรวมเรื่องราวของ “แฝดสยาม” ผู้รอนแรมข้ามน้ำข้ามทะเล จาก “แม่กลอง” ประเทศไทย ไปสร้างชื่อในระดับโลก ด้วยรูปลักษณ์และไหวพริบปฏิภาณ ก่อนลงหลักปักฐาน กลายเป็นพลเมืองอเมริกัน ทายาทของแฝดสืบทอดเชื้อสายมาจนปัจจุบันด้วยนามตระกูล “บังเกอร์”

ในวาระครบรอบสัมพันธ์ 200 ปี ไทย-สหรัฐ มีการจัดงานเพื่อ

เฉลิมฉลองสายใยสองชาติ พล.อ.นิพัทธ์ผลักดันเรื่องของแฝดอิน-จันคนไทยที่กลายเป็นอเมริกัน เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของงาน โดนผ่านกระทรวงการต่างประเทศ และนายคันฉัตร ตันเสถียร ผวจ.สมุทรสงคราม ตั้งให้เข้าไปเป็นคณะทำงานต้อนรับทายาทตระกูลบังเกอร์ที่มาเยือนแม่กลอง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2561

ด้วยสำนวนภาษาคมคายแพรวพราว การตีความข้อมูลอย่างเฉียบขาด พล.อ.นิพัทธ์ประมวลเรื่องราวทั้งหมดจากอดีตเมื่อ 200 กว่าปีก่อน จนปัจจุบันคณะลูกหลานอิน-จัน มาเยี่ยมบ้านเกิดของต้นตระกูลไว้ในหนังสือขนาด 352 หน้า ทำให้เรื่องราวของอิน-จันกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตต่อเนื่องไม่ขาดสายจากอดีตจนปัจจุบัน

นักอ่านพันธุ์แท้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

วานนี้ที่สุขุมวิท

ความทรงจำอันงดงาม สนุกสนาน และภาพที่ไม่หวนคืนกลับมา

ผลงานสร้างสรรค์เล่มใหม่ของ ธงทอง จันทรางศุ

เล่มนี้ ธงทอง เลือกหยิบยกเรื่องเล่าในย่านสุขุมวิท เมื่อ พ.ศ.2504-2530 มาถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือ

“เป็นความพยายามของคนคนหนึ่งที่อยากจะบันทึกเรื่องราวอันเป็นประวัติศาสตร์ของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ในย่านถนนสุขุมวิท ตลอดไปจนถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสังคมไทยส่วนหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้” คือเหตุผลที่ทำให้ ธงทอง หยิบยกเรื่องราวของสุขุมวิทมาเล่า

“วานนี้ที่สุขุมวิท” เป็นเรื่องราวความทรงจำในวัยเด็กของธงทอง ที่เติบโตมาในย่านสุขุมวิท

ซึ่งเนื้อหาตลอด 272 หน้า สอดแทรกเรื่องราวความทรงจำ ความอบอุ่นและความน่ารักของผู้คนในขณะนั้นได้เป็นอย่างดี

ยอดกุนซือทะลุมิติ เล่ม 10

ปรับโหมดมาที่ “ยอดกุนซือทะลุมิติ เล่ม 10” นิยายย้อนอดีตแนวสืบสวนสอบสวนชื่อดังของจีน ผลงานของ มู่อี้ แปลโดย กระดิ่งหยก

ที่ดำเนินเรื่องมาจนถึงบทสรุปแล้ว

ยอดกุนซือทะลุมิติ เล่าถึงแพทย์นิติเวชในทีมตำรวจฝ่ายอาชญากรรมยุคสมัยปัจจุบัน จับพลัดจับผลูย้อนอดีตกลับไปอยู่ในร่างของนายน้อยเมิ่งเทียนฉู่แห่งสมัยราชวงศ์หมิงในคืนเข้าห้องหอกับบุตรสาวขุนนางบุ๋นของกรมโยธา

เขาใช้ความรู้ความชำนาญของโลกอนาคต ร่วมชันสูตรพลิกศพและคลี่คลายคดีสำคัญมากมาย

ในเล่มจบนี้นอกเหนือไปจากปริศนาอันมืดดำของคดีความ ยังมีเรื่องราวของการเมืองภายในราชสำนักและความรักของตัวเองกับ

เหล่าฮูหยิน

หากสงสัยว่าเรื่องเหล่านี้จะมีบทสรุปอย่างไร ติดตามอ่านได้ใน ยอดกุนซือทะลุมิติ เล่ม 10

ศาสตร์แห่งโหร ๒๕๖๒

นับเป็นตำราโหราศาสตร์ฉบับประชาชนที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะตรวจดวงชะตาได้ทุกราศี ตลอดจนจับตาดวงเมืองยุคเปลี่ยนผ่านว่า ประเทศจะรุ่งหรือจะร่วง? เศรษฐกิจจะรวนเรหรือไม่? ภัยธรรมชาติจะรุมเร้าหรือสังคมจะระส่ำระสายแค่ไหน? ชีวิตท่านจะดีหรือร้ายอย่างไร?

คำตอบทั้งหมดอยู่ใน ศาสตร์แห่งโหร ๒๕๖๒ ปีหมูสู้ๆ !!

เล่มนี้มาพร้อมหน้าปกสีแดงเข้ม สอดรับกับความเข้มข้น แม่นยำ ของเนื้อและคำทำนายโดย โหรชื่อดังทั้ง หมอทรัพย์ สวนพลู, บุศรินทร์ ปัทมาคม, โสรัจจะ นวลอยู่, พัฒนา พัฒนศิริ, ศ.ดุสิต, ฟองสนาน จามรจันทร์, ซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร, ซินแสหมิง ขงเบ้งเมืองไทย และหมอมีน ตีสิบ

เป็นอีกเล่มที่แนะนำว่าห้ามพลาด!

เผด็จการวิทยา

“เผด็จการวิทยา” ของ ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอีกผลงานที่มีเนื้อหาเข้มข้น หยิบยกเรื่องราวของระบอบ “เผด็จการ” มาพูดถึงอย่างเจาะลึก

หัวหน้ากองบรรณาธิการหนังสือไทย สำนักพิมพ์มติชน บอกว่า งานมหกรรมหนังสือครั้งนี้ หนังสือที่ได้รับความนิยมมากเป็นหนังสือการเมืองนอกจาก “ปักธงอนาคต” จะเป็นหนังสือที่มาแรงมาก ยังมีหนังสือการเมืองอีกหลายเล่มที่ได้รับความนิยม หนึ่งในนั้นคือ “เผด็จการวิทยา” ของ อ.พิชญ์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากคนรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไปที่อยากรู้ถึงที่มาที่ไปของระบอบเผด็จการระดับสากลทั่วโลก

“ตลอดจนวิวัฒนาการของระบอบนี้มีความเป็นมา เกิดขึ้น ดำรงอยู่อย่างไร แล้วในอนาคตระบอบนี้จะยังอยู่ไหม หรือเราจะอยู่ร่วมกับมันได้อย่างไร ซึ่ง อ.พิชญ์ได้คิดค้นวิจัยและเผยแพร่ในแง่มุมวิชาการ ที่จะทำให้ผู้อ่านได้รับรู้แนวคิดของการปกครองแบบเผด็จการในเชิงลึก”

สุภชัยอธิบาย

การเมืองในราชสำนักฝ่ายใน สมัยรัชกาลที่ ๕

เป็นเรื่องราวความรัก อำนาจ การเมือง กับการช่วงชิง ความเป็นใหญ่ของอิสตรี ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่ราชสำนักฝ่ายในมีบทบาทมากที่สุดสมัยหนึ่ง ในมุมมองของ ฉัตรดาว ลีเชวงวงศ์ ผู้เขียนหนังสือ “การเมืองในราชสำนักฝ่ายใน สมัยรัชกาลที่ ๕”

ด้วยความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม และอิทธิพลของชาติตะวันตกที่ส่งผลให้สตรีในราชสำนักฝ่ายใน พยายามสร้างบทบาทให้ตนเอง จนก้าวขึ้นมาในฐานะ “ผู้ปกครอง”

“การเมืองในราชสำนักฝ่ายใน สมัยรัชกาลที่ ๕” จึงเป็นหนังสือที่เผยให้เห็นถึงเรื่องราวชีวิตเร้นลับของเหล่าอิสตรีที่หวังช่วงชิงความเป็นใหญ่เหนือสตรีทั้งมวล

เลือดสีน้ำเงิน ซ้ายไม่จริง

ขวาไม่แท้ และประชาธิปไตยในอุดมคติ

ปิดท้ายด้วย “เลือดสีน้ำเงิน ซ้ายไม่จริง ขวาไม่แท้ และประชาธิปไตยในอุดมคติ” หนังสือประวัติศาสตร์การเมืองเล่มสำคัญ ของ ปฐมาวดี วิเชียรนิตย์

ที่หยิบยกความคิดของกลุ่มการเมือง “เลือดสีน้ำเงิน” ที่ยืนอยู่ฝ่าย ตรงข้ามกับ “คณะราษฎร” ซึ่งงานประวัติศาสตร์หลายชิ้นต่างนิยามให้กลุ่ม “เลือดสีน้ำเงิน” เป็นพวก “ปฏิปักษ์ปฏิวัติ”

หนังสือเล่มนี้จะพาไปค้นเบื้องลึกเบื้องหลังของกลุ่ม “เลือดสีน้ำเงิน” ตั้งแต่ภูมิหลัง บทบาท และการเคลื่อนไหว

สุภชัยบอกว่า หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเรื่องของฝ่ายรอยัลลิสต์ ในยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อปี 2475 ซึ่งกลุ่มนี้จะอยู่ขั้วตรงข้ามกับคณะราษฎร

“ประวัติศาสตร์ของคนกลุ่มนี้มีความน่าสนใจและน่าศึกษามาก เพราะว่าแนวคิดของกลุ่มคนเลือดสีน้ำเงินนี้ยังสืบทอดมาถึงปัจจุบัน ยังคนรุ่นต่อมา” สุภชัยกล่าวทิ้งท้าย

ทั้งหมดนี้คือหนังสือฮอต ประจำบูธมติชน โซนพลาซ่า

ใครยังไม่มีเล่มไหนจัดเลย!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ต๋อย ไตรภพ-เป๊ก สัณณ์ชัย-แม่ไฮโซกึ้ง’ รับรางวัลอาสาสมัครดีเด่น ปี 2561
บทความถัดไปก๋วยเตี๋ยวบุฟเฟ่ต์ อิ่มนี้ 45 บาท เติมได้ไม่อั้น คนแห่ชิม