‘ไพรด์ เฟสติวัล’ และ ‘World Insects Expo’ 2 ไอเดีย เด็กไทยชิงแผนอีเวนต์โลก

26.10.18 | 18:33 น.

“ไมซ์” (MICE) หรือธุรกิจการจัดประชุมและงานแสดงสินค้า ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป และยิ่งใกล้มากขึ้นเมื่อมีการจัดประกวดแผนธุรกิจการจัดกิจกรรมไมซ์ เพื่อเฟ้นหากลุ่มเยาวชนมากฝีมือสำหรับการเข้าแข่งขันบนเวทีระดับโลก อย่าง Asia MICE Youth Challenge 2018

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือทีเส็บ กล่าวว่า ประเทศไทยถือว่ามีพัฒนาการด้านศักยภาพของบุคลากรไมซ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคการศึกษา นอกจากจะมีการบรรจุหลักสูตร MICE 101 และ EVENT 101 ในการเรียนการสอนเพื่อปูพื้นฐานให้นักศึกษาเข้าใจธุรกิจไมซ์แล้ว ยังส่งเสริมให้นักศึกษาได้มีกิจกรรมเพิ่มขีดความสามารถให้ทัดเทียมระดับนานาชาติ

ล่าสุด ทีเส็บได้ร่วมกับสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) จัดการประกวดแผนธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติ MICE Youth Challenge ครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อคัดเลือก 2 ทีมไปแข่งขันในเวที the 4th AFECA Asia MICE Youth Challenge 2018 ในวันที่ 24 ตุลาคม นี้ เวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้เยาวชนจากหลายประเทศในเอเชียเข้าร่วมแข่งขันเพื่อแสดงศักยภาพการเป็นบุคลากรไมซ์รุ่นใหม่ ที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป

ผู้อำนวยการทีเส็บ บอกว่า ที่ผ่านมาเคยส่งเยาวชนไทยไปแข่งมาแล้ว 4 ครั้ง ครั้งล่าสุดไทยขึ้นมาถึงอันดับที่ 4 จาก 30 ทีม ถือว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กไทยได้พัฒนาความสามารถมากขึ้นไปอีก จึงจัดกิจกรรมประกวดในประเทศไทยขึ้น พร้อมมีการโค้ชโดยผู้เชี่ยวชาญจากธุรกิจไมซ์ ได้เยาวชนตัวแทน 2 ทีมจาก “มหาวิทยาลัยสยาม” และ “มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง” ไปแข่งขันระดับโลกที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันทั้งสิ้น 14 ทีม จาก 8 ประเทศ ได้แก่ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี มาเก๊า มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน และประเทศไทย โดยตัวแทนทั้ง 2 ทีมจะต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ ควบคู่กับการบริหารจัดการเชิงธุรกิจของการจัดกิจกรรมไมซ์

“ที่สำคัญคือ ต้องแสดงให้คณะกรรมการเชื่อมั่นให้ได้ว่าทำไมประเทศไทยจึงเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว โดยจะมีเวลาในการนำเสนอแผนงาน 6 นาทีด้วยรูปแบบที่ถนัด และตอบคำถามอีก 2 นาที ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญเพราะอาจจะเจอคำถามแปลกๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากคณะกรรมการมาจากหลายประเทศ หลายวัฒนธรรม”

Advertisement
ทีมสยาม ซูเปอร์ เกิร์ลส มหาวิทยาลัยสยาม

ทางด้าน ธนกฤต ขนอม นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะการจัดการ สาขาการจัดการอุตสาหกรรมการบริการ ตัวแทนมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นำเสนอแผนธุรกิจงาน “พัทยา ไพรด์ เฟสติวัล 2019” (Pattaya Pride Festival 2018) โดยชูจุดเด่นของประเทศไทยด้านการยอมรับความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBT จึงนำเสนอการแปลงโฉมเมืองพัทยาให้จัดงานระดับสากล สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกลุ่ม LGBT

“ช่วงการทำแผนงานนั้นลองผิดลองถูกหลายรูปแบบ มีการแบ่งงานกันทำตามแต่ละคนถนัด อาทิ เรื่องการใช้สื่อที่จะเผยแพร่ การหาข้อมูลงานเกี่ยวกับ LGBT จากทั่วโลก อัพเดตกระแสเรื่องราวต่างๆ ที่กำลังมาแรง เพื่อให้แผนธุรกิจสมบูรณ์ที่สุด โดยในรอบเอเชียที่กำลังจะไปแข่งขันนี้เราได้พัฒนาด้านเนื้อหาและรูปแบบกิจกรรมให้ครบสมบูรณ์มากขึ้น มีการเตรียมแผนสองรองรับในกรณีถูกกรรมการถามถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การสร้างสรรค์กิจกรรมเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มที่ไม่ใช่ LGBT แต่ก็สามารถมา สนุกกับงานของเราได้

“การได้มีโอกาสเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้เสมือนเป็นการเปิดประตูเข้าสู่โลกของธุรกิจไมซ์อย่างจริงจังมากขึ้น เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ตัวเอง และนำไปบอกเล่าต่อให้คนรอบตัวได้เข้าใจถึงธุรกิจไมซ์ มีผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำให้ความรู้ในด้านต่างๆ ที่ไม่เคยทราบมาก่อน เรียกได้ว่างานนี้เปลี่ยนความคิดเดิมๆ ของตัวเองไปเลย ไมซ์ยังมีอะไรมากกว่าที่เราเคยเรียนมาอีกมาก และคิดว่าการไปร่วมแข่งปลายเดือนนี้จะทำให้เราได้ประสบการณ์และความรู้ดีๆ เพิ่มขึ้นอีกแน่นอน”

ขณะที่ ปาริชาติ ลิ้มประกอบศิลป์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขา Service Industry Management มหาวิทยาลัยสยาม ตัวแทนจากทีม “สยาม ซูเปอร์ เกิร์ลส” (Siam Super Girls) นำเสนอแผนการจัดงาน The 1st World Insects Expo 2019 เล่าว่า แมลงถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง ทำตลาดได้ดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับประเทศได้ อย่างน่าสนใจ จึงต้องการนำเสนอมุมมองใหม่เกี่ยวกับแมลง เพราะไม่ได้เป็นแค่อาหารทางเลือกที่มีโปรตีนสูงเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของแฟชั่น ยารักษาโรค และเทคโนโลยี

“ในประเทศไทยยังไม่เคยมีใครจัดงานเอ็กซ์โปที่เกี่ยวกับแมลงมาก่อน จึงคิดว่าเป็นหัวข้อที่น่าสนใจและอยากให้ต่างประเทศเห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมดังกล่าวด้วย” โดยกระบวนการจัดทำแผนธุรกิจนั้นใช้เวลากว่า 3 เดือน ในการค้นหาข้อมูล ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และพัทยา พูดคุยกับเจ้าของโรงงาน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติถึงความรู้สึกของการกินแมลง เพื่อให้ได้เนื้อหาด้านประสบการณ์ที่แตกต่างกัน

“จุดที่ยากที่สุดคงเป็นการนำข้อมูลที่ได้มารวมกันและกลั่นกรองออกมาเป็นแผนธุรกิจ และก่อนจะไปถึงเวทีเอเชียนั้นได้พัฒนาแผนทางด้านการตลาด การเพิ่มเติมเรื่องสื่อประชาสัมพันธ์ อาทิ เว็บไซต์ให้ข้อมูลและแผ่นพับภายในงาน ปรับกลยุทธ์และงบประมาณการจัดงานให้เหมาะสม พร้อมทั้งเตรียมข้อมูลสำหรับการตอบคำถามกรรมการที่มีเวลาเพียงแค่ 2 นาที แต่ต้องแสดงให้เห็นถึงจุดเด่นของแผนธุรกิจและประเทศไทยในการจัดงานนี้ให้ได้” และว่า

การเข้าร่วมแข่งขันทำให้เห็นถึงโอกาสเติบโตในสายงานธุรกิจไมซ์ ทำให้มีเป้าหมายในอนาคตชัดเจนมากขึ้น และเชื่อว่าการจะได้ไปเจอนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยของประเทศอื่นๆ ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ยังเชื่อมเครือข่ายไมซ์เพื่อให้เกิดประโยชน์ในอนาคตด้วย