เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ศ. ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยแพร่ภาพและข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางไปยังเมืองอัลไต โดยใช้เส้นทางผ่านคาซัคสถาน พร้อมระบุว่าเป็นการเดินทางเพื่อสืบค้นบรรพชนไทยแท้
ศ. ดร. ชาญวิทย์ ได้บรรยายถึงบรรยากาศโดยทั่วไปของสนามบินซึ่งมีเที่ยวบินไปถึงวันละ 3 เที่ยว ภายในเมืองมีความสงบ เงียบ และอากาศหนาว โดยในวันนี้มีหิมะตกลงมาอย่างต่อเนื่องบนเส้นทางระหว่างเมืองปู้เอ้อจินและสนามบินอาเล่อไถ่ เมืองอัลไต
“ตัวจีน 3 ตัว อ่านว่า อาเลอไถ่ หรือ อัลไต มีตัวอารบิก ภาษาอุยรกู อ่านว่าอัลไต แปลว่าภูเขาทอง คำดั้งเดิมอยู่ในตระกูลเติร์ก” อดีตอธิการบดีธรรมศาสตร์ระบุ
ทั้งนี้ในการออกเดินทางเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ศ. ดร. ชาญวิทย์ ได้สวมเสื้อสีขาว มีลายปักข้อความว่า ‘ไม่ได้มาจากอัลไต’
สำหรับแนวคิดเรื่องคนไทยมาจากเทือกเขาอัลไตที่รับรู้อย่างกว้างขวางในสังคมไทย มีที่มาจากหนังสือ ‘หลักไทย’ ของขุนวิจิตรมาตรา ซึ่งในภายหลังพบว่า ไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง กระทั่งถูกยกเลิกจากแบบเรียนไปในที่สุด แต่กลับมาฮือฮาอีกครั้ง เมื่อพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ‘คนไทยอพยพมาจากเทือกเขาอัลไต’ ทำให้ประเด็นดังกล่าวเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง
(ภาพและข่าวจาก มติชนออนไลน์ วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม 2561)
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ทอดน่องท่องเทือกเขาอัลไต ใส่เสื้อยืดมีลายอักษรข้อความ “ไม่ได้มาจากอัลไต”
เสมือนตอบโต้ประวัติศาสตร์ไทยของทางการว่า บรรพชนคนไทย เชื้อชาติไทยแท้ มีถิ่นกำเนิดเทือกเขาอัลไต แล้วถูกรุกรานต้องถอยร่นลงทางใต้ จนถึงบริเวณประเทศไทยทุกวันนี้
อาจารย์มหาวิทยาลัยบางแห่งทุกวันนี้ยังสอนว่าคนไทยมาจากอัลไต, คนไทยเจ้าของอาณาจักรน่านเจ้า, กรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย ฯลฯ
เหมือนอาจารย์มหาวิทยาลัยเหล่านั้น บอกว่า “ข้าฯ จะขอเชื่อว่า ‘โลกแบน’ ตลอดไป” ตามชื่อข้อเขียนในคอลัมน์ “ภาพเก่าเล่าตำนาน” ของ พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก (ในมติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2561 หน้า 15) ที่จบด้วยข้อความมีพลังอย่างยิ่งว่า
“ผมไม่เคยรังเกียจ หรือตื่นเต้นกับคนที่เชื่อว่าโลกแบน เพราะคนแบบนี้มีอยู่จริงในทุกสังคม ลองมองไปรอบๆ ตัวนะครับ ยอมรับได้ อยู่ด้วยกันได้ ไม่ต้องเกลียดกัน ไม่ต้องไปคิดแก้ไขความคิดของพวกโลกแบนให้เหนื่อยเปล่า
ขออย่างเดียว…อย่าสะเออะมาบังคับให้ผมเชื่อว่า โลกแบน”

