ประสานักดูนก : เรื่องราวของนักล่า : นกอินทรีเล็ก : โดย นสพ.ไชยยันต์ เกษรดอกบัว

4.11.18 | 13:09 น.
นกอินทรีเล็ก

ทริปดูเหยี่ยวอพยพที่เขาเรดาร์และเขาดินสอ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในช่วงปลายฤดู ทัพใหญ่ของ “เหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ” ก็เดินทางฝ่าพายุฝนหลังเทศกาลออกพรรษาถึงภาคใต้ ในวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2561 ทีมนับเหยี่ยวอพยพเขาเรดาร์ ที่ประกอบด้วยลุงพันลี้ สมาชิก อบต.ไชยราช จ.ประจวบคีรีขันธ์ และอาสาสมัครนักดูนกจากประเทศสิงคโปร์ นับทัพหลวงทัพแรกของเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำได้กว่า 10,000 ตัว!

นับจากนี้นอกจากทัพใหญ่ของเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำกว่า 1 แสนตัว จะมี rarity เหยี่ยวและนกอินทรีหายากพาเหรดกันผ่านภาคใต้มากขึ้น ซึ่งเป็นที่หมายตาของนักดูนก ถ่ายภาพนกจากทุกสารทิศ ทั้งไทยและเทศ เช่น นกอินทรีเล็ก ที่จะพบเห็นไม่ยากในแต่ละวัน ณ จุดดูเหยี่ยวอพยพ เพราะนกอพยพผ่านนับร้อยตัวตลอดฤดูกาล จากเดิมที่ถูกระบุสถานภาพว่าหายากมาก หรือพลัดหลงในหนังสือดูนกเล่มเก่าๆ

แต่การสำรวจเหยี่ยวอพยพอย่างต่อเนื่อง ณ เขาเรดาร์ ตั้งแต่ พ.ศ.2548 ในฤดูกาลอพยพต้นหนาว จึงทราบว่านกอินทรีเล็ก หาได้พบเห็นยากเย็น แต่สามารถพบเห็นได้เป็นประจำทุกปี และอพยพผ่านลงใต้ไปประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์เป็นประจำทุกปี นอกจากนกอินทรีเล็ก ชุดขนสีเข้มที่พบเห็นบ่อยที่สุดแล้ว ยังมีโอกาสพบนกชุดขนสีจาง ที่ขนลำตัว ขนคลุมใต้ปีก และแผ่นหลังเป็นสีขาวครีม แทนที่จะเป็นสีน้ำตาลเข้ม ก็พบได้เพียงแต่ในสัดส่วนที่น้อยกว่าชุดขนสีเข้ม

ถ้าพิจารณาจากชื่อไทย ก็พอจะนึกออกถึงขนาดของตัวนกอินทรีว่าขนาดเล็กกว่านกอินทรีแท้ทั่วไปที่มีขนคลุมแข้งจรดข้อเท้า อาทิ นกอินทรีปีกลาย นกอินทรีทุ่งหญ้าสเต็ป หรือนกอินทรีหัวไหล่ขาวที่เป็นนกอินทรีอพยพขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่นกอินทรีเล็กถือเป็นน้องนุชสุดท้องที่ขนาดใกล้เคียงกับเหยี่ยวดำใหญ่ ที่แข้งเปลือยไม่มีขน และที่สำคัญปลายหางเว้าเข้าหาตัว คล้ายหางปลา ในขณะที่นกอินทรีเล็กมีปลายหางตัด ถ้าแผ่ออก ก็จะคล้ายพัดจีน

นอกจากนั้น นกอินทรีเล็กจะมีจุดจำแนกที่สำคัญที่พบในทุกชุดขนคือ จุดสีจางที่ซอกคอ 1 ด้าน หรือ Landing light มองเห็นได้แต่ไกล ไม่ว่านกบินเข้าหาแบบ headon หรือบินผ่านข้างๆ อย่างไรก็ตาม จุดสีจางนี้อาจจะพบในเหยี่ยวอพยพชนิดอื่นอีกหลายชนิด อาทิ เหยี่ยวผึ้ง เหยี่ยวทุ่ง ถ้าขนลำตัวบริเวณซอกคอหลุดออกไป ทำให้มองเห็นขนอุยด้านล่างสีขาวเด่นขึ้น จึงต้องระวังอย่าสับสน ด้วยการส่องดูเงาร่างขณะบินของนกอินทรีด้วย เพราะนกอินทรี เวลาร่อนลมร้อน จะกดปีกโค้งโก่งคล้ายคันธนู ปลายปีกงอนขึ้นเล็กน้อย อันเป็นการจัดระนาบปีกที่ต่างจากเหยี่ยวผึ้ง ที่ระนาบปีกเป็นเส้นตรง หรือยกปีกเหนือลำตัวเป็นตัววี ของเหยี่ยวทุ่ง

Advertisement

วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม สมาชิกดูเหยี่ยวอพยพที่ตั้งใจเดินทางมาร่วมทริปจากประเทศอินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ก็มีโอกาสได้ชมความสง่างามของนกอินทรีเล็กในภาพ ที่ลอยขึ้นมาจากสวนปาล์มข้างเขาเรดาร์ ซึ่งมีพื้นที่โล่งและกลายเป็น “ทุ่งสังหาร” ในการล่าเหยื่อของเหยี่ยวดำใหญ่หลายตัวที่อพยพมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ตลอดฤดูหนาว มองหาหนูในสวนปาล์มเพื่อจับกินเป็นอาหาร นกอินทรีเล็กตัวนี้จึงร่อนตามเหยี่ยวดำใหญ่ขึ้นมา เพราะนอกจากนกพิราบ นกยางกรอกแล้วนกอินทรีเล็กก็ล่าหนูเช่นกัน

จะเห็นว่านกอพยพต้องปรับตัวและรู้จักเลือกสภาพของถิ่นอาศัยที่เอื้อต่อการล่าเพื่อดำรงชีวิตระหว่างการเดินทางย้ายถิ่น ไม่เช่นนั้นคงหมดแรง อดตายก่อนถึงที่หมายในถิ่นอาศัยใต้เส้นศูนย์สูตร

(ข้อมูลเพิ่มเติม ที่ http://www.birdsofthailand.org/node/166)