เพิ่งผ่านวันฮัลโลวีน ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวตะวันตก
เชื่อว่าวันดังกล่าวซึ่งเป็นสิ้นปีเก่าในวันที่ 31 ตุลาคม สู่ปีใหม่คือวันที่ 1 พฤศจิกายนนั้น
ประตูเมืองผีจะเชื่อมต่อกับประตูเมืองมนุษย์
เมื่อประตูเชื่อมต่อกัน บรรดาวิญญาณก็จะเข้ามาหาร่างคนเป็นสิง ทำให้คนเป็นกลัว จึงต้องแปลงกายตบตา
นั่นคือดับไฟให้มืด แล้วแต่งกายเลียนแบบผี เพื่อให้วิญญาณไม่รู้ว่านี่คือมนุษย์
ความเชื่อเรื่องวิญญาณเช่นนี้มีกันทั่วโลก
ความเชื่อเรื่องโชคลางก็เช่นกัน
วันก่อนวารสารญี่ปุ่นส่งเรื่องวัตถุมงคลของญี่ปุ่นมาให้อ่าน
พลิกไปพลิกมา บางเรื่องรู้แล้ว บางเรื่องยังไม่รู้ จึงขอคัดมาเล่าสู่กันฟัง
วัตถุมงคลของญี่ปุ่นที่เด่นๆ ก็มีอาทิ แมวกวัก หรือ “มะเนะกิเนะโกะ”
คนไทยคงรู้จักกันดีอยู่แล้ว เพราะเห็นร้านค้าหลายแห่งนำไปวางหน้าร้าน
เข้าใจว่ามีสรรพคุณเหมือนกับนางกวักของไทย
กวักเงินกวักทอง กวักโชคลาภมาให้
นอกจากแมวกวักแล้ว ญี่ปุ่นยังมี “ตุ๊กตาดะรุมะ”
ตุ๊กตานี้มีสีแดงสดคล้ายสีผิวของพระโพธิธรรม ผู้ก่อตั้งนิกายเซน ในช่วงศตวรรษที่ 6
ตามตำนานเล่าว่า ขาของท่านสูญเสียการทำงาน เพราะนั่งสมาธินาน
ตุ๊กตาดะรุมะจึงไม่มีขา แต่ทำเป็นตุ๊กตาล้มลุก ถือเป็นเครื่องรางนำโชคลาภมาให้
นอกจากวัตถุมงคลแล้วญี่ปุ่นยังมี “สัตว์มงคล”
“นกกระเรียนและเต่า” มีความหมายว่า อายุยืนยาว และการครองคู่กันยาวนาน
เพราะกระเรียนมีอายุเฉลี่ยยาว ในยุคเอโดะมีการพับนกกระเรียนพันตัวเพื่อขอพรให้หายจากโรคภัย
ส่วนเต่านั้น มีอายุยืนยาวและยังเป็นสัญลักษณ์ของความรู้ด้วย
ต่อมา คือ “กบ” ภาษาญี่ปุ่นออกเสียง “คะเอะรุ” พ้องกับเสียงคำที่มีความหมายว่า “เดินทางกลับ”
จึงมีการตีความเป็นเรื่องโชคว่า จะได้เงินคืน จะได้รับโชคดี
จะได้เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ
ขณะที่ “นกฮูก” ภาษาญี่ปุ่นออกเสียงว่า “ฟุคโร” พ้องเสียงกับคำที่มีความหมายว่า โชคลาภไหลมา
นกฮูก จึงเป็นสัตว์มงคลด้านโชคลาภ
สมัยโบราณ นกฮูกยังเป็นตัวแทนของเทพเจ้าความรู้ และผู้ปกปักรักษาป่า
เป็นสัญลักษณ์ขับไล่ความชั่วร้าย
นอกจากวัตถุมงคล และสัตว์มงคลแล้ว ญี่ปุ่นยังมีความเชื่อเกี่ยวกับ “เกลือ”
เชื่อว่า เกลือช่วยขับไล่ความชั่วร้าย
หลายคนที่เดินทางไปญี่ปุ่นคงเคยเห็นร้านค้าเอาเกลือกองพูนเป็นรูปภูเขาบนจาน
เขาทำอย่างนั้น เพื่อรับเอาสิ่งมงคลเข้าร้าน
แม้แต่กีฬายอดฮิตของญี่ปุ่น คือ กีฬาซูโม่ ก่อนที่นักกีฬาจะลงแข่งขัน เหล่าซูโม่จะโรยเกลือไปบนสังเวียน
เชื่อกันว่า เกลือจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป และอำนวยพรให้ผู้แข่งขัน
แต่อีกความเชื่อหนึ่งระบุว่า เกลือช่วยฆ่าเชื้อโรคในบาดแผลที่เกิดจากการต่อสู้บนสังเวียน
อ้าว ไหนๆ ก็ว่ากันด้วยเรื่องมงคลแล้ว “วัตถุอวมงคล” ญี่ปุ่นก็มีนะ
เขาเตือนว่า ในงานมงคลอย่ามอบ “ชาเขียว” เป็นของขวัญ เพราะชาเขียวนิยมนำมาใช้เป็นของชำร่วยในงานศพ
หรือ “หวี” ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียง “คุชิ” พ้องเสียงกับคำที่มีความหมายว่า ทุกข์ทรมาน และความตาย
ชาวญี่ปุ่นจึงไม่มอบหวีให้ในงานมงคล
ผ้าขาวก็เช่นกัน เขาถือเป็นวัตถุอวมงคลเพราะใช้คลุมศพ
ไฟแช็ก ที่เขี่ยบุหรี่ ไม่ควรมอบให้ในงานเปิดกิจการ หรือขึ้นบ้านใหม่ เพราะเกี่ยวกับไฟ
ดอกไม้ที่งดเยี่ยมผู้ป่วย คือ ดอกเบญจมาศ ส่วนสีที่เป็นอัปมงคล คือ สีดำ
เพราะเชื่อว่าสีดำหมายถึงความตาย
สรุปว่าอะไรที่เกี่ยวกับความตาย วิญญาณ หรือไร้ชีวิต ทั่วโลกมองว่าไม่ดี
ขณะที่การมีชีวิตอยู่รอดได้ คือ สิ่งที่เป็นมงคล
หากเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่าทุกคนล้วนมี “มงคล” อยู่กับตัวอยู่แล้ว
เพราะทุกคนมีชีวิต ทุกคนควรรักษาชีวิตไว้
เพื่อเป็นมงคลสำหรับตัวเองตลอดไป

