ไม่นานมานี้ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดกิจกรรมแฟมทริป เปิดตัวโครงการ “ไมซ์เพื่อชุมชน” พร้อมชวนสื่อมวลชนและผู้แทนองค์กรเครือข่าย “อนาคตไทย” กว่าหกสิบชีวิตเยือน “สหกรณ์การเกษตรบ้านลาด จ.เพชรบุรี” สถานที่นำร่องสหกรณ์ 37 แห่ง ในการเตรียมพร้อมเป็นที่จัดการประชุม ศึกษาดูงาน หรือกิจกรรมเรียนรู้นอกสถานที่ ตามนโยบายรัฐที่มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศโดยใช้ “ไมซ์” เป็นตัวขับเคลื่อนการสร้างอาชีพให้แก่ชาวบ้าน
ทั้งยังพาชมโรงงานบรรจุและแปรรูปกล้วยหอมทอง ชมสวนตาลโตนดที่เป็นของเกษตรกรดีเด่นในอำเภอบ้านลาด พร้อมขั้นตอนการขึ้นตาลและการแปรรูปที่ชาวอำเภอบ้านลาดสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผอ.ทีเส็บ เปิดเผยว่า ในฐานะที่ทีเส็บเป็นผู้ก่อตั้งโครงการไมซ์เพื่อชุมชน เรามีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาแหล่งศึกษาดูงานแห่งใหม่ในประเทศ โดยใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน เพื่อช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นเป็นหลัก พร้อมสร้างเครือข่ายมาเป็นพลังผลักดันและเชิญชวนตัวแทนภาคีพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคสังคม ตลอดจนเหล่าธนาคารและสภาหอการค้าไทย ในการใช้สถานที่สหกรณ์เป็นแหล่งศึกษาดูงานและจัดประชุม โดยที่มีแนวคิดว่า การจัดประชุมสัมมนาเพื่อธุรกิจไม่จำเป็นต้องจัดที่โรงแรมเสมอไป
“อยากให้หน่วยงานที่มีความประสงค์จะจัดการประชุมทางธุรกิจและหาแหล่งศึกษาดูงานใหม่ๆ แวะเวียนเข้ามาในสหกรณ์ โดยการจัดประชุมแต่ละครั้งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจ แลกเปลี่ยนข้อมูลการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการนำวิสัยทัศน์องค์กรมาปรับใช้ ทั้งยังสนับสนุนการตลาดของเกษตรกร กล่าวคือ ระหว่างเดินทางไปจุดหมายปลายทางสามารถแวะเวียนมาศึกษาดูงานที่สหกรณ์ได้ ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่า สหกรณ์เองจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดประชุมที่องค์กรต่างๆ จะพลาดไม่ได้”

ขณะเดียวกัน ทีเส็บได้คัดเลือกสหกรณ์ที่มีความพร้อมจำนวน 37 แห่งทั่วประเทศ ทั้งหมดล้วนเป็นสหกรณ์การเกษตร นอกจากนี้ ยังจัดทำหนังสือแนะนำสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงข้อมูลความเหมาะสมต่อประเภทการจัดงานให้สอดคล้องกับแต่ละสหกรณ์อีกด้วย
พิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กิจกรรมแฟมทริปครั้งนี้เป็นเพียง “น้ำจิ้ม” ของการเปิดตัว “ไมซ์เพื่อชุมชน” วันนี้ทุกคนคงเห็นแล้วว่าระหว่าง “ไมซ์” กับสหกรณ์การเกษตรสามารถเกื้อหนุนผลประโยชน์กันได้ โดยพยายามทำให้หลายฝ่ายเห็นเป็นตัวอย่างว่าสหกรณ์ก็สามารถทำได้เช่นกัน หากโครงการนี้ประสบผลสำเร็จ เชื่อว่าสหกรณ์การเกษตรที่คัดเลือกไว้จะสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ในอนาคตอาจขยายผลไปถึงสหกรณ์ทั่วประเทศก็เป็นได้
“เราหวังว่าโครงการไมซ์เพื่อชุมชนจะเป็นประโยชน์ระยะยาวในการต่อยอดธุรกิจให้กับสหกรณ์ ทั้งการเพิ่มช่องทางการตลาด การพัฒนาดีไซน์รูปแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการแบ่งปันความรู้ที่ทันสมัยของเอกชน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้สมาชิกสหกรณ์เกิดความเข้าใจและพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบัน อันจะส่งผลให้สมาชิกสหกรณ์มีโอกาสในการพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้เพิ่ม และยกระดับความเข้มแข็งของชุมชนให้เกิดความยั่งยืนในที่สุด”
ด้าน ศิริชัย จันทร์นาค ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด กล่าวว่า เราถือเป็นสหกรณ์ที่เริ่มต้นชูโรงโครงการไมซ์เพื่อชุมชน อีกทั้งเป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่และมั่นคง มีสินค้าการเกษตรที่โด่งดังหลากหลาย อาทิ ผลิตภัณฑ์ทองม้วนจากต้นตาลโตนด ละมุด นอกจากนี้คือกล้วยหอมทองที่ส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น พร้อมได้รับการโหวตว่าเป็นกล้วยหอมที่รสชาติดีที่สุดของเขา ด้วยเหตุนี้จึงเปิดพื้นที่สหกรณ์การเกษตรบ้านลาดเป็นแหล่งศึกษาดูงาน ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมากต่อองค์กรธุรกิจที่มาในวันนี้
“เรามีวิทยากรซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมควบคุมดูแลที่มีประสบการณ์สูง คอยให้คำแนะนำเกษตรกรตั้งแต่การควบคุมคุณภาพของแปลง วิธีการเพาะปลูก จนถึงการเก็บเกี่ยว โดยให้จดบันทึกอย่างละเอียดทุกขั้นตอน นอกจากนี้ ยังมีการบันทึกข้อมูลย้อนหลังด้วยคิวอาร์โค้ด เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย เป็นวิธีการสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรบ้านลาดให้แก่ผู้บริโภค”
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของสหกรณ์มีปัจจัยสำคัญคือการมีส่วนร่วมของสมาชิก ตั้งแต่การผลิต เก็บเกี่ยว ไปจนถึงการส่งขายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ เกิดเป็นอัตลักษณ์ที่เราพยายามทำให้เขาเกิดความรักและศรัทธาในชุมชนสหกรณ์ ทำให้เกิดโครงสร้างที่แข็งแรงต่อไป

