คนพันธุ์มิลเลนเนียล คอลัมน์ นอกลู่ในทาง

10.11.18 | 23:18 น.

คนไทยรุ่นใหม่ใช้เวลากับโลกออนไลน์จนเรียกได้ว่าเป็นชนเผ่าสังคมก้มหน้าอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง หรือนอน (ถ้ายังไม่หลับ) เป็นต้องออนไลน์ผ่านหน้าจอมือถือ

พฤติกรรม ความคิด ความเชื่อ และความชอบของผู้บริโภคปัจจุบันจึงเปลี่ยนแปลงและแตกต่างไปจากอดีตมาก

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เฟลชแมน ฮิลลาร์ด ประเทศไทย ร่วมกับทีมโกลบัลอินเทลลิเจนซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำวิจัยศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับอินไซต์ของตลาดและผู้บริโภค ทำการสำรวจกลุ่มคนไทยยุคมิลเลนเนียล (อายุ 25-37 ปี) 500 คนทั่วประเทศ เกี่ยวกับความเชื่อ ทัศนคติ และมุมมองต่อสังคม

ผลสำรวจระบุว่า คนหนุ่มสาวยุคใหม่มีนิยามความสำเร็จและความสุขที่ต่างออกไป แสวงหาความเปลี่ยนแปลงในสังคม และไม่ยึดติดแบรนด์

แม้ผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 70% จะยอมรับว่า “เงิน” คือตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจนที่สุด และอีกกว่า 87% รู้สึกดีที่ได้ใช้จ่ายเพื่อปรนเปรอตนเอง แต่พวกเขากลับบอกว่า แม้ “เงิน” จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ แต่หากมีความชัดเจนกับความต้องการของตนเองมากพอจะไม่มองว่า “เงิน” สำคัญมากกว่า “ความสุข” ในชีวิต

Advertisement

พวกเขายังให้ความเห็นต่อนิยามความสุขด้วยว่า คือการมีสุขภาพที่ดี (67%) การมีเวลาให้กับตนเอง และความมีอิสระในการใช้ชีวิต (67%) ขณะที่สัดส่วนของมนุษย์มิลเลนเนียลที่ให้ความสำคัญกับการออมเงิน มีราว 55%

ไม่ใช่เท่านั้น หนุ่มสาวยุคมิลเลนเนียลยังให้ความสำคัญกับการแสดงความเป็นตัวตนที่ชัดเจนของตนเอง โดย 79% พร้อมจ่ายมากกว่าให้กับ “สินค้าและบริการ” หากแบรนด์นั้นตอบสนองความต้องการเฉพาะของพวกเขาได้

แบรนด์สินค้า 5 อันดับแรกที่สร้างโอกาสได้ดีในการสร้าง personalized brand ได้แก่ สินค้ากลุ่มอาหาร, ผู้ให้บริการโทรคมนาคม, สินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์, ธนาคาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

แม้จะชื่นชอบแบรนด์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัว แต่มองว่าความเป็นปัจเจกของพวกเขาไม่สามารถตอบสนองได้ด้วยแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง และ 84% ของหนุ่มสาวยุคนี้ใช้ “แฟชั่น” เป็นเครื่องแสดงตัวตน จึงแสวงหากิจกรรม ดนตรี และเสื้อผ้าที่ต่างไปจากกระแสนิยม

ผลสำรวจยังพบด้วยว่า ชาวมิลเลนเนียลอยากใช้เวลาอยู่กับตนเองมากถึง 86% แม้จะชอบติดต่อกับเพื่อนผ่านโซเชียลมีเดียตลอดเวลา แต่กลับให้น้ำหนักกับการออกไปสังสรรค์กับเพื่อนแค่ 21%

พวกเขายอมรับด้วยว่าให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และให้ความสำคัญกับการแสดงความเป็นตัวตนบนโลกออนไลน์มากกว่าโลกในความเป็นจริงถึง 56%

ผู้ตอบแบบสำรวจ 65% ระบุว่า ใช้เวลาไปกับการดูแลสุขภาพเพื่อให้ดูดีบนโลกโซเชียล ขณะที่ 56% เชื่อว่าโลกโซเชียล และแอพพลิเคชั่นต่างๆ เป็นสื่อกลางที่ทำให้ได้เจอกับความสัมพันธ์ และมิตรภาพที่ดี

มนุษย์มิลเลนเนียลยังแสวงหาความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ในสังคม ได้แก่ อิสรภาพในการใช้ชีวิตควบคู่กับการทำงานผ่านเทคโนโลยีในทุกสถานที่ทั่วโลก ความเท่าเทียมในสังคมผ่านมิติความหลากหลายทางเพศ ศาสนา เชื้อชาติ และวัฒนธรรม การเมืองที่มุ่งตอบสนองต่อประชาชนส่วนใหญ่

พวกเขาเชื่อมั่นกับอนาคตของประเทศไทยว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น โดยผู้ชายชาวมิลเลนเนียล (42%) มั่นใจในอนาคตของประเทศมากกว่าผู้หญิงชาวมิลเลนเนียล (28%)

ด้วยความที่คนกลุ่มนี้อายุ 25-37 ปี ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน และเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมทำให้แบรนด์ต่างๆ ให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้มาก ทั้งเป็นกลุ่มที่มีความซับซ้อน มีความต้องการและทัศนคติที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองขั้ว โดยแม้จะกล้าใช้จ่ายกับสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการ แต่ในเวลาเดียวกันก็คำนึงถึงปัจจัยด้าน “ราคา” มากด้วยเช่นกัน

อีกผลศึกษาทำโดยยักษ์โซเชียลเน็ตเวิร์กโลก

“เฟซบุ๊ก” เจาะจงไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลาง (Emerging Middle Class) ในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“เฟซบุ๊ก” พบ 4 แนวโน้ม ได้แก่ 1.การเลือกที่จะเป็นตัวของตัวตนเอง ซึ่งต่างไปจากคนรุ่นก่อน เทคโนโลยี “ดิจิทัล” ช่วยให้พวกเขาเข้าถึงแหล่งข้อมูล และเลือกที่จะมีตัวตนและอัตลักษณ์ที่ทันสมัย โดยยังยึดถือคุณค่าทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม

2.การเลือกเข้ากลุ่มทางสังคม พื้นที่บนโลกออนไลน์หลอมรวมผู้คนเข้าไว้ด้วยกันด้วยความสนใจหรืองานอดิเรกที่เหมือนกัน โดยไม่มีข้อจำกัดทางกายภาพและสถานที่ ทำให้ชุมชนบนโลกออนไลน์หล่อหลอมทัศนคติ พฤติกรรม และมุมมองต่อโลกได้ด้วย

3.การเลือกตามความฝัน ภาวะเศรษฐกิจสังคมเดิมเป็นข้อจำกัดของโอกาส แต่พื้นที่บนโลกออนไลน์ช่วยให้ความมุ่งหวังกลายเป็นฝันที่เป็นจริงได้ และ 4.การเลือกเติมเต็มความสุข กลุ่มผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางมีความซับซ้อนมากขึ้นในด้านพฤติกรรมการใช้จ่าย รวมถึงวิธีหรือช่องทาง คนกลุ่มนี้จะเลือกซื้อสิ่งที่เติมเต็มความสุข ได้แก่ ความงาม การท่องเที่ยว ประสบการณ์ และสินค้าแบรนด์ต่างๆ

“จอห์น แวกเนอร์” กรรมการผู้จัดการ เฟซบุ๊ก ประเทศไทย กล่าวว่า การแพร่หลายของสื่อดิจิทัลช่วยเปิดโลกแห่งโอกาสให้ผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางที่มีรายได้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น ใส่ใจในสิ่งที่พวกเขาซื้อมากขึ้นทำให้ผู้คนในภูมิภาคนี้มีโอกาสทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นด้วย

“การสำรวจครั้งนี้ เพื่อให้เข้าใจว่าโลกดิจิทัลเปลี่ยนชีวิตผู้คนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางกลุ่มใหม่ของไทยอย่างไร โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งธุรกิจต่างๆ สามารถมองหาโอกาสในการปรับกลยุทธ์และค้นหาวิธีที่จะเติบโตไปพร้อมคนกลุ่มนี้ได้”

เทคโนโลยีทำให้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นอกรอบตัวเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีส่วนร่วมในเศรษฐกิจดิจิทัลได้เต็มที่ และคาดว่าการใช้จ่ายผ่านมือถือจะสูงถึง 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่โลจิสติกส์บนอีคอมเมิร์ซจะเติบโตขึ้นถึง 7.5-9 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2022

จากการสัมภาษณ์นักธุรกิจชั้นนำทั่วภูมิภาค 77% เห็นตรงกันว่ากลุ่มผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางนี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจที่สำคัญมาก แต่มีเพียง 15% ที่คิดว่าธุรกิจของตนมีกลยุทธ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักกลุ่มนี้แล้ว

ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชั่น การรู้จัก เข้าใจ พฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ ความคิด ทัศนคติและมุมมอง ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิต และการใช้จ่ายของผู้บริโภคสำคัญสำหรับทุกธุรกิจ หากต่อยอดไปพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้าได้ก็จะนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อีกมาก