เป็นผู้หญิงมันเหนื่อย การเมืองเรื่องเพศสภาพ ในวันที่สังคมไทย (ยัง) ก้าวไม่ข้าม

15.11.18 | 17:37 น.

ฮือฮาชั่วข้ามคืน เมื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จูงมือ จินนี่-ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ ลูกสาวคนเล็กลงพื้นที่ฟังเสียงประชาชนย่านประตูน้ำ ทำเอาหนุ่มๆ ใจเต้นไม่เป็นส่ำ นำมาซึ่งแฮชแท็ก #เข้าคูหากาเพื่อเธอ กลบรัศมีพรรคเพื่อไทยไปชั่วคราว แม้แต่นักการเมืองหนุ่มๆ หลายรายก็พร้อมใจกระพุ่มมือผ่านโลกออนไลน์ใช้คำว่า “คุณแม่” ออดอ้อนหญิงหน่อยเต็มปากเต็มคำไม่มีเคอะเขิน

ทั้งยังก่อเกิดเพจเฟซบุ๊ก “นักการเมืองน่ารักบอกต่อด้วย” โดยมีจินนี่ที่ไม่ใช่ “นักการเมือง” เป็นปฐมบุคคล ก่อนจะตามมาด้วย “แคนแคน” อดีตนักร้องวง BNK48 ทายาท ภูวกร ศรีเนียน ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค “อนาคตใหม่”

ลุกลามไปถึงนักการเมืองสตรีที่ถูกนำภาพถ่ายมาใช้เป็นส่วนเปรียบเทียบสาวงามแต่ละพรรค แล้ววิจารณ์รูปร่างหน้าตาสนั่นหน้าจอสมาร์ทโฟน แม้แต่ขนาดหน้าอก ก็ยังถูกหยิบยกมาบวกหรือลบในโพยคะแนน

เช่นเดียวกับการตั้งคำถามอย่างหนักหน่วงจนอาจเข้าข่าย bully เมื่อมีกระแสโจมตีคอสตูมชุดกระโปรงสั้นสายเดี่ยวของ “จินนี่” ว่าเหมาะสมกับการลงพื้นที่หรือไม่

นี่คือปรากฏการณ์อีกครั้งที่สปอตไลต์ฉายมายังความเป็นหญิงในแวดวงการเมืองไทย ซึ่งเมื่อไม่กี่วันมานี้ UN Women และสหภาพยุโรป เพิ่งจัดเสวนาหัวข้อ “พรรคการเมืองกับการส่งเสริมบทบาทของผู้นำหญิง” โดยมีตัวแทนจาก 8 พรรคการเมืองเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

Advertisement

หลายช่วงหลายตอน สอดคล้องกับบรรยากาศและความเป็นไปในห้วงเวลานี้เป็นอย่างยิ่ง

 

UN Women และสหภาพยุโรป จัดเสวนาหัวข้อ “พรรคการเมืองกับการส่งเสริมบทบาทของผู้นำหญิง” โดยมีตัวแทนจาก 8 พรรคการเมืองเข้าร่วม


สวยอย่างนี้พี่เชียร์สุดแรง

ช่อ-พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เป็นอีกหนึ่งรายที่รูปร่างหน้าตาของเธอถูกนำมากล่าวถึง เจ้าตัวกล่าวบนเวทีว่า ตั้งแต่เกิดมา 30 ปี เพิ่งเข้าสู่แวดวงการเมืองได้เพียง 6 เดือน ทำให้รู้ว่าวงการนี้ผู้ชายเป็นใหญ่ เล่นเกมอำนาจเยอะ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ใช่แค่ในไทย หากแต่เกิดขึ้นทั่วโลก ใครที่มีวัยวุฒิน้อย มีความหลากหลายทางเพศ ต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่า “นักการเมืองชายกระแสหลัก” ตุ๊ด กะเทย ทอม ดี้ ถูกโจมตี ทั้งที่ความดีไม่เกี่ยวกับรสนิยมทางเพศ

พรรณิการ์ยังเล่าว่า ได้เจอกับคำพูดที่สะท้อนแนวคิดว่า “ผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ” แม้คนพูดจะไม่ทันรู้ตัวเช่น “สวยๆ แบบนี้พี่สนับสนุนน้องเต็มที่”

คำกล่าวของโฆษกพรรคอนาคตใหม่ สอดคล้องกับข้อมูลของ UN Women ซึ่งบ่งชี้ว่าทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศในเอเชียแปซิฟิก เรื่องเพศถูกยอมรับให้พูดในที่สาธารณะ แม้แต่สื่อก็นำไปเล่น มีการเลือกปฏิบัติด้วย “เหตุแห่งเพศ” ส.ส.ที่เป็น “เพศทางเลือก” ก็มีความวิตกกังวล สำหรับประเทศไทย การโจมตีทางเพศเป็นสาเหตุหลักที่ผู้หญิงถอนตัวทางการเมือง มีการ “เหยียดเพศ” ตั้งแต่ระดับ อบต. ไปจนระดับสูงกว่านั้น

พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่

ถามว่าการเหยียดเพศกระทำโดยผู้ชายเท่านั้นหรือไม่ สิ่งที่น่าสนใจจากสถานการณ์ “จินนี่” ที่สุดท้ายขยายผลสู่นักการเมืองหญิงรายอื่นๆ ก็คือ จำนวนไม่น้อยของผู้วิจารณ์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย กลับกลายเป็นผู้หญิงด้วยกัน ตรงกับความเห็นของ ดร.นาที รัชกิจประการ ตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งกล่าวในเวทีเดียวกันว่า หนึ่งในอุปสรรคที่มีคือ ปัญหาระหว่างผู้หญิงกับ

ผู้หญิงกันเอง ปกติผู้ชายก็ไม่ยอมรับผู้หญิงอยู่แล้ว ดังนั้น หากผู้หญิงจะเข้ามาทำงานการเมืองต้องมุ่งมั่น เอาจริง ไม่ท้อถอย

อุปสรรคหรือท้าทาย? ‘เด็กใคร’ และผู้หญิงในสภา

แน่นอนว่าหนึ่งในตัวอย่างของนักการเมืองหญิงที่โดนโจมตีจากประเด็นเหล่านี้ก็คือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ซึ่งในบางกรณีถูกกล่าวหาอย่างร้ายแรงจนกลายเป็นคดีความตามที่เป็นข่าวดัง

ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เล่าด้วยท่าทีขึงขังว่า สังคมชอบใส่ร้ายดิสเครดิตเรื่องชู้สาว การที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ถูก “ด่ากราด” ด้วยข้อความหยาบคาย นับเป็นความรุนแรงอย่างหนึ่ง ทั้งที่จิตสำนึกคนไทยไม่ว่าชายหรือหญิงควรต้องมีจริยธรรม พูดแต่เรื่องสร้างสรรค์

จากความเห็นของโฆษกพรรคเพื่อไทย ลองมาดูข้อมูลที่ได้จากการศึกษาร่วมกันระหว่าง UN Women และ องค์กรรัฐสภาสากล ซึ่งพบว่า จำนวนผู้หญิงในสภาของไทยในขณะนี้ต่ำสุดตั้งแต่เคยมีการศึกษามา โดยรุ่งเรืองที่สุดในยุคยิ่งลักษณ์นั่งเก้าอี้นายกฯ อย่างไรก็ตาม ในยุคดังกล่าวก็ยังน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว

รัชดา ธนาดิเรก ในลุคสบายๆ (ภาพจากเฟซบุ๊ก ดร.รัชดา ธนาดิเรก)


มาถึงมุมมองของ ผศ.ดร.รัชดา ธนาดิเรก ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้ความเห็นว่า ความเป็นผู้หญิงไม่ใช่อุปสรรค ทว่าเป็นความท้าทาย ผู้หญิงเก่งมีเยอะ แต่ไม่อยากเป็นนักการเมือง เพราะมีความเสี่ยง เช่น หากเจอรัฐประหาร ต้องตกงานระยะหนึ่ง และหากขึ้นในตำแหน่งสูงขึ้น อาจถูกตั้งข้อสงสัยว่า “เด็กใคร” หรือ “เมียน้อยใคร” ดังนั้น ผู้หญิงที่มีการงานมั่นคงอยู่แล้วจึงไม่อยากเสี่ยง

“นักการเมืองไม่ใช่อาชีพที่น่ากลัว ไม่ได้กลายเป็นคนเลวร้ายเพียงเพราะมีใครกล่าวหา อยากให้ผู้หญิงเข้าสู่งานการเมืองมากขึ้น วันนี้มีรัฐธรรมนูญพูดเรื่องความเสมอภาค เรามีแผนพัฒนาสตรีแห่งชาติ แต่ถามว่าเท่าเทียมกันไหม ในเมื่อก่อนหน้านี้มีการประกาศรับพนักงานสอบสวนเฉพาะผู้ชาย และตลาดหลักทรัพย์เปิดตำแหน่งงาน 400 กว่าตำแหน่ง รับผู้ชาย 300 กว่าตำแหน่ง” ผศ.ดร.รัชดากล่าว

สตรี 4.0 เมีย แม่ แค่ ‘ตำราเรียน’

สำหรับนักการเมืองมือใหม่ ฮีโร่โอลิมปิก อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทย อย่าง วิว-เยาวภา
บุรพลชัย ที่เข้าสู่สังเวียนการเมืองอย่างเต็มตัวในฐานะรองโฆษกพรรคชาติพัฒนา ร่วมเปิดใจว่าในวันนี้มีฐานะเป็น “คุณแม่ลูก 3” ตัดสินใจเข้าสู่วงการนี้ท่ามกลางกำลังใจของสามีที่เชื่อมั่นในศักยภาพ โดยหวังเปลี่ยนแปลงสังคมในทางที่ดีขึ้น แม้สังคมไทยระบุหน้าที่ผู้หญิงในตำราเรียนด้วยซ้ำว่าต้องทำอะไร

“ผู้หญิงที่เข้ามาในวงการนี้ต้องกล้า เวลาจะชวนผู้หญิงเป็นนักการเมือง ถ้ามีครอบครัว ก็คิดว่า หน้าที่ของตัวเองจะบกพร่องไหม สังคมไทยระบุในตำราเรียนด้วยซ้ำว่าผู้หญิงมีหน้าที่อะไร ในอดีตดิฉันเป็นฮีโร่โอลิมปิก วันนี้บอก อยากทำงานการเมือง ก็เกิดกระแสทันที ทั้งดีและไม่ดี แต่ครอบครัวเข้าใจ

บ้านเมืองเรามีประเด็นสังคมหลากหลาย การที่มีแค่นักการเมืองผู้ชาย ทำให้ปัญหาบางอย่างไม่ได้รับการแก้ไข ไม่มีใครเป็นปากเสียงแทนผู้หญิง ความเป็นผู้หญิงมีประโยชน์ เพราะมีความนุ่มนวลกว่า ถ้อยทีถ้อยอาศัย และเข้าใจปัญหาท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ขัดแย้ง ปัจจุบันไม่มีพรรคไหนปฏิเสธผู้หญิง ความท้าทาย คือ ทำอย่างไรให้ผู้หญิงเข้ามาเยอะๆ”

เยาวภา บุรพลชัย


เช่นเดียวกับความเห็นของ ทัศน์ลักษณ์ ปัตตพงศ์ภัช รองเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ให้นิยาม 3 คำ

สำหรับบทบาทผู้หญิงกับการเมืองว่า “มุ่งมั่น อดทน ทะเยอทะยาน”

“บทบาทของผู้หญิงวันนี้ก้าวกระโดด สถานภาพผู้หญิงมีสัญญาณดีขึ้นมาก และได้รับการยอมรับในเวทีโลก สำหรับพรรคชาติไทยพัฒนา ก็มีหัวหน้าพรรคเป็นผู้หญิง คือ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ส่วนตัวมองว่าผู้หญิงมีข้อได้เปรียบ คือ มีความละเอียดอ่อน ประสานความสัมพันธ์ได้อย่างดี ตอนนี้เป็นยุค 4.0 แล้ว จึงอยากชวนผู้หญิงมามีบทบาททางการเมือง”

ศาสนา ชาติพันธุ์ กับประตูโอกาสที่ต้องเปิดให้ตัวเอง

อีกหนึ่งความคิดความเห็นมาจากสตรีมุสลิมอย่าง ปาติเมาะ เปาะอิแตดาโอะ ตัวแทนพรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งเปิดใจว่า สิ่งที่ต้องยอมรับคือทัศนคติคนไทยสอนผู้หญิงให้อยู่บ้านเลี้ยงลูก บทบาทการเมืองเป็นของผู้ชาย โอกาสผู้หญิงมาทำงานการเมืองน้อย การสร้างการยอมรับก็น้อย ไม่เพียงเท่านั้น ยังถูก “กดทับ” ซ้อนอีกจากความเป็นมุสลิม กฎหมายให้คุณค่าความเสมอภาคน้อย ต้องขอขอบคุณทางพรรคที่ให้โอกาสมีพื้นที่ทางการเมือง ในขณะที่นักการเมืองหญิง ส่วนใหญ่เป็นมรดกตกทอด แต่ตนไม่ได้เป็นลูกหลานนักการเมือง

ด้านตัวแทนพรรคประชาชาติ รอมือละห์ แซแยะ ซึ่งเป็นชาวมุสลิมเช่นกัน มองอีกมุมว่า บทบาทสตรีมุสลิมดูเหมือนถูกปิดกั้น แต่ตนมองว่าไม่ว่าชาติพันธุ์ หรือศาสนาใด หากเปิดตัวเองก็จะนำมาซึ่งโอกาส แม้เวทีการเมืองส่วนใหญ่เป็นชาย แต่ผู้หญิงก็เป็นผู้นำได้

“สตรีมุสลิมเป็นผู้นำได้ ยกเว้นนำละหมาด เราต้องเปลี่ยนมายด์เซต ความเข้าใจเดิม ชายเป็นช้างเท้าหน้า หญิงเป็นช้างเท้าหลัง ดิฉันขอเปลี่ยนเป็นการเดินไปพร้อมๆ กัน เราต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน

คำว่า คนรุ่นใหม่มี 2 แบบ คือ 1.ใหม่ด้วยอายุ 2.ใหม่ด้วยความคิด ทุกคนเป็นคนรุ่นใหม่ได้ ถ้ามีความคิดใหม่ พร้อมเปลี่ยนโลก

“นโยบายพรรคประชาชาติ ยอมรับความหลากหลาย แม้เป็นพรรคใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าทำอะไรไม่ได้ เริ่มต้นคุยอาจเหมือนขายฝัน แต่คนเราเริ่มต้นด้วยความฝันความหวัง จึงนำมาสู่โอกาส สำหรับนโยบายจะทำอย่างไร ให้คนมีความรู้ มีงานทำ ต้องไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะเราเป็นพรรคเล็ก หลายคนไม่ให้ความสำคัญ แต่อย่าประมาทไป เราอาจเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทางที่ดี” รอมือละห์กล่าวด้วยรอยยิ้ม

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความคิดเห็นในประเด็นความเป็นหญิงอีกทั้งความหลากหลายทางเพศกับการเมืองไทยและสังคมโลกที่ยังต้องวาดหวังถึงความเท่าเทียมเสมอภาคอย่างจริงแท้ แม้ไม่รู้ว่าหนทางยาวไกลสักแค่ไหนกัน

7 ข้อเท็จจริง ‘ผู้หญิงกับการเมืองไทย’

1.ไทย คือหนึ่งในประเทศที่มีความเสมอภาคทางเพศต่ำที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

2.สัดส่วนผู้หญิงในสภามีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ (ข้อมูลอัพเดตเมื่อ ม.ค.60)

3.จำนวนผู้หญิงในสภามากที่สุดในยุค น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ในสัดส่วนราว 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังน้อยกว่า สปป.ลาว

4.ยุค คสช. มีผู้หญิงนั่งในสภาต่ำที่สุดตั้งแต่ UN Women และองค์กรรัฐสภาสากลเคยร่วมศึกษามา โดยลดลงจาก 5.6% ใน พ.ศ.2543 เหลือ 4.9% ใน พ.ศ.2560

5.การถูกโจมตีทางเพศ คือสาเหตุหลักที่ผู้หญิงถอนตัวจากการเมือง ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับอินเดีย

6.ผู้มีความหลากหลายทางเพศ มีความกังวลในการเข้าสู่เวทีการเมืองว่าจะถูกเลือกปฏิบัติและโจมตีด้วยเหตุผลทางเพศ

7.นักการเมืองหญิงของไทย ไม่ว่าฝ่ายใด ล้วนถูกโจมตีด้วยประเด็นที่เกี่ยวโยงกับเพศ