RULE, BRITANNIA! โอ…พระเจ้าจอร์จ

1.05.16 | 22:45 น.

งานฉลอง 90 พรรษาของควีนเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรเพิ่งผ่านไป มีข่าว มีคลิป มีภาพให้คนทั่วโลกได้ร่วมยินดีไปด้วยกับพสกนิกรของพระองค์

ได้ชมแล้วอดนึกย้อนไปไม่ได้ว่า มงกุฎควีนนี้พระองค์ได้มาพร้อมอัสสุชล เพราะการจากไปอย่างกะทันหันของพระเจ้าจอร์จที่หก-พระราชบิดาอันเป็นสุดที่รัก ซึ่งแม้จะทรงประชวร แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าจะร้ายแรงจนถึงแก่สวรรคต (ค.ศ.1952)

เมื่อครั้งยังเป็นปรินซ์อัลเบิร์ต (เบอร์ตี้) ผู้คนทั้งในวังและนอกวังแอบเรียกพระเจ้าจอร์จที่หกว่า

“เบอร์ตี้ตะกุกตะกัก”

เพราะทรงติดอ่างขนาดที่ใครก็ตามที่จะฟังพระองค์ตรัสอะไร ก็ต้องทำใจไว้ก่อน

Advertisement

หากยังจำกันได้ภาพยนต์ The King”s Speech (ดำรัสราชา) ซึ่งกวาดรางวัลต่างๆ รวมทั้งรางวัลออสการ์ในฐานะภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี ค.ศ.2010 เป็นภาพยนตร์ที่จับเอาความตะกุกตะกักอันเป็นจุดอ่อนของพระองค์มาสร้างได้อย่างประทับใจผู้ชม

ราวจะย้ำว่า?

โดยแท้จริงแล้ว ไม่ใช่ความเก่งฉกาจ ไม่ใช่ความฉลาดล้ำ ไม่ใช่คำโฆษณา หรือการสรรเสริญเยินยอ แต่เป็นความอดทน มานะ ความเมตตา และความจริงใจต่อประชาชนต่างหาก ที่นำมาซึ่งความรัก-บูชาที่แท้จริงของไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน

ว่ากันว่าปรินซ์อัลเบิร์ตติดอ่างเพราะเป็นเด็กเงียบๆ ขี้อาย ขี้กลัว และที่ปรินซ์กลัวที่สุดคือพระราชบิดา–คิงจอร์จที่ห้า ซึ่งเข้มงวดกับพระราชโอรส-ธิดาทุกพระองค์

ในความจริงแล้ว ก่อนจะถึงยุค “ลูกบังเกิดเกล้า” พ่อแม่ส่วนใหญ่ทั่วโลกก็เข้มงวดกับลูกๆ กันทั้งนั้น แต่คิงจอร์จที่ห้าดูเหมือนจะทรงตั้งมั่นในการนี้โขอยู่ เพราะเมื่อมีผู้อาจหาญกระตุ้นเตือน ก็ทรงประกาศหนักแน่นว่า

“พ่อฉันก็กลัวย่าฉัน (ควีนวิคตอเรีย) จนหัวหด ฉันเองก็กลัวพ่อฉันจนหัวหด เพราะฉะนั้นฉันก็จะต้องทำให้ลูกๆฉันกลัวฉันจนหัวหดเหมือนกัน (ใครจะทำไม)”

เฮ้อ อย่างนี้แล้วใครจะกล้าทำไม

แต่คนใกล้ชิดแอบพูดกันว่า คิงจอร์จที่ห้านั้นเป็นเสือแต่เฉพาะกับลูกๆ แต่ไม่เคยทำเสือใส่ประชาชนเลย

ดูอย่างคราวที่ทรงแอบไปปะปนกับคนธรรมดาเพื่อทดลองข้ามถนน ตอนที่ลอนดอนเพิ่งมีทางม้าลายใหม่ๆ (สมัยนั้นยังไม่ทาสีขาวดำที่ถนน แต่เป็นเสาขาว-ดำให้คนรับรู้ว่าต้องมาข้ามตรงนี้นะ) เสร็จสรรพแล้วทรงเล่าให้พระมเหสีฟังอย่างครื้นเครงว่า

“โฮ้ย…ไอโดนพสกนิกรผู้จงรักภักดีของไอรายหนึ่งเรียกว่า “อีเดียท” เขาบอกว่า…ตาอีเดียทเอ๊ย จะข้ามถนนก็เดินเร็วๆ มัวงุ่มง่ามอยู่นั่นแหละ”

อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าปรินซ์อัลเบิร์ต “หัวหด” ตามพระราชประสงค์ของพระราชบิดา

ยิ่งกลัวจน “หัวหด” เท่าไหร่ ก็ยิ่งทรงตรัสตะกุกตะกักมากขึ้นเท่านั้น

โชคดีที่เป็นพระโอรสองค์ที่สอง ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องรับหน้าที่มกุฎราชกุมาร ทำให้ทรงรอดพ้นจากความรับผิดชอบมากมายหลายอย่าง และในเมื่อไม่ทรงอยู่ในสปอตไลต์ ก็หมายถึงว่าไม่ต้องอยู่ในสายพระเนตรของพระราชบิดามากนัก

เมื่อคิงจอร์จที่ห้าสวรรคต ปรินซ์อัลเบิร์ตก็ทรงเข้าร่วมพิธีราชาภิเษกของพระเชษฐาด้วยความโล่งพระทัย

มหากวีเช็คสเปียร์เขียนไว้บรรทัดหนึ่งในบทละครเรื่องพระเจ้าเฮนรี่ที่สี่:

Uneasy lies the head that wears a crown.

แปลอย่างทื่อตรงว่า หัวที่สวมมงกุฎนั้นนอนไม่สบาย แปลอีกทีอย่างชาวบ้าน คือมันหนักกบาล ทุกวันนี้ใช้กันเป็นสำนวน มีความหมายว่า คนเรายิ่งใหญ่ยิ่งโตเท่าไหร่ความรับผิดชอบก็มากขึ้นเท่านั้น

แต่มือเก่าในเช็คสเปียร์แฟนคลับ เคยให้ข้อสังเกตว่า

“มงกุฎคิงน่ะ คงทำให้หนักทั้งหัว-หนักทั้งใจ”

เพราะในบทละคร คิงเฮนรีที่สี่นอนตาค้าง หลับไม่ลง–มีเรื่องกลุ้มแยะ คิงนึกริษยาประชาชนคนไพร่ทั้งหลาย ว่าคงนอนหลับสบายไร้กังวลในสภาพปุปะของตน ดีกว่าคิงบนแท่นอลังการที่มีมโหรีขับกล่อม

แม้จะเป็นปรินซ์ตะกุกตะกัก ที่คนส่วนใหญ่ตัดสินว่า “แหย” แต่ปรินซ์อัลเบิร์ตก็ทรงเข้าใจเรื่องราวความทุกข์และปัญหาสารพัดเบื้องหลังการครองบัลลังก์เป็นอย่างดี จึงไม่ทรงมีความปรารถนาจะเป็นคิงเลย

ทรงรักชีวิตเงียบๆ อยู่กับครอบครัวเล็กๆ ที่อบอุ่นใน “บ้านชนบท” ห่างไกลจากสังคมชั้นสูงในลอนดอน

แต่เมื่อพระเชษฐา-หรือคิงเอ็ดเวิร์ดที่แปด ทรงสละราชย์ไปสมรสกับนางซิมป์สันแม่หม้ายชาวอเมริกัน “เบอร์ตี้ตะกุกตะกัก” จึงต้องทรงจำพระทัยรับหน้าที่พระมหากษัตริย์แห่งเกรทบริเตนแทน

การตัดสินพระทัยของคิงเอ็ดเวิร์ดที่แปดทำลายความสุขสงบและชีวิตเงียบๆ ของปรินซ์อัลเบิร์ตไปในพริบตา ปรินซ์ทรงบันทึกไว้เองว่าถึงกับกรรแสงเมื่อเข้าเฝ้าพระมารดา

น้ำพระเนตรกับมงกุฎ–อีกแล้ว

จากนั้นก็เป็นเรื่องที่จะต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาแก้ๆ ไขความตะกุกตะกัก ผู้วิเศษคนใดที่จะเสกให้ปรินซ์ตะกุกตะกักกลายเป็นคิงผู้สามารถดำรัสกับประชาชนของพระองค์ได้อย่างน่าฟัง

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

แต่เมื่อได้ครูดี พระองค์ก็ทรงทำสำเร็จ

ในที่สุดปรินซ์อัลเบิร์ตก็กลายเป็นคิงจอร์จที่หก พระมหากษัตริย์ที่คนอังกฤษรักมากที่สุดองค์หนึ่ง

ตราบเท่าทุกวันนี้ แม้พระองค์จะจากไปแสนนาน จนกาลเวลาเปลี่ยนพระราชธิดาเป็นควีนเอลิซาเบธที่สองผู้ทรงชราภาพ ควีนผู้ครองบัลลังก์นานที่สุดในโลก แต่ประวัติศาสตร์ยังบันทึกถึงการที่พระองค์ พระราชินี และสองพระธิดาน้อยทรงอยู่เคียงข้างประชาชน มิได้ละทิ้งไปในช่วงที่นาซีเยอรมันแข็งแกร่งที่สุด ในขณะที่อังกฤษกำลังอ่อนแอและเดียวดายกลางมรสุมร้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง


โอ…พระเจ้าจอร์จ

หากจะปลื้มอังกฤษกันขนาดนี้ ก็ต้องเลือกเพลงเชียร์อังกฤษที่ยิ่งใหญ่มาฝาก

Rule, Britannia!

เพลงที่สองรองจากเพลงชาติหรือ God Save the Queen/King ที่เคยเขียนให้อ่านไปนานแล้ว

แล้ววันหน้าค่อยเล่าประวัติเพลงนี้สู่กัน

ฟัง Rule, Britannia! ได้ที่

Rule Britannia (With lyric annotations)

ดูพระราชประวัติสั้นๆของคิงจอร์จที่หกได้ที่

และที่

https://youtu.be/wAbYxZoTZ7g