เมื่อนางจันทาตื่นขึ้นในตอนเช้า ได้เล่าความฝันให้พญาราพณาสวรฟัง ท้าวเธอจึงให้หาเจ้าอุปราชท้าวพิบพีซึ่งเป็นโหรให้มาทำนาย ท้าวพิบพีทำนายว่า นางจันทาจะมีครรภ์ ลูกหญิงที่เกิดมาจะฆ่าพ่อ ขอให้ลอยแพไปเสีย
เมื่อนางจันทาทรงครรภ์ครบ 10 เดือนก็ประสูติธิดาองค์หนึ่ง เมื่ออายุได้ขวบหนึ่งกำลังน่ารักช่างพูด พญาราพณาสวรรักใคร่มากชอบอุ้มชูให้นั่งตัก พูดชมเชยว่า “ลูกเราน่ารักอย่างนี้ แล้วทำไมท้าวพิบพีจึงว่าจะฆ่าพ่อ” และขณะที่พูดอยู่นั้นเอง ทารกน้อยก็ฉวยมีดด้ามแก้วในขันหมากแทงลูกตาพ่อเข้าให้ พญาราพณาสวรจึงคิดได้ว่าเป็นความจริง จึงให้เอาไปลอยแพในทะเล
พระอินทร์คอยดูแลคุ้มครองอยู่แล้ว เมื่อเห็นพญาราพณาสวรเอาธิดาไปลอยแพ ก็ลงมาเนรมิตเรือสำเภามีปราสาทพร้อมด้วยเครื่องอาหารการกินให้ธิดาอยู่อย่างสะดวกสบาย แล้วสอนคาถาเมตตามหานิยมและภาษาต่างๆ ให้ สั่งว่าเมื่อไปถึงที่ใดให้เขียนหนังสือบอกไว้ใครมาเห็นก็จะรักใคร่เอ็นดูเหมือนลูกหลาน และบอกว่าสำเภานั้นเป็นของกายสิทธิ์ จะไปที่ใดหรือให้คอยอยู่ตรงไหนก็สั่งไว้ สำเภาจะทำตามทุกอย่าง ก่อนพระอินทร์จะจากไปได้ตั้งชื่อให้ว่า นางสีดา
นางสีดานั่งเรือสำเภาท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ คราวหนึ่งพญานาคชื่อ โอดถาลิกา มาพบเข้า พญานาคได้ถามไถ่จนทราบเรื่องแล้วมีใจสงสารชวนไปอยู่เมืองนาค ให้เป็นเพื่อนกับลูกสาวชื่อนางบับพาวรรณ นางสีดาอยู่กับพญานาคได้ 14-15 ปี ก็อยากจะไปเที่ยวที่ต่างๆ จึงลาพญานาคลงสำเภาที่จอดรออยู่นางสีดาแล่นสำเภาไปตามเกาะแก่งต่างๆ เป็นเวลาหลายเดือน ในที่สุดไปถึงเกาะดอนใหญ่ ฤาษีที่เกาะนั้นมาพบเข้าได้ซักถามเรื่องราวแล้วพาขึ้้นไปพักบนศาลา นางสีดาเอาใจใส่ปรนนิบัติฤาษีเป็นอย่างดี ต่อมาฤาษีเห็นว่าการอยู่กับสตรีเพศเช่นนั้นไม่เหมาะ จึงเอาเรือสำเภามาเนรมิตแปลงเป็นปราสาทให้นางสีดาอยู่ต่างหาก แล้วเนรมิตสาวๆ ให้อยู่เป็นเพื่อนสิบสองคนแต่ละคนล้วนมีหน้าตาเหมือนนางสีดา นอกจากนี้ ยังเนรมิตนางค่อมไว้คอยรับใช้อีกยี่สิบคน นางสีดาก็มีความสุขสะดวกสบายมากขึ้น
เกาะดอนใหญ่ เป็นเกาะที่อุดมสมบูรณ์ เป็นที่รู้จักของผู้คนจำนวนมากโดยเฉพาะพวกพรานจากเมืองต่างๆ ชอบแล่นเรือสำเภาไปล่าสัตว์ตามเกาะแก่งต่างๆ ก็ไปที่เกาะดอนใหญ่อยู่ไม่ขาด พวกพรานเหล่านั้นไปพบนางสีดามีรูปร่างสวยสดงดงาม ก็พากันเล่าลือบอกกล่าวต่อๆ กันไป จนถึงเมืองลงกา ท้าวราพณาสวรได้สดับเสียงเล่าลือก็มีความพอใจใคร่จะได้มาเชยชมจึงให้แต่งเรือสำเภาจะไปดูตัวนางสีดาให้เห็นกับตา

