วันที่ไปชมการแสดงของ วงเบอร์ลิน ฟีลฮาร์โมนิก ที่หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดลนั้นรถติดมาก
จำได้ว่าฝนตกในช่วงบ่ายไปถึงเย็น การจราจรติดขัดจนเกรงว่าจะไปถึงไม่ทันเวลา
แต่ด้วยความอดทนก็สามารถพาตัวเองไปนั่งชมการบรรเลงเพลงคลาสสิกในวันนั้นได้
วงเบอร์ลิน ฟีลฮาร์โมนิกเดินทางมาแสดงเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน โดยเปิดแสดงที่ประเทศไทยเพียงรอบเดียว
คนไทยที่ไปชมการแสดงวันนั้นแน่นขนัด ได้ยินมาว่าตั๋วทุกใบมีผู้จับจองไปหมด
โปรแกรมการแสดงมี 2 บทเพลง
มี Divertimento for Orchestra ประพันธ์โดย เลนนาร์ด เบิร์นสไตน์ (Leonard Bernstein) นักประพันธ์ดนตรีชาวอเมริกา (1918-1990) เป็นบทเพลงแรก
แบ่งการบรรเลงเป็น 8 ท่อน ประกอบด้วย ท่อน 1 Sennets and Tuckets. Allegro non troppo, ma con brio
ท่อน 2 Waltz. Allegretto, con grazia ท่อน 3 Mazurka. Mesto (molto moderato)
ท่อน 4 Samba. Allegro giusto ท่อน 5 Turkey Trot.Allegretto, ben misurato
ท่อน 6 Sphinxes. Adagio lugubre ท่อน 7 Blues. Slow blues tempo
และ March ?The BSO Forever? เป็นท่อนส่งท้าย
และบทเพลง Symphony No.5 ประพันธ์โดย กุสตาฟ มาห์เลอร์ (Gustav Mahler) นักประพันธ์ดนตรีชาวโบฮีเมียน-ออสเตรียน (1860-1911)
การบรรเลงครั้งนี้มี กุสตาโบ ดูดาเมล (Gustavo Dudamel) เป็นวาทยกรชาวเวเนซูเอลา
บทเพลงทั้งสอง บทเพลงแรกไม่เคยฟังสด ส่วนบทเพลงที่สอง เคยฟังสดมาแล้วหลายครั้ง
การที่มีประสบการณ์กับไม่มีประสบการณ์ฟังบทเพลงมาก่อนนี้ ทำให้การฟังมีอรรถรสเหมือนกันนะ
บทเพลงแรกแม้จะไม่เคยได้ฟังมาก่อน แต่เมื่อวงเบอร์ลิน ฟีลฯบรรเลง
เสียงที่ได้ยินนั้นช่างกลมกลืนกลมกล่อมอะไรเช่นนี้ เหมือนกับเชฟที่ปรุงอาหารได้รสชาติกำลังเหมาะ
ท่อนแรกแม้เสียงจะกระหึ่ม แต่ทุกเครื่องดนตรีก็เหมือนกับจะสอดรับและขัดแย้งอย่างสอดคล้อง
พอเข้าสู่ช่วงวอลซ์ก็ถ่ายทอดเสียงออกมาได้อย่างสวยงาม
ในบทเพลงนี้ ติดใจเสียงโอโบในท่อน Mazurka. Mesto (molto moderato) ซึ่งเป็นท่อนที่ 3
แล้วยังชอบการประสานในท่วงทำนองบลูส์ ในท่อน Blues. Slow blues tempo อีกด้วย
ตอนจบ นักดนตรีในกลุ่มเครื่องเป่าทองเหลืองลุกขึ้นมาอวดอานุภาพ
จากนั้นวงเบอร์ลิน ฟีลฯทั้งหมดก็ร่วมกันส่งท้ายบทเพลง
บทเพลงนี้แม้จะไม่เคยได้ฟังสดมาก่อน แต่ก็สรุปได้จากการฟังวงเบอร์ลิน ฟีลฯเล่นครั้งนี้ได้ว่า การบริหารเสียงของวงดนตรีวงนี้สามารถทำได้อย่างอร่อย
ขณะที่บทเพลงซิมโฟนีหมายเลข 5 ซึ่งเคยฟังสดมาแล้วหลายครั้ง
มีข้อสังเกตจากผู้ชมว่า บทเพลงนี้มีความยาวประมาณชั่วโมงกว่า แต่วาทยกรไม่ได้ดูโน้ตเพลงเลย
ดูเหมือนทุกอย่างจะอยู่ในหัวของ Dudamel แล้วกลั่นกรองเสียงออกมาผ่านไม้บาตอง
บทเพลงนี้แม้จะฟังสดหลายครั้ง แต่เบอร์ลิน ฟีลฯก็สร้างความแตกต่างให้ได้สัมผัสตั้งแต่ท่อนแรก
เสียงทรัมเป็ตที่โซโลตอนต้นนั้นสะอาดหมดจด ชวนติดตาม
บทเพลงนี้ในสูจิบัตรระบุว่ามี 5 ท่อน
ท่อนแรก Trauermarsch ท่อนที่สอง Sturmisch bewegt. mit groBterVehemenz
ท่อนที่สาม Scherzo ท่อนที่สี่ Adagietto และท่อนสุดท้าย Rondo-Finale
ในท่อนแรกนอกจากเสียงทรัมเป็ตแล้ว ตอนที่กลุ่มเครื่องสายถ่ายทอดทำนองหลักก็ไพเราะ
พอเข้าท่อนที่ 2 มีหลายทำนองในท่อนแรกที่ย้อนมาให้ได้ยินอีก
ส่วนท่อนที่ 3 ได้ยินเสียงเฟรนช์ฮอร์นโซโลในช่วง Trio ท้ายท่อนแล้วเพลิดเพลินใจ
อีกท่อนที่พลาดไม่ได้คือท่อนที่ 4
ว่ากันว่ามาห์เลอร์ประพันธ์ท่อนนี้ให้แก่ภรรยาอันเป็นที่รัก
ท่อนนี้ฟังเหมือนความฝัน ฟังแล้วมีความหวาน
ฟังแล้วหลงรักคนประพันธ์ แต่ตอนนี้คนประพันธ์ลาจากโลกไปแล้ว
ความหลงใหลจึงไปตกอยู่ที่วงเครื่องสายที่บรรเลงอยู่เบื้องหน้า
บทเพลงเข้าสู่ท่อนที่ 5 ซึ่งเป็นท่อนสุดท้าย
ทำนองอันแจ่มใสปรากฏขึ้น บรรดาเครื่องเป่ากลับมาบรรเลงอีกครั้ง
การบรรเลงบทเพลงในทำนองนี้มีความเร็ว มีความมัน ยิ่งในช่วงท้ายสุดของบทเพลง
เครื่องดนตรีในมือของนักดนตรีชาวเบอร์ลิน ฟีลฯ ต่างสำแดงฤทธิ์
ถ่ายทอดเสียงของเครื่องดนตรีที่ตัวเองช่ำชองออกมาอย่างเต็มที่
และนำผู้ฟังไปถึงบทสรุปอย่างทรงพลัง
เมื่อบทเพลงจบลง นักดนตรียืนขึ้นรับทราบเสียงปรบมือของผู้ฟัง
แลดูตั้งแต่วาทยกรไปจนถึงผู้เล่นในวง
ดูทุกคนหล่อ ทุกคนสวยไปหมด
ความสามารถทำให้คนธรรมดากลายเป็นคนไม่ธรรมดา
ความงามจากบทประพันธ์ดนตรี ทำให้มาห์เลอร์หล่อเหลา มีเสน่ห์
ความงามจากเสียงดนตรีทำให้นักดนตรีที่ยืนอยู่ข้างหน้าดูสมาร์ท
คงเหมือนกับอีกหลายคนที่เกิดมาแม้จะไม่โชคดีในรูปสมบัติ
แต่ด้านคุณสมบัติที่ทุกคนสร้างขึ้นมาได้
หนุ่มที่มีความสามารถมักแลดูหล่อ สาวที่มีความเก่งมักแลดูสวย
หรือจะเรียกได้ว่าความสำเร็จของงานทำให้ ?คนงาม? ขึ้นมาได้
เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะในวงการดนตรี
วงการกีฬา วงการธุรกิจ และวงการต่างๆ ก็มีปรากฏ
เพราะทุกวงการต้องมีการสร้างสรรค์ ทุกวงการต้องมีผู้ชำนาญการ
และมีผลงานความสำเร็จ
ดังนั้น ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการงานทุกวงการจึงมีความงาม
เป็นความหล่อความสวยที่ไม่ต้องศัลยกรรม หากแต่เปล่งประกายชวนให้ผู้คนหลงใหล
หลงใหลในฝีไม้ลายมือ
เฉกเช่นที่ได้เห็นฝีไม้ลายมือจากวงเบอร์ลิน ฟีลฯ ที่แวะเวียนมาแสดง ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร เมื่อวันก่อน

