“บึงกาฬ”ปักธงสร้าง “ถนนยางพารา” เน้นแปรรูป คลายล็อกปัญหาทุกมิติ

29.11.18 | 19:12 น.

ต้องยอมรับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นข้าว มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน สับปะรด ฯลฯ ต้องเผชิญกับปัญหาราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

รวมถึง “ยางพารา” ที่ได้รับผลกระทบจากราคาที่ทั้งผันผวนและลดลงจากปัจจัยต่างๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

วันนี้ปัญหายางพารากลายเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ ที่ทำให้ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนยางต่างพยายามหาทุกวิถีทางเพื่อวิธีแก้ไขปัญหา

และทางออกที่มีการพูดถึงกันอย่างมากคือการพัฒนาให้เกิดการแปรรูปยางพารา ตลอดจนยกระดับจากภาคผลิตสู่อุตสาหกรรมในอนาคต

Advertisement

ขณะเดียวกันยังมีการสนับสนุนจากภาครัฐ ในการส่งเสริมให้ดำเนินโครงการเพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราทั้งระบบ เช่น การให้หน่วยงานในประเทศหันมาใช้ยางพาราให้มากขึ้นในรูปแบบต่างๆ เพื่อลดปริมาณยางพาราที่มีอยู่ในระบบ หวังผลักดันราคาในประเทศให้สูงขึ้น

ล่าสุดจังหวัดบึงกาฬ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ จับมือกับกรมชลประทานบึงกาฬ ร่วมมือกันสร้างถนน ที่นำยางพารามาเป็นส่วนผสมในรูปแบบที่เรียกว่า ถนนยางพาราแอสฟัลติก (para asphaltic) ตามโครงการส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ ของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่และยังเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราอย่างยั่งยืน ครบวงจร

นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ในฐานะพ่อเมืองบึงกาฬ ลงพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำห้วยคาด ต.ปากคาด อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการชลประทานบึงกาฬ เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานก่อสร้างถนนยาพาราแอสฟัลติก

นิรัตน์บอกว่า การนำยางพารามาทำถนนของโครงการชลประทานบึงกาฬ มีอยู่ 2 โครงการ โครงการนี้เป็นถนนยางพาราแอสฟัลติก สร้างในบริเวณสันเขื่อนประตูระบายน้ำห้วยคาด ความยาว 1.3 กม. ใช้ยางพาราข้น 60 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 1.8-3.0 ตัน เป็นส่วนผสม อีกโครงการอยู่บริเวณประตูระบายน้ำห้วยบางบาด ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ระยะทางกว่า 2.4 กม. จะใช้ยางพาราข้น 60 เปอร์เซ็นต์ เป็นส่วนผสมอีกประมาณ 6 ตันเศษ ทั้ง 2 โครงการเป็นนโยบายที่รัฐบาลส่งเสริมให้นำยางพารามาใช้ในภาคอุตสาหกรรม อย่าง การทำถนนให้มากขึ้น

“วันนี้โครงการก่อสร้างถนนยางพาราแอสฟัลติก ภายในบริเวณประตูระบายน้ำห้วยคาดเสร็จแล้ว ถือว่าเป็นถนนนำร่อง ที่ใช้ยางพาราทำถนนภายในหน่วยงาน หลังจากนี้จะได้ทดสอบความแข็งแรงทนทาน และเมื่อได้ผลที่น่าพอใจแล้วทางจังหวัดก็จะให้หน่วยงานทั้งทางหลวงชนบท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบจ. อบต. เทศบาลต่างๆ พิจารณาสนับสนุนการใช้ยางพารามาเป็นส่วนผสมในการทำถนนให้เพิ่มมากขึ้นครอบคลุมทั้งจังหวัดต่อไป” พ่อเมืองบึงกาฬอธิบาย ขณะเยี่ยมชมถนนยางพาราเส้นสำคัญของบึงกาฬ

พร้อมกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า โครงการส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ และในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เป็นการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศให้มากที่สุด ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาของยางพาราอย่างยั่งยืน เป็นการสนับสนุนการใช้ยางพาราให้มากขึ้น อันจะนำไปสู่การยกระดับราคายางพาราในอนาคต

ขณะที่ สรายุ วงศ์ชาชม หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมโครงการชลประทานบึงกาฬ บอกว่า ชลประทานบึงกาฬใช้งบปกติ ปี พ.ศ.2561 ก่อสร้างถนนลาดยางที่มีส่วนผสมของยางพารา หรือถนนยางพาราแอสฟัลติก จำนวน 2 โครงการ ซึ่งในส่วนปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ก็จะมีโครงการแบบนี้อีก แต่จะเป็นถนนยางพาราดินซีเมนต์ (Para Rubber Soil Cement) ซึ่งจะสามารถใช้ส่วนผสมของน้ำยางพารา เพิ่มขึ้นจากถนนยางพาราแอสฟัลติกอีก 10 เท่า โดยจะก่อสร้างที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยซำ อ.โซ่พิสัย และอ่างเก็บน้ำห้วยสหาย อ.บุ่งคล้า ซึ่งโครงการก่อสร้างทั้งหมดจะต้องซื้อน้ำยางข้นจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ซึ่งรับผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรงเท่านั้น

ด้านองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ นำโดยหัวเรือใหญ่อย่าง นิพนธ์ คนขยัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ และที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดบึงกาฬ ครั้งนี้ก็ลงตรวจยางพาราแอสฟัลติกด้วยตัวเอง

นิพนธ์เป็นอีกผู้หนึ่งที่ผลักดันการแก้ปัญหายางพาราด้วยการส่งเสริมให้เกิดการใช้ยางและแปรรูปยางมาตลอดหลายปี วันนี้เขาก็ยังยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องราคายางพาราเราต้องแก้ทุกมิติ เช่น การนำน้ำยางพารามาทำถนน การแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเป็นการระบายยางให้ออกจากตลาดให้ได้มากที่สุด

พร้อมสนับสนุนแนวคิดล่าสุดที่รัฐบาลเห็นชอบการนำยางพารามาใช้ผลิตอุปกรณ์เครื่องนอนให้แก่หน่วยราชการ อาทิ โรงเรียน โรงพยาบาล กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงกลาโหม เป็นต้น

“ผมเห็นด้วยและคิดว่าเป็นแนวทางที่ดีสำหรับเกษตรในการแก้ปัญหายางพาราอย่างยั่งยืน และมองว่าแนวคิดของรัฐบาลมาถูกทางแล้ว ขั้นต่อไปคือส่วนท้องถิ่นจะต้องรับลูกโดยภาครัฐต้องให้การสนับสนุน ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและระบายยางพาราไปได้เยอะ นอกจากนี้ยังมีเรื่องถนนยางพาราดินซีเมนต์ของมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งจะช่วยเรื่องการใช้ยางอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เรื่องสำคัญคือจะต้องซื้อน้ำยางพาราสดจากเกษตรกรโดยตรง รวมถึงหมอนและที่นอนจะต้องซื้อจากสหกรณ์ ทั่วประเทศ ไม่ใช่ซื้อจากนายทุน”

นิพนธ์เผยอีกว่า ในปีนี้ อบจ.บึงกาฬ ได้จัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ.2561 แผนงานอุตสาหกรรมและการโยธา งานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อนุมัติโครงการก่อสร้างถนนลาดยางพาราแอสฟัลต์คอนกรีตจำนวน 19 โครงการ ด้วยขนาดความกว้างของถนน 5 เมตร และ 6 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 0.50 เมตร ผิวจราจรถนนลาดยางพาราแอสฟัลต์คอนกรีตหนา 0.04 เมตร รวมงบประมาณกว่า 30 ล้านบาท

และโครงการเสริมผิวจราจรพาราแอสฟัลต์คอนกรีต ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 191 เมตร ผิวจราจรถนนลาดยางพาราแอสฟัลต์คอนกรีต หนา 0.04 เมตร รวมปริมาณพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,146 ตร.ม. อีกจำนวน 16 โครงการ รวมมูลค่าอีกกว่า 8 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างถนนอื่นๆ อีก รวมทั้งสิ้นกว่า 80 ล้านบาท ซึ่งโครงการก่อสร้างถนนลาดยางพาราแอสฟัลต์ (คอนกรีต) และโครงการเสริมผิวจราจรพาราแอสฟัลต์ (คอนกรีต) ดำเนินการก่อสร้างครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอของบึงกาฬ

“ถนนยางพาราทุกสายจะเน้นเส้นทางระหว่างหมู่บ้าน และระหว่างตำบล โดยเฉพาะเส้นทางที่ค่อนข้างลำบาก ที่มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากการใช้สัญจรผ่านไปมาด้วยความลำบาก” นิพนธ์กล่าว

และทิ้งท้ายว่า สำหรับในปีต่อๆ ไป อบจ.บึงกาฬ จะยังมีการก่อสร้างถนนจากยางพาราอีกหลายโครงการ และในวันยางพาราที่จะจัดขึ้นในวันที่ 13-19 ธันวาคมนี้ ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ จะนำสนามฟุตซอลที่ทำจากยางพาราเข้ามาโชว์ภายในงานด้วย เพื่อให้ อปท.ต่างๆ ได้รู้และได้เห็นกับตาว่ายางพาราสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้มากมาย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ “บึงกาฬ” มีการนำร่องถนนยางพาราดินซีเมนต์ ของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เป็นถนนเส้นตัวอย่างที่ อ.เซกา จ.บึงกาฬ ในปี 2560 และเตรียมจะขยายพื้นที่ถนนตัวย่างต่อจากเส้นเดิมในวันที่ 1 ธันวาคม 2561

หากแผนการสร้างถนนยางพาราที่วางไว้สำเร็จลุล่วงครบทุกสาย ไม่เพียงเเต่จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางได้แล้ว ยังทำให้ชาวบึงกาฬมีถนนที่ดีสำหรับเดินทางสัญจรไปมาด้วย