ตามเรื่องว่า เมื่อท้าวราพณาสวรจะไปตามหานางสีดานั้น จึงสั่งให้แต่งสำเภาแล้วไปกับขุนชิวหา แล่นเรือสอบถามไปตามเกาะต่างๆ จนกระทั่งถึงเกาะที่นางสีดาอยู่ ท้าวราพณาสวร จึงขึ้นจากเรือไปขอนางสีดาต่อฤษี ฤษีก็บอกว่าไม่มีอะไรขัดข้อง เมื่ออยากได้ก็จะยกให้ แต่ว่าต้องลองกำลังทดสอบฤทธิ์เดชเสียก่อน คือจะต้องยกธนูชื่อมะซีมะสีให้ดูถ้ายกได้ก็จะมอบนางสีดาให้ พญาราพณาสวรถือว่ามีกำลังก็นึกว่าตนก็ยิงธนูมามากแล้ว แค่ยกธนูจะกระไรนัก ครั้นยกเข้าจริงพยายามยกเท่าไหร่ก็ยกไม่ขึ้น เพราะธนูนั้นหนักมาก
พญาราพณาสวร เมื่อไม่สามารถจะยกธนูได้ก็ถามฤษีว่าจะกรุณาผ่อนผันได้บ้างไหม ฤษีก็ตอบว่าไม่ได้หรอก เมื่อยกไม่ขึ้นก็แสดงว่าไม่มีฤทธิ์ พญาราพณ์โกรธหาว่าฤษีดูถูกก็ท้าให้ลองฤทธิ์กัน ก็สู้ฤทธิ์ฤษีไม่ได้อีก พญาราพณ์ยอมแพ้ร้องไห้บอกฤษีว่าที่มานี้ก็เพราะรักนางสีดา เมื่อไม่ได้ก็เสียใจ ฤษีจึงว่าวาสนาของท้าวราพณ์ไม่มีพอที่จะเป็นคู่นางสีดาจึงยกธนูไม่ขึ้น แต่เพื่อไม่ให้เสียเที่ยวที่มา จะหาของที่ระลึกให้ไปแทน พูดแล้วฤษีก็เนรมิตนางมีรูปโฉมเหมือนนางสีดา ตั้งชื่อว่านางสุดโทมอบให้ท้าวราพณาสวรไป แต่หัวใจของท้าวราพณ์ก็ยังคงจดจ่ออยู่ที่นางสีดา
เสียงลือเสียงเล่าอ้างของพวกนายพรานที่ว่านางสีดาสวยงามเกินมนุษย์นั้นได้แพร่ไปถึงเมืองจันทบุรีศรีรัตตนาค พญาลามราชทรงทราบ จึงชวนท้าวพระลักษณ์ขึ้นม้ามณีกาบสืบหาไปตามเมืองต่างๆ เมื่อไปถึงเมืองอินทปัตถ์ก็ชักคันศรวางบนน้ำแล้วสั่งให้เป็นเรือสำเภอพาไปยังเกาะที่นางสีดาอยู่
พญาลามราชขึ้นไปหาฤษีแจ้งความประสงค์ว่าจะมาขอนางสีดา ฤษีก็ให้ยก ธนูมะซีมะสี พญาลามราชก็ยกได้อย่างง่ายดาย ฤษีจึงยกนางสีดาให้และไปเอาน้ำวิเศษที่สระอโนดาตมาอภิเษกเพื่อให้มีอายุยืนถึงแสนโกฏิอสงไขยปี ระหว่างที่ฤษีไปเอาน้ำวิเศษนั้น พญาลามราชเห็นช้านักจึงคิดจะพานางสีดาไปก่อน แต่ไม่รู้จักนางสีดาเพราะมีสาวๆ รูปร่างหน้าตาเหมือนนางสีดาอยู่ถึง 11 นาง ในที่สุดนางค่อมแนะอุบายให้เอานิ้วจี้ตานางทั้ง 11 คนนั้น นางเนรมิตเป็นพวกตาแข็งไม่กะพริบตา ส่วนนางสีดานั้นจะกะพริบตาเหมือนคนทั่วๆ ไป พญาลามราชก็พบนางสีดาตัวจริง จึงเข้าไปหาขณะที่โอ้โลมนางสีดาอยู่นั้น ฤษีที่ไปเอาน้ำวิเศษที่สระอโนดาตก็กลับมาจึงทำพิธีรดน้ำอภิเษกพญาลามราชกับนางสีดาให้ครองคู่อยู่ด้วยกัน เมื่อเสร็จพิธีแล้ว พญาลามราช ท้าวพระลักษณ์และนางสีดาก็กราบลาฤษีขี่ม้ามณีกาบเหาะกลับเมืองจันทบุรีศรีสัตตนาค
เรื่องที่เล่ามาข้างต้นจะเห็นว่าต่างจากเรื่องรามเกียรติ์มาก เรียกได้ว่าเป็นเรื่องแต่งใหม่ก็ว่าได้ เรื่องพิสดารยังมีต่อไปอีกไม่เหมือนรามายณะหรือเรื่องอื่นๆ จะได้เล่าต่อไป

